การเมือง

สตาร์ทเครื่องยุทธศาสตร์ชาติลุยปฏิรูป

  • 17 มีนาคม 2560 เวลา 10:20 น.
  • | เปิดอ่าน 3,669
  • | ความคิดเห็น 0
Share on Google+
LINE it!

สตาร์ทเครื่องยุทธศาสตร์ชาติลุยปฏิรูป

โดย....ทีมข่าวการเมืองโพสต์ทูเดย์

การเดินหน้าปฏิรูปประเทศเริ่มเป็นรูปเป็นร่าง เมื่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ผ่านร่าง พ.ร.บ.แผนและขั้นตอนการดำเนินการปฏิรูปประเทศ พ.ศ.... และร่าง พ.ร.บ.การจัดทำยุทธศาสตร์ชาติ พ.ศ....

สาระสำคัญของร่าง พ.ร.บ.การจัดทำยุทธศาสตร์ชาติ พ.ศ.... กำหนดให้มียุทธศาสตร์ชาติเป็นเป้าหมายในการพัฒนาประเทศไม่น้อยกว่า 20 ปี โดยคำนึงถึงเป้าหมายการปฏิรูปประเทศตามที่รัฐธรรมนูญบัญญัติ ซึ่งจะต้องมีคณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติ มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน ประธานสภาผู้แทนราษฎร และประธานวุฒิสภาเป็นรองประธาน มีหน้าที่จัดทำร่างยุทธศาสตร์ชาติเพื่อเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) และกำหนดวิธีการมีส่วนร่วมของประชาชนในการจัดทำร่าง ตลอดจนการติดตามตรวจสอบและประเมินผล

สำหรับวิธีการทำงานคณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติ จะแต่งตั้งคณะกรรมการจัดทำยุทธศาสตร์ชาติขึ้น เพื่อจัดทำร่างยุทธศาสตร์ชาติด้านต่างๆ ก่อนเสนอต่อ ครม.และรัฐสภาให้ความเห็นชอบ จากนั้นให้นายกรัฐมนตรีนำร่างยุทธศาสตร์ชาติขึ้นทูลเกล้าฯ เพื่อมีพระบรมราชโองการประกาศใช้ จากนั้นต้องมีการจัดทำแผนแม่บทส่งให้คณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติและ ครม.เห็นชอบ ซึ่งเมื่อประกาศในราชกิจจานุเบกษาและบังคับใช้จะมีผลผูกพันหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องต้องปฏิบัติให้เป็นไปตามแผนแม่บทนั้น รวมทั้งการจัดทำงบประมาณรายจ่ายประจำปีต้องสอดคล้องกับแผนแม่บท ขณะที่ ครม.มีหน้าที่ดำเนินการให้บรรลุเป้าหมายโดยกำหนดนโยบายการบริหาร

ทั้งนี้ ในกรณีที่หน่วยงานของรัฐไม่ดำเนินการโดยไม่มีเหตุอันสมควร ให้สภาส่งเรื่องให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ดำเนินการภายใน 1 ปี หากพบว่ามีมูลให้ผู้บังคับบัญชาของผู้ถูกกล่าวหาสั่งพักราชการหรือพักงาน หรือสั่งให้ออกจากราชการหรือออกจากงานไว้ก่อน หรือสั่งให้พ้นจากตำแหน่งต่อไป หรือในอีกกรณีที่หน่วยงานของรัฐดำเนินการไม่สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติหรือแผนแม่บท ให้แจ้งให้หน่วยงานทราบ ถ้าหากยังไม่แก้ไขปรับปรุง หรือไม่แจ้งผลภายใน 60 วัน ให้คณะกรรมการจัดทำยุทธศาสตร์ชาติเสนอต่อ ครม. หากพบว่าหน่วยงานนั้นไม่ดำเนินการโดยไม่มีเหตุผลอันสมควร ให้ถือว่าจงใจปฏิบัติหน้าที่หรือใช้อำนาจขัดต่อกฎหมาย ให้คณะกรรมการจัดทำยุทธศาสตร์ชาติแจ้งคณะกรรมการ ป.ป.ช.ทราบเพื่อดำเนินการต่อไป

ส่วนร่าง พ.ร.บ. แผนและขั้นตอนการดำเนินการปฏิรูปประเทศ พ.ศ.... กำหนดให้จัดทำแผนการปฏิรูปประเทศแต่ละด้านที่จะสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติและแผนแม่บท โดย ครม.ต้องแต่งตั้งคณะกรรมการปฏิรูปประเทศให้แล้วเสร็จภายใน 15 วัน นับจากกฎหมายที่ใช้บังคับ สำหรับคณะกรรมการปฏิรูปประเทศแต่ละด้านในเบื้องต้นมี 11 ชุด ซึ่งแต่ละชุดจะมีไม่เกิน 15 คน และภายใต้กฎหมายนี้กำหนดให้หน่วยงานรัฐทุกหน่วยมีหน้าที่ดำเนินการให้เป็นไปตามแผนปฏิรูปประเทศ เพื่อให้การปฏิรูปประเทศบรรลุผลสัมฤทธิ์ตามระยะเวลาที่กำหนดไว้ โดยมี ครม.กำกับดูแลและสนับสนุนให้หน่วยงานรัฐดำเนินการ ทั้งนี้ หากการดำเนินการไม่สอดคล้องกับแผนปฏิรูปประเทศ ให้คณะกรรมการปฏิรูปประเทศประสานรัฐมนตรีเจ้าสังกัดเพื่อแก้ไขปรับปรุงความไม่สอดคล้องนั้น แต่หากไม่สามารถหาข้อยุติร่วมกันได้ให้แจ้งเป็นหนังสือต่อคณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติพิจารณาต่อไป

ไชยา ยิ้มวิไล ที่ปรึกษาคณะกรรมการเตรียมการปฏิรูปประเทศ เปิดเผยว่า ร่าง พ.ร.บ.ปฏิรูปประเทศมี 7 ด้าน ประกอบด้วย 1.ปฏิรูปการเมือง 2.ปฏิรูปกฎหมาย 3.ปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม 4.ปฏิรูประบบราชการและธรรมาภิบาล 5.ปฏิรูปการศึกษา 6.ปฏิรูปเศรษฐกิจ และ 7.ปฏิรูปด้านอื่นๆ เช่น ปฏิรูปสื่อ และปฏิรูปศาสนา เป็นต้น ขณะที่ร่าง พ.ร.บ.ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ประกอบด้วย 6 ด้าน คือ 1.ยุทธศาสตร์ด้านความมั่นคง 2.ยุทธศาสตร์ด้านขีดความสามารถทางการแข่งขันประเทศ 3.ยุทธศาสตร์การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ 4.ยุทธศาสตร์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม 5.ยุทธศาสตร์ชาติการสร้างความเสมอภาคและลดความเหลื่อมล้ำ 6.ยุทธศาสตร์ด้านกลไกภาครัฐ และ 7.ยุทธศาสตร์ชาติด้านการปรับปรุงกฎหมาย

ทั้งนี้ จะมีการนำเสนอจัดตั้งคณะทำงานปฏิรูป 3 ชุด คือ ปฏิรูปสื่อ ปฏิรูปการศึกษา และปฏิรูปตำรวจ โดยการปฏิรูปสื่อจะมุ่งเน้นสื่อสังคมออนไลน์เป็นหลัก เพราะทุกวันนี้มีการเสพข่าวสารผ่านโทรศัพท์มือถือกันมากขึ้น จำเป็นต้องมีการวางกฎระเบียบเพื่อดูแล เพราะปัจจุบันมีทั้งสื่อดีและสื่อไม่ดี

ส่วนการปฏิรูปการศึกษา จะมุ่งเน้นตั้งแต่เด็กระดับประถม ต้องสร้างการรับรู้และปลูกฝังความเป็นระเบียบวินัยเคารพกฎหมาย มีความรู้คู่คุณธรรมและจริยธรรม เบื้องต้นอาจจะผลักดันให้สถาบันการศึกษาบรรจุวิชาศาสนา วิชาธรรมาภิบาล หรือวิชาจริยธรรม สอดแทรกเข้าไปในหลักสูตร และการปฏิรูปตำรวจ จะมุ่งเน้นให้มีการบังคับใช้กฎหมายที่มีอยู่อย่างเข้มงวดกวดขัน โดยเฉพาะกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการลงโทษเจ้าหน้าที่รัฐกระทำผิดกฎหมายที่ต้องโทษหนักและรุนแรงถึงขั้นไล่ออก เช่น ซื้อขายตำแหน่ง หรือเรียกรับสินบน รีดไถ เป็นต้น

พงศ์โพยม วาศภูติ ที่ปรึกษาคณะกรรมการเตรียมการยุทธศาสตร์ชาติ กล่าวว่า การทำงานต้องรอให้สุวิทย์ เมษินทรีย์ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ประกาศออกคำสั่งแต่งตั้งคณะอนุกรรมการเพื่อขับเคลื่อนการทำงานก่อน จากนั้นจะมีการประชุมร่วมกันเพื่อกำหนดแนวทางการทำงาน

แชร์ข่าวนี้

Share on Google+
LINE it!

ที่สุดวิเคราะห์ในรอบ 7 วัน

  • เปิดอ่าน
  • แสดงความคิดเห็น
  • แชร์