โต้งย้ำกู้2ลล.ช่วยศก.ไทยมั่นคง

กิตติรัตน์ ปลื้ม ฟิทช์เพิ่มเครดิตเศรษฐกิจไทย  ย้ำกู้เงิน2ล้านล้านบาท ช่วย เศรษฐกิจ มั่นคงหนี้สาธารณะไม่เกิน50%

นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และนายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) กล่าวในรายการรัฐบาลยิ่งลักษณ์ พบประชาชน เกี่ยวกับกรณีที่ฟิทช์ปรับเครดิตประเทศไทย และการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน 2 ล้านล้านบาท

นายกิตติรัตน์ กล่าวว่า กรณีที่ฟิทช์เรตติ้ง สถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือ ได้ปรับอันดับความน่าเชื่อถือของตราสารหนี้ไทยมาอยู่ระดับ BBB+ ซึ่งเป็นการปรับเพิ่มความน่าเชื่อถือกลับมาอยู่ในระดับเดิมเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี พ.ศ.2549 และปัจจัยสำคัญที่มีการปรับอันดับความน่าเชื่อถือมาจาก 5 ปัจจัยสำคัญเช่น การเมืองของไทยที่มีเสถียรภาพมากขึ้น ภาวะเศรษฐกิจที่มีอัตราการเติบโตที่ดี อัตราเงินเฟ้อที่อยู่ในระดับต่ำ หนี้สาธารณะอยู่ในระดับต่ำ และปัจจัยที่สำคัญที่สุดคือ การที่ประเทศไทยมีการเตรียมการลงทุนระบบโครงสร้างพื้นฐานระบบขนส่งในวงเงิน 2 ล้านล้านบาท ซึ่งทำให้เห็นชัดเจนว่า ประเทศไทยกำลังมีการลงทุนในทรัพย์สินที่จะเป็นการสร้างศักยภาพให้ประเทศรองรับการแข่งขันในอนาคต

นอกจากนี้ รองนายกรัฐมตรียังระบุถึงความจำเป็นที่จะต้องมีการออกพระราชบัญญัติเงินกู้ 2 ล้านล้านบาท แทนการใช้งบประมาณประจำปีในการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานเหล่านี้ โดยระบุว่า ในอดีตที่ผ่านมาการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานที่ลงทุนโดยงบผูกพันในแต่ละปี ทำให้โครงการขาดความต่อเนื่อง เพราะงบบางปีถูกตัดลดทอนตามฐานะการคลัง แต่การออกพระราชบัญญัติเงินกู้ 2 ล้านล้านบาท ซึ่งจะต้องผ่านการพิจารณาของรัฐสภา ทำให้เกิดความชัดเจนแหล่งที่มาของเงินลงทุนและเป้าหมายในการดำเนินการภายในระยะเวลาที่รัฐบาลกำหนดไว้ 7 ปี

ส่วนข้อห่วงใยในเรื่องฐานะทางการคลังนั้น นายกิตติรัตน์ ยืนยันว่า ไม่ส่งผลกระทบทำให้หนี้สาธารณะต่อผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) สูงเกินกว่าร้อยละ 50 ในขณะเดียวกัน การตรวจสอบการใช้เงินกู้ตั้งแต่เริ่มโครงการจะเป็นไปอย่างเข้มข้น เนื่องจากกระทรวงการคลังได้มีการเข้าไปดำเนินการปรับปรุงกระบวนการกำหนดราคากลางให้มีการคำนวณในสูตรที่เป็นราคาปัจจุบันมากที่สุด ซึ่งกรมบัญชีกลางได้ดำเนินการในเรื่องนี้ จะช่วยแก้ปัญหาในเรื่องการกำหนดมูลค่าโครงการต่าง ๆ ได้

ส่วนกรณีที่อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ที่มาเยี่ยมชมงานระบุว่า การดำเนินโครงการเหล่านี้ไม่มีเรื่องอะไรใหม่ และดำเนินการตั้งแต่รัฐบาลที่ผ่านมา นายกิตติรัตน์ กล่าวว่า ขอโต้แย้งเรื่องดังกล่าว เนื่องจากการเข้าไปตรวจสอบการเข้าไปทำงานในรัฐบาลสมัยนั้น ไม่พบวาระการทำงานที่มีการผลักดันโครงการสำคัญความเร็วสูง เช่น โครงการรถไฟความเร็วสูง โครงการรถไฟทางคู่ รวมทั้งมีการรวบรวมโครงการด้านคมนาคมขนส่งมาไว้ด้วยกัน เพื่อผลักดันอย่างจริงจัง ส่วนกรณีที่ออกมาระบุว่า การดำเนินโครงการเหล่านี้ สามารถกำหนดให้โครงการลงทุนอยู่ในงบประมาณประจำปีนั้น เรื่องนี้ การแยกโครงการลงทุน 2 ล้านล้านบาท ออกมาจากงบประมาณปกติ ถือเป็นการส่งสัญญาณที่ชัดเจนของรัฐบาลว่าจะมีการดำเนินโครงการเหล่านี้อย่างต่อเนื่อง เชื่อว่าจะได้รับการตอบรับสร้างความเชื่อมั่นต่อนักลงทุนต่อทิศทางการพัฒนาประเทศของไทย

นอกจากนี้ นายกิตติรัตน์ ยังได้กล่าวถึงการขยายตัวทางเศรษฐกิจของไทยในอนาคต จากการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานเหล่านี้ว่า ในปี 2555 ที่ผ่านมา ซึ่งอยู่ในภาวะที่ประเทศไทยเพิ่งฟื้นตัวจากภาวะน้ำท่วมและภาวะเศรษฐกิจโลกชะลอตัว แต่อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจของไทยทำได้สูงกว่าร้อยละ 6 ต่อปี แม้ว่าการส่งออกขยายตัวเพียงร้อยละ 3 และช่วง 7 ปีข้างหน้า แม้ภาวะเศรษฐกิจประเทศคู่ค้าที่สำคัญของไทย ประเทศในซีกโลกตะวันตกยังไม่ดีนัก แต่เชื่อว่าการลงทุนในภาครัฐจะเป็นกลจักรสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของไทย โดยรัฐบาลขอย้ำว่า การลงทุนโครงการ 2 ล้านล้านบาท ประเทศไทยจะได้ทรัพย์สินที่มูลค่าและอยู่กับประเทศไปหลายศตวรรษ ในขณะที่ภาระหนี้ที่เกิดขึ้นก็จะดำเนินการชำระคืนช่วงไม่กี่ทศวรรษก็จะหมดลงถือเป็นการลงทุนที่คุ้มค่า

ความคิดเห็น

ความคิดเห็น 1: 17 มี.ค.2556, 13:45น.
กู้เลยๆๆๆๆ ให้มันว่องไวหน่อย กู้เลย 5555 เอาเสียงข้างมากยัดปากมันไปเลย ช่วยไม่ได้ 2ปี8 เดือนของพวกมัน คิดไม่ได้ทำไม่เป้น สุดท้ายพวกทักษิณต้องมาทำให้ดูเป้นตัวอย่าง5555ช่วย ไม่ได้จริงๆ เอ้าหน้าเดิน
ความคิดเห็น 2: 17 มี.ค.2556, 07:57น.
ถ้าโครงการนี้สำเร็จมิติใหม่ที่ทุกคนจะได้รับคือ หนีสาธารณะตัวหัวเพิ่มขึ้นท่วมหัวในขณะที่"เพื่อ ไทย"มั่งคั่งมั่นคงมีเงินซื้อควายเข้าสภาได้อีกหลายสมัยมีเงินจ้างพวกขี้ข้ามาเป็นเกราะป้องกัน ได้อย่างสบาย นึกถึงตรงนี้ทีไรอยากให้ยางเครืองบินระเบิดตอนถลาลงดินทุกทีเลย.
ความคิดเห็น 3: 17 มี.ค.2556, 07:37น.
ตอนเค้ากู้ก็รุมโจมตีเค้ายังกะอะไรดี...พอมาเป็นรบ.ก็ไอ้กู้ๆหนักกว่าด้วย เด็กเลี้ยงแกะยังไงก็ไม่น่าเชื่อถือ
ความคิดเห็น 4: 17 มี.ค.2556, 07:07น.
ขืนปล่อยให้รัฐบาลทำโครงการนี้สำเร็จ ประเทศไทยจะก้าวไปอีกมิติหนึ่ง จากที่เคยคิดว่า แมงสาบจะเป็นฝ่ายค้านตลอดชีพ มีโอกาสสูงที่แมงสาบจะกลายเป็นฝ่ายค้านทุกชาติ คู่กับ ฝายแค้นปัญญาอ่อนแหงๆ
ความคิดเห็น 5: 16 มี.ค.2556, 21:18น.
อิๆ ไม่เป็นดั่งที่พูด ก้ออกมาบอกเองแหละว่า "ได้รับอนุญาตให้โกหก"
ความคิดเห็น 6: 16 มี.ค.2556, 15:28น.
ฟายอีกตัวที่เดินตามสายจูงของไอ้ชั่วเหลี่ยมยไม่โง่แต่ไรึสำนึก
ความคิดเห็น 7: 16 มี.ค.2556, 14:59น.
กรณีของนายกยิ่งลักษณ์ หลายคนมักพูดว่าสมองกลวง ผมเชื่อว่าคงจะจริง แต่สำหรับคุณโต้ง นั้น ที่เคยผ่านงานตลาดหลักทรัพย์มาก่อน ผมเชื่อว่าเขาแกล้งโง่มากกว่า เพราะ การปรับโครง สร้างพื้นฐานประเทศ ไม่มีใครปฏิเสธว่าไม่จำเป็น หลายฝ่ายก็ออกมาสนับสนุน รวมทั้งแนะนำให้ ตั้งงบผูกพันจะกี่ปีก็ว่าไป จะทำงบฯขาดดุลปีละ4-5แสนล้านบาทก็สามารถทำได้อยู่แล้ว และ ถ้าจะให้ไม่เป็นภาระแก่ประชาชนมากนัก ก็ตัดทอนงบประชานิยมลงไปบ้างก็จะดีไม่น้อย หัวใจ สำคัญที่ผู้คนคัดค้านกันมาก อยู่ตรงที่ไม่อาจไว้วางใจรัฐบาลขี้โกง ขนาดโครงการจำนำข้าว ที่ มักอ้างว่าช่วยชาวนายากจน แต่ก็ยังโกงมากมายมหาศาล แล้วยิ่งเงินกู้ก้อนนี้อยู่นอกระบบงบ ประมาณด้วยแล้ว จะไปเหลือเหรอ??
ความคิดเห็น 8: 16 มี.ค.2556, 12:53น.
ดีแต่โม้....กระบือกินหญ้าตัวนี้ทำงานที่ไหนเจ๊งหมดจนเค้าเลิกจ้าง...
ความคิดเห็น 9: 16 มี.ค.2556, 12:28น.
เอาให้แน่"ช่วยเศรษฐกิจไทยหรือเพื่อไทยมั่นคง"กันแน่ ทำไมไม่เอาเข้างบปรกติ กลัวการ ตรวจสอบหัวคิวสามสิบหรืออย่างไร
ความคิดเห็น 10: 16 มี.ค.2556, 12:13น.
หยุดสร้างหนี้ไว้ให้่ลูกหลานเหลนได้แล้วไอ่พวกเหลือบ

1 2

กลับสู่ด้านบน กลับสู่ด้านบน