สัมภาษณ์พิเศษ

"ยิ่งเก็บ ยิ่งแพง" เจาะลึกโมเดล "กันดั้ม" ของเล่นที่ไม่ธรรมดา!

  • 31 สิงหาคม 2560 เวลา 18:43 น.
  • | เปิดอ่าน 2,899
  • | ความคิดเห็น 0
Share on Google+
LINE it!

"ยิ่งเก็บ ยิ่งแพง" เจาะลึกโมเดล "กันดั้ม" ของเล่นที่ไม่ธรรมดา!

โดย...วิรวินท์ ศรีโหมด 

กันดั้ม Gundam หากพูดชื่อนี้เชื่อว่าหลายคนต้องรู้จัก เพราะยุคหนึ่งการ์ตูนและโมเดลพลาสติกหุ่นยนต์ เป็นที่นิยมมากในหมู่เด็กและผู้ใหญ่ในหลายประเทศรวมถึงไทย แต่ปัจจุบันกระแสความนิยมลดลงไปมาก เพราะมีการ์ตูนเกิดขึ้นมาใหม่อยู่ตลอด อย่างไรก็ดียังมีคนกลุ่มเล็กๆ ที่หลงใหลชื่อชอบโมเดลการ์ตูนหุ่นยนต์นี้อยู่

ล่าสุดกระแส กันดั้ม ถูกกล่าวถึงอีกครั้ง เมื่ออดีตนักสะสมรายหนึ่ง ค้นเจอลังใบเก่าเก็บภายในบ้าน เพื่อค้นหาของเล่นหวังนำโมเดลหุ่นยนต์ ที่เคยเป็นของสะสมรุ่นพ่อส่งต่อสู่รุ่นลูกให้ได้ชื่นชมและรู้จัก แต่เขากลับต้องตกใจเพราะ หนึ่งในนั้นคือ โมเดลรุ่นที่มีราคาสูงถึงหลักล้านเยน และหายากมากที่สุดในโลก

ความเซอร์ไพรส์ดังกล่าวกลายเป็นประเด็นให้โพสต์ทูเดย์เดินทางไปพูดคุยกับ พีรพงษ์ ธนกิจ หรือ ป๊อก แฟนพันธุ์แท้กันดั้ม ผู้หลงใหลการ์ตูนและโมเดลหุ่นยนต์ชนิดนี้มานานนับสิบปี เพื่อบอกเล่าเรื่องราววิวัฒนาการของกันดั้มในแต่ละยุค และอีกหลากหลายแง่มุมที่ไม่มีใครรู้ว่ากันดั้ม ไม่ใช่เพียงแค่ของเล่นของสะสมธรรมดาเท่านั้น

เนื้อเรื่องคือ จุดแข็งให้กันดั้ม ครองใจคนมาเกือบ 40 ปี

เนื้อเรื่องเดิมของกันดั้ม เป็นซีรีส์แอนิเมชั่นเกี่ยวกับหุ่นยนต์ต่อสู้ขนาดยักษ์ ถูกฉายครั้งแรกทางโทรทัศน์ของประเทศญี่ปุ่น เมื่อปี ค.ศ. 1979 ต่อมาถูกสร้างเป็นภาพยนต์การ์ตูน จุดที่ทำให้กันดั้มได้รับความสนใจจากเด็กและผู้ใหญ่ทั่วโลก มาจากตัวการ์ตูนของเรื่อง ที่ถูกสร้างออกมาเป็นโมเดล เพื่อให้ผู้สนใจได้ใช้เวลาต่อและเก็บสะสม

พีรพงษ์ เล่าว่า กันดั้มก็คือการ์ตูนหุ่นยนต์ทั่วไป แต่ความน่าสนใจกว่าการ์ตูนหุ่นยนต์เรื่องอื่นที่ถูกสร้างมาก่อน เพราะเป็นการ์ตูนเรื่องแรก ที่ผู้เขียนบทสร้างให้หุ่นยนต์ เป็นเครื่องจักรโดยฝีมือมนุษย์ และใช้วิธีดำเนินเรื่องจากปมประเด็นปัญหาสงคราม ความขัดแยงทางศาสนา การเมือง วัฒนธรรมที่ได้รับความสนใจในโลกมาเป็นตัวดำเนินเรื่องจากอดีตถึงปัจจุบัน

ต่างจากการ์ตูนหุ่นยนต์ทั่วไป ที่มักมีพลังเหนือธรรมชาติ เน้นต่อสู้กับเหล่าร้าย ปีศาจ หรือมนุษย์ต่างด้าว สิ่งนี้จึงเป็นจุดแข็งของกันดั้มให้ได้รับความสนใจและดังไปทั่วโลก แต่ยอมรับว่า ครั้งแรกที่การ์ตูนหุ่นยนต์เรื่องนี้ออกมาปี 1979 ไม่ประสบความสำเร็จและเจ๊งไม่เป็นท่า เพราะช่วงนั้น สร้างฉีกแนวจากการ์ตูนยุคนั้นมากจนเกินไป ทำให้ปี 1979 เดิมผู้สร้างวางแผนทำทั้งหมด 52 ตอน ต้องตัดบทเหลือ 43 ตอน

แต่ถึงอย่างไรช่วงโด่งดังของกันดั้ม ก็มาช่วงทศวรรษ 80 หรือปี ค.ศ.1981 หลังสร้างเป็นภาพยนตร์ฉายในญี่ปุ่น โดยสาเหตุทำให้การ์ตูนเรื่องนี้ได้รับความสนใจ เพราะตอนนั้นเป็นช่วงเปลี่ยนผ่านทางความคิดของคนยุค 70 กับ 80 ประกอบกับ ช่วงนั้นกันดั้มนำเหตุการณ์สงครามโลกครั้งที่ 2 มาเป็นตัวดำเนินเรื่อง จึงเป็นเหตุผลทำได้รับความนิยม และยิ่งโด่งดั้งมากขึ้นหลังมีการทำโมเดลตามออกมา ช่วงเวลาใกล้เคียงกับที่ฉายในประเทศไทย

“เหตุผลที่ทำให้กันดั้มได้รับความสนใจ เพราะการดำเนินเรื่องอยู่บนหลักความจริง ไม่มีเรื่อง ปิศาจ ต่างมิติ ปราบเหล่าร้าย ไม่มีใครดีหรือร้ายโดยสมบูรณ์ เหมือนการ์ตูนตอนนั้น แต่กัมดั้ม มีเรื่องศาสนา การเมือง วัฒนธรรม ปมประเด็นทางสังคมในโลก นี่จึงเป็นหัวใจให้การ์ตูนเรื่องนี้ ครองใจคนมาได้หลายยุค”

พีรพงษ์ ธนกิจ แฟนพันธุ์แท้กันดั้ม

 

กันดั้ม ไม่ใช้แค่ของเล่น-ของสะสม แต่มันคือศิลปะ

แฟนพันธุ์แท้กันดั้ม เล่าว่า โมเดลหุ่นยนต์จากการ์ตูนเรื่องนี้ ตลอดระยะเวลาเกือบ 40 ปี เจ้าของลิขสิทธิ์โมเดล คือ บริษัท บันได (Bandai) สาเหตุที่ทำให้ผู้ผลิตสร้างโมเดลกันดั้มขึ้น เพราะตอนนั้นเมื่อผู้ชมได้ดูการ์ตูน สิ่งที่ตามมาคือ อยากครอบครองตัวการ์ตูนเหล่านั้น แต่อีกสิ่งที่ทำให้ของเล่นของสะสมนี้มีคุณค่าเพิ่มมากขึ้น คือ ผู้เล่นต้องลงแรงประกอบ ตกแต่ง ทำสีตามจินตนาการ จึงเป็นเสน่ห์ให้กันดั้มต่างจากของเล่นของสะสมอื่น

พีรพงษ์ มองว่า ตามหลักตระกูลของเล่นของสะสม หากเก็บไว้นาน ไม่นำออกจากถุง สภาพยิ่งคงเดิม ก็ต้องมีมูลค่าเพิ่ม แต่โมเดลพลาสติกกันดั้ม เป็นสิ่งที่ตรงกันข้าม เพราะของจะเพิ่มคุณค่ามากยิ่งขึ้น หากถูกนำออกมาประกอบ ตกแต่งใส่สีสันจินตนาการลงไป เพราะมันเปรียบเสมือนงานศิลปะ

“กันดั้มทุกตัว ผลิตออกมาด้วยแม่พิมพ์เดียวกัน แต่ไม่มีตัวไหน เหมือนกันซักตัวในโลก เพราะคนประกอบอาจดัดแปลง โดยวิธีการเคาะ ปะ ซ่อม ทำสีนำเทคโนโลยีต่างๆ มาสู่การทำโมเดล นี่จึงทำให้ผลงานแต่ละชิ้น ถูกสร้างขึ้นมาตามจินตนาการ กันดั้มไม่จำเป็น ต้องยึดตามความเป็นจริงมาก แต่ยึดตามจินตนาการ เพื่อให้เป็นกันดั้มของเรา”

พีรพงษ์  เปรียบว่า กันดั้มคือของเล่นของสะสม ที่ตรงข้ามกับของเล่นของสะสมชนิดอื่น คือ คุณต้องทำ คุณต้องใส่จินตนาการ ต้องลงแรง ใส่ใจและรักไปกับมัน

 

กัมดั้ม ได้อะไรมากกว่าที่คิด นอกเหนือจากการนั่งเรียน

พีรพงษ์ เล่าว่า แม้การ์ตูนเรื่องนี้จะเคยได้รับความนิยมมาก แต่บางช่วงกระแสความนิยมก็ลดลง เพราะเกิดปัญหาจากไอเดียการคิดเนื้อเรื่องผู้ผลิตตีบตัน จึงต้องพยายามเปลี่ยนแปลงหาเนื้อเรื่องใหม่ๆ รวมถึงแก้ปัญหาด้านลิขสิทธิ์ เพราะเมื่อก่อนหากต้องการครอบครองกันดั้ม ต้องซื้อในห้างสรรพสินค้าเท่านั้น ซึ่งมีราคาสูง

แต่เมื่อผู้ผลิตเปลี่ยนแปลงระบบการจำหน่าย เปิดโอกาสให้ส่งผู้ค้าส่งมากขึ้น ทำให้ผู้สนใจหาซื้อได้ง่ายมากขึ้น ตามสะพานเหล็ก คลองถม ตลาดออนไลน์ ทำให้ปัจจุบันมักเห็นธุรกิจกันดั้ม อาทิ ร้านขาย โรงเรียนสอนออกแบบตกแต่ง และมีอาชีพรับจ้างทำโมเดล นี่จึงเป็นเหตุผลทำให้กระแสกันดั้มยังอยู่ได้ แม้ไม่ดังเหมือนเมื่อก่อน แต่ยังมีกลุ่มคนที่ชื่นชอบอยู่

แฟนพันธุ์แท้กันดั้ม บอกว่า ผู้ที่ชื่นชอบมีหลายแบบ ทั้งเก็บสะสมอย่างเดียว นำมาต่อเล่น ต่อเพื่อนำจำหน่ายหรือส่งประกวด  สิ่งเหล่านี้เป็นเสน่ห์ ส่วนตัวมองว่า นี่คือของเล่นที่ให้ประโยชน์ เพราะเมื่อผู้สนใจลงมือทำ จะช่วยด้านส่งเสริมทักษะ จินตนาการ ความคิดศิลปะ

พีรพงษ์  มองว่าอนาคตการ์ตูนและโมเดลกันดั้ม ถึงอย่างไรก็ยังไม่ตาย ตราบเท่าที่มีแฟนคลับสนับสนุน และมีช่องว่างที่สามารถนำมาเปิดประเด็นความคิดใหม่ๆในการสร้างอยู่ ปัจจุบันพบว่า นักสะสมรุ่นก่อน หรือที่เรียกว่ายุคดั้งเดิม เริ่มถ่ายทอดความสนใจให้รุ่นลูก โดยเริ่มจากการชวนมานั่งดูการ์ตูนร่วมกัน เหมือนไอ้มดแดง

“กัมดั้ม ได้อะไรมากกว่าที่คิด นอกเหนือจากการนั่งเรียน เพราะหากลงมือทำมัน จะช่วยทั้งฝึกสมาธิ จินตนาการ มุมมองทางสังคม ได้พัฒนาความละเอียด ความระมัดระวัง ทำอะไรไม่รีบร้อน ฝึกวิธีคิดและทำงานเป็นระบบ”

ขณะที่มุมมองทางเศรษฐกิจ แม้ของเล่นของสะสม ถูกจัดให้อยู่สินค้าฟุ่มเฟือย แต่กันดั้ม ไม่ได้มีไว้เพียงตั้งโชว์แต่ยังเป็นช่องทางที่นำไปขายเพื่อเพิ่มมูลค่าได้

“ยิ่งเก็บ ยิ่งแพง เป็นเรื่องปกติของเล่นของสะสมทั่วไป แต่กันดั้ม ตรงกันข้าง ยิ่งผ่าน ร้อนผ่านหนาว คนเล่นกันดั้มของแท้ ต้องไม่กลัวพัง เพราะคนเล่นกันดั้ม ต้องซ่อมได้ทุกเมื่อ ไม่มีความเสียดาย ความดั้งเดิมของมัน ต้องโมดิฟายไปเรื่อยๆ”

พีรพงษ์  ทิ้งท้ายว่า บางครั้งการสะสมของเล่น หลายคนอาจมองว่าไร้สาระ แต่ถ้าหากแบ่งเวลากับมันได้ ยกเว้นเลือกเส้นทางนี้เป็นอาชีพ มันคืองานอดิเรกที่ได้ประโยชน์มาก สำหรับตนกันดั้มสอนให้รู้ว่าเป็นคนชื่นชอบเรื่องเครื่องยนต์กลไก จนเป็นสาเหตุให้เลือกเรียนสายวิศวกรรม 

กันดั้มรุ่นที่แพงและหายากที่สุดในโลก ภาพจาก : สมาชิกเว็บไซต์พันทิปชื่อ BIG TG

 

 

แชร์ข่าวนี้

Share on Google+
LINE it!

ที่สุดวิเคราะห์ในรอบ 7 วัน

  • เปิดอ่าน
  • แสดงความคิดเห็น
  • แชร์