ร้านเค้กสายใจ ของฝากเมืองตรัง

โดย...เมธี เมืองแก้ว

ร้านเค้กสายใจ ของฝากเมืองตรัง

ไปเที่ยวเมืองตรัง นอกจากจะมีหมูย่างที่ขึ้นชื่อแล้ว ยังมีอีกอย่างหนึ่งซึ่งขึ้นชื่อไม่แพ้กัน นั่นคือ “ขนมเค้กเมืองตรัง” ที่ใครๆ ก็รู้จัก โดยคนพื้นที่ชอบซื้อเป็นของฝากคนต่างแดน และคนมาเที่ยวก็ยังซื้อกลับไปฝากคนที่บ้าน ทำให้มีร้านจำหน่ายสินค้าชนิดนี้เกือบร้อยร้าน และสามารถหาซื้อได้ทั่วเมืองตรัง

สืบเนื่องจากเมื่อประมาณกว่า 100 ปีที่แล้ว ได้มีชาวจีนไหหลําอพยพเข้ามาอยู่ใน จ.ตรัง โดยส่วนใหญ่จะประกอบอาชีพขายทอง ตัดเย็บเสื้อผ้า โดยเฉพาะการขายน้ำชากาแฟ ซึ่งทำให้มีการทำขนมต่างๆ ขึ้น เช่น ซาลาเปา ปาท่องโก๋ ขนมจีบ และขนมเค้ก จากนั้นก็มีการพัฒนาปรับปรุงเพิ่มรสชาติต่างๆ แต่ยังคงรักษาเอกลักษณ์ตรงที่จะต้องที่มีรูอยู่ตรงกลาง จนกลายเป็นขนมเค้กพื้นเมืองอย่างเช่นในปัจจุบัน

“เค้กสายใจ” 1 ใน 80 แบรนด์ดัง “ขนมเค้กเมืองตรัง” ที่กุมใจลูกค้ามายาวนานกว่า 20 ปี จากแนวคิดของคุณลุง “กมล รักวารี” ที่ว่า ขนมเค้กควรจะเป็นของฝากได้ในทุกโอกาส จึงเปิดร้าน “เค้กสายใจ ศูนย์ของฝากจากเมืองตรัง” ขึ้น โดยนำชื่อภรรยา คุณป้า “สายใจ รักวารี” มาตั้งเป็นชื่อเค้กและชื่อร้าน ตั้งอยู่ที่บริเวณสามแยกนาโยงเหนือ อยู่เลยจาก สภ.นาโยง อ.นาโยง ประมาณ 500 เมตร

คุณป้า “สายใจ” เล่าให้ฟังว่า ทางครอบครัวเริ่มเปิดร้านทำขนมเค้กมาตั้งปี 2533 หรือเมื่อ 23 ปีที่แล้ว ซึ่งขณะนั้นร้านยังตั้งอยู่ในตัวเมืองตรัง โดยใช้ชื่อว่า “สายใจ เบเกอรี่ ตรัง” แต่ต่อมาสถานที่เริ่มคับแคบ จึงได้ขยายร้านมาตั้งอยู่ที่บริเวณสามแยกนาโยงเหนือ ทั้งนี้นอกจากจะมี “เค้กสายใจ” จำหน่ายแล้ว ยังรับขนมโอท็อปจากทั่วทั้ง 14 จังหวัดภาคใต้ มาวางขายภายในร้านด้วย นับตั้งแต่เวลา 07.0002.00 น. ของทุกๆ วัน

นอกจากนั้น ร้านแห่งนี้ยังเป็นจุดพักรถให้แก่ผู้ที่สัญจรไปมาระหว่าง จ.ตรังพัทลุง และยังเป็นเส้นทางผ่านไปหลายๆ จังหวัดของภาคใต้ด้วย โดยเฉพาะ จ.ภูเก็ต และ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา พร้อมทั้งมีข้าวแกงให้บริการ โดยแยกเป็นครัวไทยพุทธและครัวมุสลิม ซึ่งมีการรับรองเครื่องหมายฮาลาล

สิ่งที่ทำให้ “เค้กสายใจ” เป็นที่รู้จักของคนทั่วประเทศ หลังจากผลการคัดสรรโอท็อปในปี 2546 ได้ระดับ 5 ดาว อันเนื่องมาจากรสชาติและมาตรฐาน จนเมื่อนำไปขายในงานโอท็อปซิตี้ ที่เมืองทองธานี จึงเริ่มเป็นที่รู้จักของผู้คนจำนวนมากทั้งในกรุงเทพฯ และอีกหลายๆ จังหวัดที่มาเที่ยวชมงาน

จาก “ขนมเค้กเมืองตรัง” ที่เมื่อก่อนมีเพียงไม่กี่รสชาติ แต่ปัจจุบันทางร้านได้พัฒนาให้มีหลากหลายเพิ่มขึ้นเป็นสิบๆ อย่าง เช่น ใบเตย กาแฟ มะพร้าว สตรอเบอร์รี่ ส้ม วานิลลา กล้วยหอม ช็อกโกแลต เผือก รวม 3 รส รวม 4 รส และที่กำลังมาแรงก็คือ ผลไม้รวมพิเศษ ซึ่งมีผลไม้มากถึง 7 อย่าง ที่นำมาโรยไว้บนหน้าเค้กช็อกโกแลต รวมไปถึงน้องใหม่มาแรงอย่างโรลล์ฝอยทอง

นอกจากนั้น ยังมีขนมจีบ หรือกะหรี่ปั๊บ พายสับปะรด เต้าส้อ ขนมพิมพ์ไหว้พระจันทร์ ขนมเปียะ ก็กำลังเป็นที่นิยมอีกเช่นกัน โดยขณะนี้สองสามีภรรยาได้มอบหมายให้ลูกชาย “อุดมศักดิ์ รักวารี” หรือ “เอก” เข้ามาดูแลกิจการสืบต่อเจตนารมณ์ ที่อยากให้ “ขนมเค้กเมืองตรัง” เป็นของฝากที่อยู่ในใจของผู้คนตลอดไป

คุณลุง “กมล” บอกว่า ปัญหาของผู้ประกอบการเค้กเมืองตรัง ส่วนหนึ่งมาจากการที่ร้านค้าซึ่งมีอยู่อีกจำนวนมากมายหลายแห่ง ยังมิได้เข้าร่วมกิจกรรมกับชมรมอย่างเป็นทางการ จึงส่งผลให้ขาดการสนับสนุนจากภาคส่วนต่างๆ จนนำไปสู่การพัฒนาปรับปรุงให้มีคุณภาพดียิ่งขึ้นในอนาคต

แม้ว่าที่ผ่านมาจะมีร้านขนมเค้กเกิดขึ้นจำนวนมาก แต่ในช่วงหลังก็กลับค่อยๆ หดหายไป เนื่องจากไม่สามารถประกอบกิจการอยู่ได้ อันเป็นผลมาจากหลายปัจจัย เช่น ไม่ค่อยมีชื่อเสียงเป็นที่รู้จัก ทำเลที่ตั้งไม่โดดเด่น หรือไม่ได้ปรับปรุงร้านค้าให้สวยงาม จนทำให้ไม่เป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยว

ขณะเดียวกันร้านขนมเค้กเมืองตรังอีกบางส่วน ก็ไม่ยอมไปออกโรดโชว์ร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ หรือก้าวออกไปเปิดตลาดทั้งในและต่างประเทศเสียบ้าง ซึ่งถือเป็นสิ่งที่จำเป็นสำหรับธุรกิจยุคใหม่ ที่จะต้องก้าวทันต่อความเปลี่ยนแปลง และตอบสนองต่อความต้องการของลูกค้าเป็นสำคัญ

ผู้ประกอบการก็ต้องปรับปรุงในเรื่องของภาษา โดยเฉพาะภาษาอังกฤษและจีน ซึ่งจะต้องใช้อย่างมากในการเปิดประชาคมอาเซียน ควบคู่กับการจัดการเรื่องราคาสินค้าให้เหมาะสมกับต้นทุน โดยวิธีการแข่งขันดัมพ์ราคาสินค้าให้ลดลงมากๆ นั้น มีแต่จะทำให้ร้านค้าไปไม่รอดด้วยกันทั้งหมด

คุณลุง “กมล” อยากให้ผู้ประกอบการขนมเค้กเมืองตรัง หันมาแข่งขันในเรื่องคุณภาพของสินค้าเป็นหลัก และจะต้องใช้วัถุดิบชั้นดีเท่านั้นในการผลิต ส่วนราคาก็ควรปล่อยให้ลอยตัวไปตามสภาพเศรษฐกิจ เพราะเขาเชื่อว่าลูกค้าจะยอมรับได้ หากสินค้าที่วางขายนั้นเป็นของดีจริงๆ

ในส่วนของ “เค้กสายใจ” ก็กำลังเร่งพัฒนาปรับปรุงกิจการ ด้วยการไปเปิดตลาดโดยตรงที่ประเทศมาเลเซียและสิงคโปร์ พร้อมทั้งผลักดันให้สินค้าได้รับมาตรฐานรับรองมากยิ่งขึ้น นอกเหนือไปจากเครื่องหมาย อย. ฮาลาล และมาตรฐานผลิตภัณฑ์ชุมชน (มผช.) แล้ว ยังควรก้าวไกลไปถึงองค์การมาตรฐานสากล (ISO)

แม้ขั้นตอนในการดำเนินการดังกล่าวจะค่อนข้างยุ่งยากและต้องใช้เวลา แต่เขากลับมองว่าถือเป็นสิ่งที่จำเป็น โดยผู้ประกอบการเองก็ต้องอดทนต่อสิ่งที่จะต้องดำเนินการ ในขณะที่ภาครัฐเองก็ต้องแนะนำช่วยเหลือ เพื่อพัฒนา “ขนมเค้กเมืองตรัง” ให้ก้าวไปสู่สากล

แสดงผลเป็นเว็บไซต์ปกติ

กลับสู่ด้านบน กลับสู่ด้านบน

ไปยังเมนูอื่นๆ