จริตอ่องกง

คนไปฮ่องกงทำไม? ไปไหว้พระ ไปดูฮวงจุ้ย ไปหานาย ไปหาญาติ ไปดมกลิ่นหูฉลาม ไปกินหมี่ ไปกินโจ๊ก ไปซื้อของ ไปเที่ยวเล่น

จริตอ่องกง

โดย...กาญจน์ อายุ

คนไปฮ่องกงทำไม? ไปไหว้พระ ไปดูฮวงจุ้ย ไปหานาย ไปหาญาติ ไปดมกลิ่นหูฉลาม ไปกินหมี่ ไปกินโจ๊ก ไปซื้อของ ไปเที่ยวเล่น หรือไปแล้วมันเกี่ยวอะไรกับคุณ ทุกเหตุผลนำผู้คนสู่ฮ่องกงอย่างเนืองแน่นทั้งปี กลายเป็นประเทศเป้าหมายสำหรับคนไทยที่อยากเที่ยวเมืองนอก ด้วยค่าครองชีพไม่สูง ตั๋วเครื่องบินไม่แพง ค่าแพ็กเกจทัวร์พอจ่ายไหว และตอบสนองวิญญาณนักช็อปด้วยป้ายลดราคาที่มายั่วหัวใจเป็นระยะๆ

และระยะเดือน ก.พ.ที่จะมาถึง ขอให้เตรียมความแข็งแรงของข้อมือให้ดี เพราะเทศกาลลดราคาครั้งยิ่งใหญ่กลับมาอีกครั้ง เป็นช่วงโละของเก่าออกจากโกดังเพื่อต้อนรับปีใหม่หรือตรุษจีน ต้อนรับคนชอบละลายทรัพย์มาช่วยหอบหิ้วสินค้าออกจากร้าน เสมือนเป็นเวลาทำความสะอาดบ้านก่อนวันตรุษจีนยังไงยังงั้น ซึ่งหน้าตาของคนมาซื้อก็ไม่ใช่คนอื่นคนไกล ก็เป็นคนไทยแลนด์นี่เองที่ไปกระจายรายได้ให้ประเทศปลอดภาษี

ร้านค้าลดราคาหาไม่ยาก เพราะเกือบทุกตึกจะมีร้านขายสินค้าติดแบรนด์ห้อยป้ายลดราคาพร้อมตัวเลขขนาดใหญ่กับดอกจันตัวเล็กๆ แขวนอยู่ แต่ถ้าอยากเลือกซื้อในห้างสรรพสินค้า คนส่วนใหญ่น่าจะไปที่ “ฮาร์เบอร์ ซิตี” ห้างใหญ่ฝั่งเกาลูนที่รวมทุกแบรนด์ไว้ครบถ้วน ล่าสุดมีแบรนด์ขนมหวานและชาอย่าง Laduree (ลาดูเร่) มาเปิด เป็นกระแสในวัยรุ่นฮ่องกงให้มาต่อคิวซื้อ Macaron (มาการอง) ยาวหลายเมตร แบรนด์นี้มีขึ้นมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1862 หรือ 152 ปีมาแล้ว สินค้ายอดฮิตคือ มาการอง ขนมหวานของคนฝรั่งเศสที่ต้องทานคู่กับชา ที่ในร้านลาดูเร่ก็มีใบชาจำหน่ายเช่นกัน

รสชาติมาการองยี่ห้อนี้อร่อยสมกับที่อยู่ได้มาเป็นร้อยปี แป้งไม่แข็ง ไม่ร่วน รสชาติไม่หวานแสบคอ และยังมีรสชาติให้เลือกมากกว่า 10 อย่าง ทุกวันจะเห็นคนฮ่องกงและนักท่องเที่ยวมาต่อคิวซื้อแถวยาว ทั้งที่ราคาสินค้าไม่ถูกและต้องเสียเวลามากกว่าจะได้สักกล่อง

การมาของร้านเชื้อสายฝรั่งเศสนี้ไม่เพียงแต่สร้างค่านิยมใหม่ในสังคม แต่ยังเป็นตัวชี้ว่าฮ่องกงมีศักยภาพมากพอให้ร้านค้าระดับโลกไว้วางใจมาเปิดสาขา เพราะนอกจากร้านค้าจะทำยอดขายได้ดีแล้ว ชื่อร้านยังติดตาติดปากคนเอเชียด้วย

และอีกร้านที่มาจากฝรั่งเศสเช่นกัน เป็นร้านกิฟต์ช็อป PYLONES ร้านขายสินค้าเบ็ดเตล็ด แต่เด่นด้านดีไซน์ยียวนเป็นเอกลักษณ์ มีสินค้าตั้งแต่เครื่องเขียน เครื่องใช้ภายในบ้าน เครื่องครัว เครื่องมือเสริมสวย และเครื่องประดับ ทุกอย่างถูกออกแบบให้เหมือนมีชีวิตด้วยการเติมใบหน้า ท่าทาง และใช้สีสันฉูดฉาดดูทันสมัย

เห็นแล้วก็อยากจะได้กลับบ้านทุกชิ้น แต่พอเหลือบดูราคาแล้วต้องขอเวลาคิดอีกหน่อย เพราะในความคิดของคนไทยที่ตั้งใจมาซื้อของถูกในฮ่องกง คงตัดสินใจซื้อของในร้าน PYLONES ไม่ได้ง่ายๆ ผิดจากคนฮ่องกงที่หยิบของเข้าตะกร้าแบบไม่ต้องบวกลบในหัว เพราะพวกเขายอมจ่ายให้สินค้าที่มีดีไซน์และสามารถใช้ประโยชน์ได้จริง

ส่วนร้านเสื้อผ้า รองเท้า กระเป๋า แบรนด์เนมทั้งแบรนด์ใหญ่แบรนด์เล็กสามารถเลือกซื้อได้ตามสะดวกในฮาร์เบอร์ ซิตี แต่สำหรับคนที่ไม่ติดแบรนด์และพอใจกับสินค้าท้องตลาดแบบ Made in China ตลาด “Ladies Market” น่าจะเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุด ตลาดอยู่ในย่านมงก๊ก (Mongkok) ซึ่งจะปิดถนนให้ร้านค้ามาตั้งขายในยามค่ำคืน ขายสินค้าทั่วไปคล้ายตลาดนัดบ้านเรา ผู้คนเดินจับจ่ายพลุกพล่านท่ามกลางเสียงพ่อค้าแม่ขายที่ดูจะยุ่งเหยิงมากกว่า เป็นบรรยากาศฮ่องกงแท้ๆ แบบไม่ต้องติดยี่ห้อให้ดูสูงส่ง

สัมผัสฮ่องกงด้วยตาแล้วต้องได้รสชาติถึงลิ้นกับเมนูอาหารท้องถิ่นอย่าง “ข้าวอบหม้อดิน” ร้าน Hing Kee ย่านเหยามาเต่ย (Yau Ma Tei) เป็นร้านที่ไกด์แนะนำและดูท่าจะอร่อยเมื่อดูจากปริมาณคนในร้าน ข้าวอบหม้อดินมีให้เลือกหลายหน้า เช่น กุนเชียง ไก่ หมู ไข่ ปลา แต่ละอย่างสามารถผสมกันได้ ราดอยู่บนข้าวสวยร้อนที่จะไม่สุกดีนักในหม้อดินร้อนฉ่า โดยเมื่อหม้อดินถูกเสิร์ฟแล้ว อย่างแรกที่ต้องทำคือ ใส่ซอสปรุงรสสีดำและพริกไทย คลุกเคล้าให้เข้ากัน จากนั้นปิดฝารอให้มันปรุงตัวเองอีกประมาณ 5 นาที จากนั้นก็ลองลิ้มชิมรสกันได้เลย

และจากประสบการณ์จริงขอแนะนำให้เลี่ยงกุนเชียง เพราะกุนเชียงบ้านเขารสและกลิ่นไม่เหมือนบ้านเรา ของบ้านเขากลิ่นฉุน ผสมเหล้า ถ้าคนไทยได้กินจะเหมือนได้กินกุนเชียงปลอมที่ใส่สีและกลิ่นผสมอาหารมากเกินไป แต่รสชาติดังกล่าวคือรสอร่อยของคนฮ่องกงที่เราจะเถียงว่ามันไม่อร่อยไม่ได้

ส่วนของหวานต้องเมนู “Gui Ling Jelly” ที่ร้าน Goldfinch ย่านคอสเวย์ เบย์ (Causeway Bay) มันคือเจลลีสีน้ำตาลเข้มกึ่งดำผสมสมุนไพรหลายชนิด ส่วนผสมสำคัญคือเจลลีที่ได้มาจากด้านในของกระดองเต่า มีสรรพคุณเป็นยา ก่อนรับประทานต้องใส่น้ำเชื่อมลงไปผสม ซึ่งสำหรับมือใหม่ต้องใส่น้ำเชื่อมมากๆ เพราะตัวเจลลีมีรสขมและมีกลิ่นสมุนไพรจีนที่คนไทยไม่คุ้น

นอกจากนี้ ตามถนนในฮ่องกงยังมีร้านอาหารข้างทางอีกมากไม่ต่างจากเมืองไทย ซึ่งถ้าจะให้ถึงรสคนฮ่องกงแท้ๆ ก็ต้องลิ้มลองอาหารข้างทางเหล่านี้ อย่างที่คนไทยก็เลือกกินอาหารข้างทางเพราะมันคือรสชาติของเราและเป็นวิถีของเรา

ฮ่องกงในมิติของการช็อปปิ้งเป็นจุดหมายที่น่ามาเยือน เพราะถ้าเทียบกับบ้านเราแบรนด์สินค้าบางยี่ห้อจะถูกกว่า เพราะฮ่องกงเป็นเกาะปลอดภาษี ต่างจากบ้านเราที่สินค้าจะมีภาษีเข้ามาเพิ่มราคาขาย แต่ถ้าจะมาเที่ยวฮ่องกงเพื่อมาผ่อนคลาย ก็ต้องถามก่อนว่าคุณจะรู้สึกผ่อนคลายด้วยวิธีไหน ถ้าเป็นคนที่ได้ซื้อของแล้วผ่อนคลาย ฮ่องกงจะทำให้คุณผ่อนคลายอย่างสุดๆ แต่ถ้าการผ่อนคลายหมายถึงการมองธรรมชาติ ใช้ชีวิตช้าๆ อยู่อย่างสงบ ฮ่องกงคงทำให้คุณผ่อนคลายไม่ได้

สรุปว่า ฮ่องกงเป็นเมืองช็อปปิ้ง ชิมอาหาร จริตใครตรงก็น่ามา (ถ้าใครไม่มาก็ไม่ได้แปลว่าไม่ตรง)

แสดงผลเป็นเว็บไซต์ปกติ

กลับสู่ด้านบน กลับสู่ด้านบน

ไปยังเมนูอื่นๆ