จะรักหรือจะชังฟรุตเค้ก

โดย...รอยนวล

คริสต์มาสและปีใหม่กำลังจะมาถึง ทุกช่วงเวลานี้ของปี รอยนวล มักจะได้ลิ้มชิมรส “ฟรุตเค้ก” ซึ่งเป็นของขวัญของฝากเพื่ออวยพรปีใหม่อยู่บ่อยครั้ง

เค้กเนื้อแน่นเหนียวฉ่ำและเต็มไปด้วยผลไม้แห้งอย่างพรุน เดต แอปริคอต ฟิก ลูกเกด เชอร์รี ฯลฯ อาจมีถั่วชนิดต่างๆ รวมทั้งเปลือกผลไม้อย่างส้มและเครื่องเทศเสริม หอมหวานแต่ไม่หวานเกินไป ชิ้นบางๆ สักหนึ่งชิ้นเคี้ยวกรุบๆ กับชายามบ่าย เป็นอะไรที่ยอดเยี่ยมเกินบรรยาย

ครั้งหนึ่งระหว่างเอร็ดอร่อยมื้อว่างยามบ่าย เพื่อนคนหนึ่งก็เอ่ยขึ้นมาว่า เขาแพ้แอลกอฮอล์แล้วจะชิมฟรุตเค้กได้ไหม คำตอบคือ ไม่ควร เพราะเค้กชนิดนี้มักผสมแอลกอฮอล์ เด็กเล็กๆ รวมถึงสตรีมีครรภ์ ผู้ทรงศีล (เดี๋ยวจะบาปซะเปล่าๆ) คนแพ้แอลกอฮอล์ หรือแม้แต่สัตว์เลี้ยงไม่ควรกิน

แต่ถึงอย่างนั้นก็มีฟรุตเค้กบางสูตรที่ไม่ใส่แอลกอฮอล์ โดยทดแทนด้วยส่วนผสมอื่นๆ อย่างเช่นน้ำผลไม้ ซึ่งให้รสชาติออกมาคล้ายคลึง ทางที่ดีควรถามคนให้หรือคนทำให้แน่ใจก่อน

เจ้าฟรุตเค้กนี่มีมาเนิ่นนานแล้ว ย้อนไปได้ถึงยุคโรมันโบราณ ก่อนจะกระจายสูตรไปทั่วยุโรป โดยแต่ละประเทศก็คิดค้นสูตรของตัวเองขึ้นมา เค้กชนิดนี้เกิดจากความต้องการถนอมผลไม้ในรูปแบบหนึ่ง

จนกระทั่งน้ำตาลถูกคิดค้นขึ้นมาในศตวรรษที่ 16 ทำให้ฟรุตเค้กน่ารับประทานและได้รับความนิยมเพิ่มขึ้น สีของเค้กจะมีทั้งสีอ่อนและเข้มแล้วแต่การเลือกส่วนผสม

ฟรุตเค้กมีพี่น้องเรียกว่า สโตลเลน (Stollen) ซึ่งเป็นเค้กผลไม้สูตรดั้งเดิมเป็นของชาวเยอรมัน ทั้งสองต่างกันชัดเจนที่รูปร่าง ฟรุตเค้กเป็นแท่งยาวๆ หนาๆ บางคนก็เลยเรียกว่า ก้อนอิฐ หรือที่ทับกระดาษ ส่วนสโตลเลนเหมือนกับก้อนขนมปังปอนด์ พวกเขายังมีญาติๆ อีกหลากหลายในยุโรป

ถ้าอยู่ในอเมริกาแล้วคุณถูกเรียกว่า ฟรุตเค้ก ละก็ เขาไม่ได้ชมว่าเราหวานอร่อยนะ แต่เขาหาว่าเราไม่ปกติสุดๆ เลยตะหาก!!!

เหตุเนื่องมาจากสูตรเค้กชนิดนี้ของชาวอเมริกันมักอัดแน่นด้วยผลไม้แห้งและถั่ว คำว่า ถั่ว ก็คือ นัต หรือนัตตี ซึ่งเป็นสแลงหมายถึง บ้าบ๊อง หรือแปลก ถ้าดีกรีความนัตม้ากมาก ก็ต้องเป็นฟรุตเค้กน่ะแหละ

ที่สหรัฐอเมริกามีคนบางกลุ่มเห็นว่าฟรุตเค้กเป็นของหวานแบบขำขัน ไม่สุภาพมากถ้าจะให้กันเป็นของขวัญของฝาก (แต่รอยนวลไม่ถือนะ อิอิ) กระแสนี้เริ่มต้นจาก จอห์นนี คาร์สัน พิธีกรรายการโทรทัศน์ดังในยุค 1960 ที่ปล่อยโจ๊กทางโทรทัศน์ให้ได้ยินกันทั่วอเมริกาว่า “ของขวัญที่แย่ที่สุด คือ ฟรุตเค้ก ทั้งโลกนี้ก็มีฟรุตเค้กอยู่แค่อันเดียว และผู้คนก็เทียวส่งให้กันไปมา”

เพราะมีลักษณะส่วนตัวสูงมาก คนไม่ชอบเลยก็จะเกลียดไปเลย แต่ทั้งหมดก็ขึ้นกับสูตรที่ทำเป็นหลัก อาจเพราะความเกลียด (หรือยังไง...) ทุกปีที่โคโลราโดจึงจัดให้มีการแข่งขันขว้างฟรุตเค้กกันสนุกสนาน สถิติขว้างไกลที่สุดประมาณเกือบ 2,000 ฟุต (อย่างนี้สิถึงเรียกว่ากินทิ้งกินขว้างของจริง!!!)

เมื่อปี 2003 พิธีกรรายการทอล์กโชว์ชื่อดังของอเมริกา เจย์ เลโน เคยนำฟรุตเค้กมาชิมในรายการ Tonight Show นั่นไม่ใช่เค้กธรรมดาแน่ๆ แต่เป็นสมบัติที่ตกทอดสืบต่อมาของครอบครัวชาวมิชิแกน และฟรุตเค้กอันนั้นอบในปี 1878 โอ้วววว ฟรุตเค้กอายุ 125 ปี!!! อยากรู้เหมือนกันว่าจะอร่อยแค่ไหน

ที่ฟรุตเค้กมีอายุยาวนานขนาดนั้น ก็เพราะว่าใส่แอลกอฮอล์เข้าไปและเคลือบโดยรอบด้วยน้ำตาลไอซิง ซึ่งจะช่วยป้องกันไม่ให้เกิดเชื้อรา

ฟรุตเค้กจะใส่แอลกอฮอล์ลงไปหลังจากทำเสร็จเรียบร้อยแล้ว เคลือบตัวเค้กด้วยน้ำตาลไอซิง บางคนเลือกเบอร์เบิน (อเมริกันวิสกี้) หรือบรั่นดี หรือรัม ไม่ก็ไวน์ราดลงไป หลังจากนั้นก็ต้องห่ออย่างดีด้วยพลาสติกเก็บไว้เพื่อบ่มให้เค้กสุก ใช้เวลาอย่างน้อยราว 3 อาทิตย์ ถึงจะนำออกมาลิ้มรสได้ บางคนเชื่อว่ายิ่งบ่มนานยิ่งอร่อย จึงมีคนเก็บไว้นานเป็นปีๆ แต่คงจะยากที่ใครจะเก็บได้นานเป็นร้อยๆ ปีเหมือนครอบครัวชาวมิชิแกน

ฟรุตเค้กควรเก็บไว้ในตู้เย็น และทุก 2-3 เดือนต้องเปิดห่อออกมาดู แล้วราดแอลกอฮอล์เพิ่มอีกหน่อย ก่อนนำไปห่อแล้วแช่อีกรอบ ชาวตะวันตกมักจะทำฟรุตเค้กเก็บไว้ก่อนจะนำมาเปิดรับประทานในช่วงเทศกาลอย่างคริสต์มาสหรือปีใหม่ รวมไปถึงงานแต่งงาน

สำหรับ รอยนวล แล้วเกลียดฟรุตเค้กที่ใส่แคนดีฟรุต หรือผลไม้เชื่อมสีจัดจ้าน แต่รักฟรุตเค้กที่ไม่หวานจัดอัดแน่นด้วยผลไม้แห้งและถั่ว เหนียวเคี้ยวหนึบ กรุ่นแอลกอฮอล์นิดๆ บอกไว้เผื่อปีนี้ใครจะส่งมาสวัสดีปีใหม่ คริคริ

ความคิดเห็น

ความคิดเห็น 1: 11 ธ.ค.2554, 08:12น.
ก็อร่อยดีครับ แต่ ติดหวาน มากๆ ไปหน่อย
ความคิดเห็น 2: 09 ธ.ค.2554, 09:37น.
ตอนเด็กๆ จำได้ว่า ฟรุตเค้ก เป็นเค้กที่ไม่ชอบเอามากๆ เลย แต่พอโตมา กลายเป็นเค้กที่ต้องหากินทุกปี รวมถึง สโตลเลน แบบอร่อยๆ ด้วย ตอนนี้ก็ ชอบแบบเดียวกับคุณรอยนวลเลยครับ อาจเพราะด้วยความที่มันมีแอลกอฮอล์ผสม เลยดูว่า อร่อยมากขึ้นเมื่อกินในหน้าหนาว (ไม่ทราบเกี่ยวไม๊)

กลับสู่ด้านบน กลับสู่ด้านบน