อยากหยุดเวลาที่ ... ก้อย ศรัณย่า

โดย...ตุลย์ จตุรภัทร

อยากหยุดเวลาที่ ... ก้อย ศรัณย่า

จากเด็กผู้หญิงที่เกิดและเติบโตมาในครอบครัวคนทำนิตยสาร (สกุลไทย หญิงไทย และกุลสตรี) ทำทุกอย่าง ไม่ว่าจะเขียนบทบรรณาธิการ บทสัมภาษณ์ วาดภาพประกอบ ถ่ายรูป แม้กระทั่งงานเรียงพิมพ์ จนเธอรู้เป้าหมายชีวิตแล้วว่า โตขึ้นมาจะต้องเป็นบรรณาธิการ แต่เมื่อชีวิตจะต้องเดินทางเข้าสู่เส้นทางดนตรี “ก้อยศรัณย่า ส่งเสริมสวัสดิ์” ก็ได้มีชีวิตเกี่ยวกับดนตรี ตั้งแต่เรียนอยู่โรงเรียนราชินี ที่ต้องร้องเพลงไทยเดิมอยู่หน้าวงมโหรี ร้องเพลงชาติหน้าเสาธง และเล่นกีตาร์โฟล์กซองกับเพื่อนๆ ที่โรงเรียน

“มาจนกระทั่งมาเรียนที่อักษรศาสตร์ จุฬาฯ เราก็มาตั้งวงดนตรีกับเพื่อนๆ ที่คณะ โดยเราเล่นกีตาร์ไฟฟ้า และร่วมทำกิจกรรมกับซียูคอรัส จนเรียนจบ ก็ไปเรียนต่อด้านศิลปะที่อเมริกา เรียนจบกลับมาได้สัก 6 เดือน ก็มีคนแนะนำให้พี่เต๋อ เรวัติ ได้รู้จัก พี่เต๋อก็ให้เราร้องเพลงใส่ตลับเทปมาให้พี่เต๋อฟัง”

ผ่านพ้นไปสองอาทิตย์ เต๋อ เรวัติ ก็ได้เรียก ก้อย ศรัณย่า ไปพูดคุยทำความรู้จักกัน โดยที่ได้ไม่ได้คุยเรื่องเกี่ยวกับเพลงเลย นอกจากคุยเรื่องราวชีวิต ความคิด และทัศนคติในการใช้ชีวิต

“หลังจากนั้นพี่เต๋อก็เรียกเราเข้าไปเซ็นสัญญา เซ็นสัญญาตอนปี 2531 แล้วก็ได้เรียนร้องเพลง และก็มีอัลบั้มชุดแรก แปลกตรงที่หัวใจ ตอนปี 2532 ซึ่งเราเป็นคนที่ทำอัลบั้มเพลงเร็วมาก เพราะบรรดาครูๆ บอกว่าเราเป็นเด็กที่ตั้งใจเรียน (หัวเราะ)”

ศรัณย่า เผยว่า ก่อนทำเพลง ดี้ นิติพงษ์ จะให้เธอเขียนอะไรก็ได้ส่งไปให้เขาอ่าน และเมื่อเขาได้อ่าน เขาบอกว่า เธอเป็นคนโรแมนติก

“เราเป็นคนสองบุคลิก ข้างนอกคล่องแคล่วว่องไว แต่ข้างในเราเป็นคนอ่อนไหว ตอนทำอัลบั้ม เราต้องเขียนอะไรก็ได้ส่งให้คุณดี้อ่าน แล้วคุณดี้ก็บอกว่าเราเป็นคนโรแมนติก คำนี้คำเดียวที่ทำให้เนื้อร้องและทำนองและสไตล์ของเราเป็นไปในรูปแบบคนที่มองความรักสวยงามเสมอ”

นอกจากเพลงแปลกตรงที่หัวใจ ยังมีเพลง “อยากหยุดเวลา” เพลงเอกเพลงดีเพลงดัง ที่ทำให้ชื่อก้อย ศรัณย่า ดังได้อย่างยืนยงและยาวนานมาจนทุกวันนี้

“พูดถึงเพลงอยากหยุดเวลา พี่นิ่ม สีฟ้า เคยบอกว่า พี่ปื้ดสมชาย กฤษณะเศรณี เอาทำนองเพลงมาให้พี่นิ่มฟัง พอฟังทำนองปุ๊บ พี่นิ่มรีบกลับบ้านไปเขียนเนื้อร้องทันที เขียนเสร็จ 15 นาที ตบแต่งครึ่งชั่วโมง แล้วเราเป็นคนร้อง พอเห็นเนื้อร้องแล้วรู้สึกว่ามันใช่เลย เรามองเห็นภาพตามได้ง่ายมาก ร้องเพลงนี้ในห้องอัดรวดเดียวจบ ร้องด้วยฟีล ไม่มีตัดต่อ ไม่มีเทคนิคใดๆ”

ต่อมาอัลบั้มชุดที่ 2 ที่มีเพลงฮิตอย่าง “สองเวลา” “น้อยไปอีกหรือ” “เคว้งคว้าง” ฯลฯ เรียกว่าดังทั้งอัลบั้มนี้ “ตอนทำงานในห้องอัดเสียง สุรักษ์เขาเขียนเพลงสองเวลา แอม เสาวลักษณ์ เขียนเพลงน้อยไปอีกเหรอ พอพี่เต๋อฟังเราร้องเพลงในห้องอัด เขาบอกว่า ก้อย เอ็งได้ตังค์ละ เขาชอบเพลงในอัลบั้มนี้มาก เขาคิดว่าเพลงมันทำเงินให้เราได้ เหมือนเราเจอเส้นทางของเราแล้ว”

อีกหนึ่งความประทับใจของก้อย ศรัณย่า คือ การออกคอนเสิร์ตครั้งแรกในชีวิต นั่นคือ 7 สีคอนเสิร์ต ซึ่งเธอได้ไปเป็นแขกรับเชิญให้กับ “เบิร์ด ธงไชย” เธอเผยว่า เธอออกไปร้องเพลงแปลกตรงที่หัวใจ ปรากฏว่าคนดูร้องเพลงของเธอได้ ซึ่งพอเธอกลับเข้ามาหลังเวที เบิร์ด ธงไชย พูดกับเธอว่า “เกิดแล้ว สุขสันต์วันเกิด”

“เวลาเราร้องเพลง เราซ้อมเยอะ แต่ไม่เตรียมอะไรเยอะ จริงใจ เป็นธรรมชาติ และจัดเต็มให้คนฟัง ทุกครั้งที่ได้ร้องเพลง”

นับตั้งแต่วันเซ็นสัญญา จวบจนมาวันนี้ 25 ปีแล้ว ก้อย ศรัณย่า ได้เรียนรู้เส้นทางสายบันเทิงนี้มานับไม่ถ้วน เธอกล่าวว่า สิ่งที่เธอต้องขอบคุณ เธอต้องขอบคุณพระเจ้า ที่ทรงเลือกให้เธอได้ถ่ายทอดสิ่งดีๆ ผ่านเสียงเพลง

“เพลงของเราไม่ทำร้ายใคร เพราะเป็นเพลงที่มองโลกในแง่ดี เพลงของเราเป็นเพื่อนคนฟัง ผูกพันกับคนฟัง เราร้องเพลงด้วยหัวใจ และเราเชื่อว่าคนฟังก็ฟังเพลงของเราด้วยหัวใจเช่นเดียวกันค่ะ”

สำหรับใครที่อยากมารำลึกความหลังกับเพลงรักบาดลึกของก้อย ศรัณย่า 2829 ก.ย.นี้ จะมีคอนเสิร์ต “แบล็ค ไนท์ คอนเสิร์ต...บิวตี้ฟูล โบรคเค่น เฮิร์ท” ณ หอประชุมใหญ่ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ ว่าแล้วก็อยากไปฟังอยากหยุดเวลา น้อยไปอีกหรือ เคว้งคว้าง สองเวลา แปลกตรงที่หัวใจ สรุป อยากไปฟังให้ครบทุกเพลง บ่องตง!

แสดงผลเป็นเว็บไซต์ปกติ

กลับสู่ด้านบน กลับสู่ด้านบน

ไปยังเมนูอื่นๆ