ต่างประเทศ

ผวานโยบายทรัมป์ไม่ถึงฝัน

  • 19 พฤษภาคม 2560 เวลา 08:16 น.
  • | เปิดอ่าน 6,625
  • | ความคิดเห็น 0
Share on Google+
LINE it!

ผวานโยบายทรัมป์ไม่ถึงฝัน

โดย...ทีมข่าวต่างประเทศโพสต์ทูเดย์ 

รัฐบาลสหรัฐยุคสมัยของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ กำลังสั่นคลอน หลังหนังสือพิมพ์นิวยอร์กไทมส์ เปิดเผยว่า ทรัมป์ขอให้ เจมส์ โคมีย์ ผู้อำนวยการ สำนักงานสอบสวนกลางสหรัฐ (เอฟบีไอ) ระงับการสอบสวน ไมเคิล ฟลินน์ อดีตที่ปรึกษาความมั่นคงในกรณีเกี่ยวข้องรัสเซีย ก่อนที่ทรัมป์จะไล่โคมีย์ออกเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ก่อให้เกิดความกังวลว่าทรัมป์กำลังใช้อำนาจขัดขวางกระบวนการยุติธรรมจนอาจนำไปสู่การถอดถอนได้

“ถ้าหากมีการเปิดการสอบสวนพิเศษ หรือถ้าจะมีการพูดคุยเกี่ยวกับการขัดขวางกระบวนการยุติธรรมของทรัมป์ว่าเป็นความผิดที่สมควรโดนถอดออกจากตำแหน่ง นั่นหมายความว่าเป็นการโบกมือลาแผนการปฏิรูปภาษี ประกันสุขภาพและการกระตุ้นทางการคลังสำหรับ 2017 นี้ได้เลย” แอนดี เบรนเนอร์ หัวหน้าฝ่ายตราสารหนี้ของเนชั่นแนล อลิอันซ์ ซีเคียวริตี้ส์ กล่าว

รอยเตอร์สรายงานว่า ข่าวอื้อฉาวที่แพร่สะพัดสร้างความกังวลให้กับสมาชิกพรรครีพับลิกัน และอาจส่งผลกระทบต่อการผลักดันกฎหมายต่างๆ เช่น การปรับลดภาษีนิติบุคคลและการยกเลิกกฎหมายประกันสุขภาพโอบามาแคร์ ที่ถือเป็นวาระสำคัญของพรรค โดยในประเด็นแรกนั้นยังอยู่ในขั้นเริ่มต้นของกระบวนการในสภาและเพิ่งเริ่มอภิปรายไปเมื่อวานนี้

มิตช์ แมคคอนเนลล์ ผู้นำเสียงข้างมากในวุฒิสภาจากรีพับลิกัน เปิดเผยว่า ความวุ่นวายน้อยลงในทำเนียบขาวเป็นปัจจัยจำเป็นอย่างยิ่งในการผลักดันกฎหมายที่ถือเป็นวาระสำคัญ สอดคล้องกับ ลินด์ซีย์ แกรห์ม วุฒิสมาชิกพรรครีพับลิกัน ระบุว่ากระบวนการผ่านร่างกฎหมายขณะนี้กำลังโดนขัดขวางท่ามกลางความวุ่นวายในฝ่ายบริหาร

ตลาดทุนโลกสะดุ้งแรง

ตลาดทุนทั่วโลกเผชิญกับความผันผวนอย่างรุนแรง หลังเกิดคาดการณ์ว่าทรัมป์อาจจะต้องเผชิญกับการลงมติถอดถอนจากการเปิดเผยในครั้งนี้ โดยบลูมเบิร์ก รายงานว่า ดัชนีวัดความผันผวนของตลาดหุ้นสหรัฐพุ่งขึ้นสูงสุดนับตั้งแต่การทำประชามติออกจากสหภาพยุโรป (อียู) ของอังกฤษ เมื่อเดือน มิ.ย. 2016 ที่ผ่านมา ก่อนตลาดหุ้นสหรัฐจะปิดตัวแดนลบทำสถิติแย่ที่สุดตั้งแต่เดือน ก.ย.ปีก่อน ซึ่งเป็นช่วงก่อนการเลือกตั้งในเดือน พ.ย.

ดัชนีอุตสาหกรรมดาวโจนส์ร่วงลงไปถึง 1.78% หรือ 372.82 จุด ขณะที่ดัชนีเอสแอนด์พี 500 ร่วงลงไป 1.82% เมื่อวันที่ 17 พ.ค.ที่ผ่านมา ขณะที่ดัชนีค่าเงินเหรียญสหรัฐร่วงลงต่ำสุดในรอบกว่า 6 เดือน สวนทางสินทรัพย์ปลอดภัยอย่างทองคำที่ปรับขึ้นในรอบวันมากที่สุด ตั้งแต่การทำประชามติของอังกฤษมาถึงราว 2%

ด้าน ลาร์รี แมคโดนัลด์ หัวหน้านักกลยุทธ์ของเอซีจี อนาไลติกส์ เปิดเผยว่า ความเสี่ยงที่ทรัมป์จะไม่สามารถทำตามนโยบายได้ จะเป็นปัญหาต่อธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ที่ต้องการขึ้นดอกเบี้ยด้วย โดยความน่าจะเป็นที่เฟดจะขึ้นดอกเบี้ยในเดือน มิ.ย.นี้ลดลงจาก 80% ในช่วงก่อนหน้าการเกิดความกังวลต่อสถานะความเป็นประธานาธิบดีทรัมป์เหลือเพียง 60% เมื่อวานนี้

ความเคลื่อนไหวของตลาดหุ้นสหรัฐเป็นปัจจัยหนึ่งที่ฉุดดัชนีเอ็มเอสซีไอ เอเชีย-แปซิฟิก ร่วงลงไป 0.9% มากที่สุดนับตั้งแต่วันที่ 6 เม.ย. ระหว่างการซื้อขายเมื่อวันที่ 18 พ.ค.ที่ผ่านมา

อย่างไรก็ตาม ไบรอน เวียน รองประธานฝ่ายจัดการความมั่นคงของแบล็กสโตน บริษัทจัดการลงทุน เปิดเผยว่า ตลาดหุ้นสหรัฐยังมีความน่าดึงดูดอยู่โดยมีผลประกอบการของบริษัทเป็นตัวนำ ซึ่งจากการคำนวณของอาร์บีซี แคปปิตอล มาร์เก็ต พบว่ามากกว่า 3 ใน 4 ของบริษัทในเอสแอนด์พี 500 มีผลประกอบการมากกว่าที่คาดการณ์ไว้ และผลกำไรต่อหุ้นของบริษัทเหล่านั้นปรับขึ้นราว 15.2%

เรียกความเชื่อมั่นกลับคืน

รัฐบาลของทรัมป์พยายามจะเรียกความเชื่อมั่นกลับคืน โดยกระทรวงยุติธรรมสหรัฐประกาศแต่งตั้ง โรเบิร์ต มูลเลอร์ อดีตผู้อำนวยการเอฟบีไอ ขึ้นเป็นที่ปรึกษาพิเศษ ซึ่งมีหน้าที่คล้ายกับอัยการ เพื่อสอบกรณีรัสเซียแทรกแซงการเลือกตั้งเมื่อปี 2016 ที่ผ่านมา โดยทรัมป์ ระบุว่า มูลเลอร์จะเป็นผู้ตอบคำถามเกี่ยวกับการแทรกแซงของรัสเซีย และเปิดทางให้ทรัมป์ได้เดินหน้าจัดการเรื่องปฏิรูปภาษีอย่างเต็มตัว

“การตัดสินใจตั้งแต่ที่ปรึกษาพิเศษไม่ใช่เพื่อหาว่ามีการกระทำผิดจริงหรือจะมีการฟ้องร้องทางอาญาหรือไม่ ผมไม่มีความตั้งใจอย่างนั้น แต่ผมคิดว่าที่ปรึกษาพิเศษมีความจำเป็นเพื่อให้ชาวอเมริกันได้มั่นใจอย่างเต็มที่ต่อผลลัพธ์หลังการสอบสวน” รอด โรเซนสไตน์ รัฐมนตรีช่วยกระทรวงยุติธรรมสหรัฐ กล่าว

ทั้งนี้ คณะกรรมการตรวจสอบและปฏิรูปรัฐบาลของสภาผู้แทนราษฎร เปิดการสอบสวนกรณีทรัมป์ไล่โคมีย์ออกจากตำแหน่งผู้อำนวยการเอฟบีไอ โดยเรียกโคมีย์เข้าให้ปากคำต่อกรณีที่ทรัมป์ขอให้ระงับการสอบสวนฟลินน์ในวันที่ 24 พ.ค.ที่จะถึงนี้ ซึ่งโคมีย์ได้บันทึกการสนทนาดังกล่าวเอาไว้ทั้งหมด

ขณะเดียวกันทรัมป์ได้ออกมาปฏิเสธความเกี่ยวเนื่องกับทางรัสเซีย

“อย่างที่ผมพูดมาหลายรอบแล้ว การสอบสวนจะยืนยันในสิ่งที่เรารู้กันอยู่แล้ว นั่นคือไม่มีความร่วมมือระหว่างทีมหาเสียงของผลกับรัฐบาลประเทศอื่น” ทรัมป์ กล่าว

อย่างไรก็ตาม รอยเตอร์สรายงานอ้างแหล่งข่าวเกี่ยวข้องว่า ฟลินน์และที่ปรึกษาแคมเปญเลือกตั้งหลายรายของทรัมป์ ติดต่อกับเจ้าหน้าที่รัสเซียและบุคคลอื่นๆ ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับรัฐบาลรัสเซียอย่างน้อย 18 ครั้ง ในช่วง 7 เดือนสุดท้ายของการหาเสียงเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐเมื่อปี2016

แหล่งข่าว 3 รายระบุว่า การติดต่อ 6 ครั้งที่ยังไม่มีการเปิดเผยก่อนหน้านี้ เป็นการโทรศัพท์พูดคุยระหว่าง เซอร์เก คิสลีอัค เอกอัครราชทูตรัสเซียประจำสหรัฐ และที่ปรึกษาหลายรายของทรัมป์ที่รวมถึงฟลินน์ โดยการติดต่อระหว่าวฟลินน์และคิสลีอัคเพิ่มขึ้นหลังวันที่ 8 พ.ย. เนื่องจากทั้งคู่พยายามสร้างช่องทางการติดต่อหลังบ้านระหว่างทรัมป์และประธานาธิบดีวลาดิมีร์ปูติน ของรัสเซีย

แชร์ข่าวนี้

Share on Google+
LINE it!

ที่สุดวิเคราะห์ในรอบ 7 วัน

  • เปิดอ่าน
  • แสดงความคิดเห็น
  • แชร์