ครอบครัวศุขพิมายโชว์คลิปยันเสกอยู่สถานบำบัด

น้องสาวเสก โลโซ เดือด! ขู่ฟ้องกลับอดีตพี่สะใภ้ ฉะเลิกสร้างกระแสได้แล้ว เปิดคลิปโชว์พี่ชายอยู่สถานบำบัด ไม่ได้หนีกลับบ้าน

ครอบครัวศุขพิมายโชว์คลิปยันเสกอยู่สถานบำบัด

ที่ห้องประชุมมูลนิธิ 111 ไทยรักไทย ถนนนครสวรรค์ ครอบครัวของนายเสกสรร ศุขพิมาย หรือ เสก โลโซ ประกอบด้วย นางปลิว ศุขพิมาย น.ส.ทยุตา ศุขพิมาย มารดาและน้องสาวเสก พร้อมด้วยนายอุดม โปร่งฟ้า ทนายความ และ พ.ต.อ.ประสพโชค พร้อมมูล รอง ผบก.ป. เปิดแถลงข่าวการบำบัดรักษาอาการเสพยาเสพติด และชี้แจงเรื่องทรัพย์สิน เสก โลโซ ทั้งนี้ ก่อนเริ่มการแถลงข่าวได้มีการเปิดคลิปวิดีโอให้สื่อมวลชนดูรวม 2 คลิป สำหรับคลิปแรกเป็นคลิปเสกนั่งพูดคุยกับหมอ เล่นกีตาร์และร้องเพลงให้ฟัง และเป็นเสียงเสกยืนยันว่ารักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลตลอดไม่ได้ออกไปไหน ส่วนคลิปที่สองเป็นคลิปเล่นกีตาร์อยู่ภายในห้องผู้ป่วยและเดินเยี่ยมทักทายผู้ป่วยคนอื่นๆ ในโรงพยาบาล

นายอุดม กล่าวว่า ยืนยันตรงนี้ว่าเสกยังคงเข้ารับการรักษาตัวอยู่ ไม่ได้หลบหนีไปไหนอย่างที่เป็นข่าว และจากสภาพก็คงเห็นว่า สภาพร่างกายเสกค่อนข้างจะไม่สมบูรณ์ ยังมีอาการเบลอ ขนาดหมอให้เล่นเพลง “ใจสั่งมา” เสกก็ยังไปเล่นอีกเพลงหนึ่ง อย่างไรก็ตามเสกยินดีที่จะเข้ารับการบำบัดจากสถานบำบัดทุกขั้นตอน เพียงแต่การแต่งตัวของเสก จะไม่เหมือนคนไข้คนอื่น ๆ เนื่องจากว่าเสกมีพฤติการณ์ไม่ปกติ อ่อนไหว เป็นผลกระทบข้างเคียงที่เกิดขึ้นจากการรักษา จึงมีการอนุโลมให้เสกแต่งตัวตามที่ชอบ และมีสิ่งที่อำนวยความสะดวก เช่น กีตาร์ เปียโน เครื่องเสียงต่าง ๆ และขอยืนยันว่าพฤติการณ์ต่าง ๆ เสกยังไม่มีสติที่จะไปทำอะไรได้ เสกเป็นคนที่น่ารักและตั้งใจรับการบำบัด อย่าให้ข่าวอย่างนี้ออกมาเพื่อทำลายเสกอีกเลย เขาต้องเข้ารับการบำบัดเต็มหลักสูตรของทางสถานบำบัด การบำบัดต้องเป็นไปในทางบวก อีกทั้งเมื่อกลับออกไปแล้วจะต้องไม่กลับไปใช้อีก

ทนายความร็อคเกอร์หนุ่ม กล่าวยอมรับว่า ช่วงหนึ่งมีการห้ามเยี่ยมเด็ดขาด แต่เข้าใจว่าคุณหมอมีการผ่อนปรน ไม่ให้คนไข้ตึงเครียดจนเกินไป จึงอนุญาตให้คุณแม่ ตน และน้องอ้อม-น.ส.พรพิมล เทพพิชัย เข้าไปดูแล เพราะว่าน้องอ้อมเป็นคนที่ใกล้ชิดมากที่สุดในตอนนี้ อีกทั้งทางสถานบำบัดมีการจำกัดพื้นที่ให้เสกอยู่ คืออยู่แต่ในตึกเพชร และมี รปภ.ดูแล ส่วนการที่จะห้ามใครเข้าเยี่ยมนั้น ขึ้นอยู่ที่ดุลพินิจของคุณหมอ ส่วนถ้าผู้ที่จะมายี่ยมบางคนไปพูดในสิ่งที่ไม่สมควรพูด ทำให้คนไข้เกิดอาการเครียด เป็นผลลบทางการแพทย์ ทางญาติพี่น้องไม่เคยห้าม แต่ถ้ามีผลทางด้านลบ ต่อไปอาจต้องใช้สิทธิตามกฎหมายเพื่อที่จะห้าม ช่วงนี้หมอจะห้ามเยี่ยมทุกวันศุกร์-เสาร์-อาทิตย์

ส่วนในเรื่องประเด็นของทรัพย์สินนั้น นายอุดม เปิดเผยว่า เสกได้ทำหนังสือมอบอำนาจขึ้นให้ทางตน และ น.ส.ทยุตา น้องสาว มีอำนาจในการดูแลทรัพย์สินต่างๆ ถ้าเสกกลับมาก็คืนเขาไป และก็ได้มีการแจงว่าทรัพย์สินเขามีอะไรหายบ้างระหว่างที่อดีตภรรยาเข้าไปที่ บ้าน มีการแจ้งความเบื้องต้นไว้ให้แล้ว กระทั่งเสกเข้ารับการบำบัดที่ก็ได้แจ้งให้ทางกานต์-วิภากร เข้าไปดูแลบ้านที่หมู่บ้านนันทวัน รวมทั้งเข้าไปขอโทษผู้ใหญ่ที่แกรมมี่ด้วยกันอีก หลังจากนั้นทางกานต์ก็โทรมาขอสมุดบัญชีเสก เราพิจารณาว่าผิดข้อกฎหมาย เพราะหย่าขาดกันแล้ว จึงไม่สามารถให้ได้ ส่วนทรัพย์สินของลูกที่เป็นเงินสด เสกได้ฝากให้ที่ธนาคารกรุงเทพ สาขารามอินทราแล้ว เป็นเงินไม่ต่ำกว่า 10 ล้านบาท ดังนั้นทรัพย์สินและเงินสดของเสก ขณะนี้นางปลิว กับน.ส.ทยุตา แม่และน้องสาวเสก จึงเป็นผู้ดูแลมีอำนาจตามหนังสือมอบอำนาจ ไม่มีสิทธิ์ไปใช้จ่ายอะไรได้

ขณะนี้ น.ส.ทยุตา ก็ได้ให้ทีมกฎหมายศึกษาดูว่า มีอะไรที่จะฟ้องหมิ่นประมาทได้บ้าง จากกรณีที่กานต์ ไปโพสต์ข้อความไม่เหมาะสมทำให้เสื่อมเสีย อย่างเช่น ขโมยของ ติดยา อีกทั้งกรณีปลอมลายเซ็นเสกเพื่อที่จะไปรูดบัตรเครดิต ซึ่งทางธนาคารก็สงสัยว่าลายเซ็นต์ไม่เหมือนเดิม ทั้งนี้จึงอยากขอให้กานต์หยุดเสียที ยืนยันว่าอะไรที่กานต์ควรจะได้ ก็จะมีการแบ่งให้ตามสิทธิอย่างเป็นธรรมแน่นอน

ด้านพ.ต.อ.ประสพโชค กล่าวว่า ได้เข้าไปประสานงานกับทางเสกและญาติๆ ตั้งแต่ก่อนเข้ารับการบำบัดรักษา รวมทั้งได้ประสานงานกับทาง ป.ป.ส. และสถาบันธัญญารักษ์ ในการที่เสกเป็นอย่างนี้ทางญาติและตัวเสกสมัครใจที่จะเข้าบำบัดรักษาตามขั้นตอนของทางราชการ โดยรักษาตั้งแต่วันที่ 27 ธ.ค. 54 เป็นต้นมาจนถึงปัจจุบัน จากการที่เสกสมัครใจเข้ารับการรักษา ในทางกฎหมายก็ถือว่าเป็นผู้ป่วย ไม่ได้เป็นผู้ต้องหา หลังจากนี้ทางแพทย์ก็จะมีความเห็นเป็นระยะ ๆ ถ้าแพทย์ยืนยันแล้วว่าเสกอาการเป็นปกติดี ก็สามารถกลับมาใช้ชีวิตตามปกติสุข สามารถมาบำเพ็ญประโยชน์ให้กับประชาชน และส่วนราชการต่าง ๆ ได้ คดีความก็จะถือว่าระงับไปตามกฎหมาย

ที่กระทรวงสาธารณสุข นายพสิษฐ์ ศักดาณรงค์ ที่ปรึกษา รมว.สาธารณสุข กล่าวว่า ก่อนที่จะให้ผู้เสพหรือผู้ติดยาออกจากโรงพยาบาลที่ให้การบำบัดรักษาจะต้องแน่ใจว่าเขาจะไม่กลับไปเสพยาอีก  โดยเฉพาะในคนที่เสพยาแล้วมีอาการทางจิตคิดว่าควรจะมีจิตแพทย์จากกรมสุขภาพจิตมาร่วมประเมินด้วย อย่างกรณีสถาบันธัญญารักษ์แม้จะมีจิตแพทย์อยู่แล้ว แต่คิดว่ากรมสุขภาพจิตน่าจะมีส่วนร่วมในการประเมินด้วยกรณีที่ไม่แน่ใจ ก่อนที่จะอนุญาตให้ผู้ป่วยออกจากโรงพยาบาล โดยเฉพาะกรณีของเสก โลโซ ถ้าปล่อยกลับบ้านอาจมีความเสี่ยงที่จะไปเสพยาอีก ดังนั้นหากจะปล่อยให้กลับบ้านควรจะให้จิตแพทย์ หรือคณะทำงานประเมินร่วมกันว่าคนไข้อาการดีมากแล้วไม่น่าจะไปยุ่งเกี่ยวกับยาอีก

แสดงผลเป็นเว็บไซต์ปกติ

กลับสู่ด้านบน กลับสู่ด้านบน

ไปยังเมนูอื่นๆ