ประกันชีวิตแบบบำนาญ รายได้ประจำของคนเกษียณ

ชีวิตนี้มีเรื่องให้กลัวอยู่หลายเรื่อง แต่เรื่องที่น่ากลัวมากที่สุดคือ “แก่ง่าย...แต่ตายช้า” เพราะยิ่งอายุยืนยิ่งหมายถึงต้องเตรียมเงินให้มากขึ้น เพื่อให้พอกินพอใช้ไปตลอดชีวิต

โดย...สวลี ตันกุลรัตน์

ชีวิตนี้มีเรื่องให้กลัวอยู่หลายเรื่อง แต่เรื่องที่น่ากลัวมากที่สุด (โดยเฉพาะสาวๆ อย่างเรา) คือ “แก่ง่าย...แต่ตายช้า” เพราะยิ่งอายุยืนยิ่งหมายถึงต้องเตรียมเงินให้มากขึ้น เพื่อให้พอกินพอใช้ไปตลอดชีวิต

และเพื่อเพิ่มความน่าสะพรึงกลัวกันอีกสักหน่อย ต้องลองไปคำนวณหาประมาณการตัวเลขเงินออมที่ต้องมีเพื่อให้เพียงพอสำหรับการใช้จ่ายหลังเกษียณ (ลองไปคำนวณกันเล่นๆ ได้ที่เว็บไซต์ mfcfund.com โดยเลือกหัวข้อการวางแผนเกษียณ)

สำหรับคนอายุ 35 ปี คาดว่า จะเกษียณอายุตอน 60 ปี จากนั้นมีชีวิตต่อไปอีก 20 ปี และในปัจจุบันมีเงินเดือน 2 หมื่นบาท โดยคาดว่า เงินเดือนจะปรับเพิ่มขึ้นปีละ 3% เพราะฉะนั้นวันเกษียณจะมีเงินเดือนเท่ากับ 4.1 หมื่นบาท

ดังนั้นหากเราตั้งใจจะให้มีเงินกินใช้หลังเกษียณประมาณ 70% ของเงินเดือนเดือนสุดท้าย เพื่อไม่ทำให้มาตรฐานการใช้ชีวิตหลังเกษียณแตกต่างจากก่อนเกษียณมากนัก เราก็ต้องมีเงินสำหรับใช้จ่ายเดือนละ 2.9 หมื่นบาท หรือต้องมีเงินออมตุนอยู่ในกระเป๋าไม่ต่ำกว่า 4.4 ล้านบาทในวันที่เกษียณอายุ

สำหรับข้าราชการที่เลือกรับเงินบำนาญก็สบายใจได้ เพราะการคำนวณเงินบำนาญที่รัฐบาลจ่ายให้ข้าราชการคือ 70% ของเงินเดือนเดือนสุดท้าย

แต่ถ้าเป็นมนุษย์เงินเดือนธรรมดาๆ รวมทั้งคนที่ทำอาชีพอิสระ ก็อาจจะต้องเตรียมตัวให้พร้อม ด้วยการออมและการลงทุนผ่านช่องทางต่างๆ และช่องทางที่ให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีควบคู่กันไปด้วย คือ กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ กองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF) และล่าสุด คือ “ประกันชีวิตแบบบำนาญ” ซึ่งน่าจะช่วยให้คนเกษียณกระสับกระส่ายน้อยลง เพราะไม่ต้องเป็นข้าราชการก็มี “บำนาญ” ได้เหมือนกัน

มั่นใจมี "บำนาญ"

ประกันชีวิตแบบบำนาญเป็นประกันรูปแบบใหม่สำหรับประเทศไทย เพราะคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) ประกาศหลักเกณฑ์และอัตราเบี้ยประกันภัยออกมาเมื่อวันที่ 4 ม.ค. 2553 โดยกำหนดว่ากรมธรรม์ประกันชีวิตแบบบำนาญจะต้องจ่ายผลประโยชน์ ดังต่อไปนี้

1.มีการจ่ายผลประโยชน์เงินบำนาญ เป็นรายงวดอย่างสม่ำเสมอ

2.กำหนดอายุที่จะจ่ายเงินบำนาญตั้งแต่อายุ 55 ปีขึ้นไป และต้องจ่ายไปจนถึงอายุ 85 ปี หรือมากกว่านั้น

3.กรณีที่เสียชีวิตในช่วงการรับบำนาญ การจ่ายผลประโยชน์ต้องไม่เกินเบี้ยประกันหักด้วยผลประโยชน์สะสมที่ได้จ่ายไปแล้ว

จากประกาศรูปแบบประกันชีวิตแบบบำนาญของ คปภ. จะเห็นว่า ประกันชีวิตแบบบำนาญ หรือที่บริษัทประกันจะเรียกทับศัพท์ภาษาอังกฤษว่า Annuity จะต่างจากประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์ที่เราคุ้นเคยกัน เพราะประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์จะจ่ายผลประโยชน์เป็นเงินก้อนเมื่อครบกำหนดสัญญา แต่ถ้าเป็นประกันชีวิตแบบบำนาญจะทยอยจ่ายผลประโยชน์เป็นงวดๆ หลังจากอายุ 55 ปีไปแล้ว

เพราะฉะนั้นประกันชีวิตแบบบำนาญจึงเป็นการรับประกันว่า เราจะมีรายได้ประจำ สม่ำเสมอ และต่อเนื่องหลังจากที่เกษียณอายุแล้ว
โดยที่เราสามารถแบ่งช่วงเวลาของประกันชีวิตแบบบำนาญออกเป็น 2 ช่วง คือ “ช่วงก่อนรับเงินบำนาญ” ซึ่งจะเป็นช่วงที่เรามีหน้าที่จ่ายเบี้ยประกัน จ่ายไปเรื่อยๆ ไม่มีผลตอบแทนระหว่างทาง ไม่มีการจ่ายเงินปันผล และช่วงเวลานี้จะไปสิ้นสุดเมื่อวันที่เราเกษียณอายุ

ช่วงเวลานับจากวันที่เกษียณอายุ หรือปีที่ครบเวลาในการจ่ายเบี้ยประกันจะเรียกว่า “ช่วงรับเงินบำนาญ” ซึ่งเป็นช่วงเวลาแห่งการเก็บเกี่ยวผลประโยชน์ เพราะนับจากวันนี้ไปจนถึงอายุ 85 ปี เป็นอย่างน้อย บริษัทประกันมีหน้าที่จ่ายเงินบำนาญให้เรา

ตัวอย่างความคุ้มครอง

นับจนถึงวันนี้ยังคงมีบริษัทประกันชีวิตเพียงแห่งเดียวที่มีกรมธรรม์ประกันชีวิตแบบบำนาญที่สามารถนำไปลดหย่อนภาษีตามหลักเกณฑ์ที่ออกมาใหม่ คือ บริษัท อเมริกันอินเตอร์แนชชั่นแนลแอสชัวรันส์ (เอไอเอ) ในชื่อกรมธรรม์ว่า “เอไอเอ บำนาญ 60/85 (บำนาญ)” ที่จะขายให้กับคนอายุระหว่าง 30-55 ปี โดยมีระยะเวลาชำระเบี้ยประกันไปจนถึงอายุ 60 ปี และให้ความคุ้มครองเราไปจนถึงอายุ 85 ปี

ในช่วงเวลาก่อนรับเงินบำนาญเราจะได้ความคุ้มครองชีวิตด้วย โดยอายุ 30-50 ปีจะได้ 100% ของเงินเอาประกัน หลังจากนั้นความคุ้มครองจะเพิ่มขึ้นปีละ 10% เช่น อายุ 51 ปี จะได้ความคุ้มครองเพิ่มเป็น 110% ไปจนอายุ 58 ปี จะได้ความคุ้มครองชีวิตเท่ากับ 180% และเพิ่มเป็น 200% เมื่ออายุ 59 ปี

และนับจากปีที่เราอายุครบ 60 ปี เรื่อยไปจนถึงอายุ 85 ปี จะได้รับเงินบำนาญปีละ 10% ของจำนวนเงินเอาประกัน หรือคิดเป็นผลประโยชน์รวมเท่ากับ 260% ตลอดระยะเวลา 26 ปี แต่หากเสียชีวิตก่อนอายุ 74 ปี ก็ไม่ต้องเป็นห่วงว่าเงินที่ออมมาจะสูญไปทั้งหมด เพราะบริษัทรับประกันจะจ่ายเงินบำนาญให้ 15 ปี

เพราะฉะนั้นถ้าย้อนกลับไปดูว่า เราต้องมีเงินใช้เดือนละ 2.9 หมื่นบาท แต่อยากจะอุ่นใจว่า อย่างน้อยๆ เราจะมีเงินบำนาญนอนอยู่ก้นกระเป๋าแน่ๆ สักเดือนละ 5,000 บาท หรือปีละ 6 หมื่นบาท โดยการทำประกันชีวิตแบบบำนาญ “เอไอเอ บำนาญ 60/85 (บำนาญ)” ก็ต้องมีจำนวนเงินเอาประกันเท่ากับ 6 แสนบาท เพราะกรมธรรม์จะจ่ายให้ปีละ 10% ของเงินเอาประกัน

ทีนี้ก็ไปดูที่อัตราเบี้ยประกันชีวิตที่ต้องจ่ายสำหรับผู้หญิงอายุ 35 ปี อยู่ที่ 57.50 บาทต่อเงินเอาประกัน 1,000 บาท หรือเท่ากับ 34,500 บาทต่อปีสำหรับเงินเอาประกัน 6 แสนบาท

ถ้าคิดง่ายๆ ว่า ถ้าจ่ายเบี้ยประกันปีละ 34,500 บาท ไปจนถึงอายุ 59 ปี เท่ากับว่าเราต้องจ่ายเบี้ยทั้งหมด 828,000 บาท (34,500 บาท คูณ 24 ปี) และถ้าเรา “ตายยาก” จริงๆ อายุยืนไปถึง 85 ปี ก็เท่ากับได้รับเงินบำนาญทั้งหมด 1.56 ล้านบาท (60,000 บาท คูณ 26 ปี) แต่ถ้าอยู่ไม่ถึงอายุ 74 ปี ก็น่าจะได้เงินราวๆ 9 แสนบาท

เพราะฉะนั้นจึงทำให้ประกันชีวิตแบบบำนาญจะคุ้มค่ามากๆ สำหรับคนที่คาดว่าจะอายุยืนมากกว่า 74 ปี

ก่อนจะตัดสินใจซื้อ

อุมาพันธุ์ เจริญยิ่ง ผู้อำนวยการฝ่ายวางแผนการเงินส่วนบุคคล ธนาคารกสิกรไทย บอกว่า

“ประกันชีวิตแบบบำนาญจะเหมาะกับคนที่ไม่ชอบความเสี่ยงจากการลงทุน และไม่เคยทำประกันชีวิตมาก่อน เพราะประกันแบบนี้จะได้รับความคุ้มครองชีวิตร่วมด้วย”

พร้อมกันนี้ ยังแนะนำว่า ก่อนที่จะตัดสินใจซื้อประกันชีวิตแบบบำนาญ อย่าลืมตรวจสอบประเด็นเหล่านี้ให้แน่ใจก่อนว่า ทุนประกัน หรือ เงินเอาประกัน เป็นแบบไหน ให้ความคุ้มครองชีวิตมากน้อยแค่ไหน เงินบำนาญจะได้กี่เปอร์เซ็นต์ รับประกันการจ่ายเงินนานกี่ปี และผลตอบแทน รวมทั้งผลประโยชน์รวมมากน้อยแค่ไหน

และต้องไม่ลืมว่า เงินบำนาญที่ได้รับไม่ได้ปรับด้วยเงินเฟ้อ เพราะฉะนั้นถ้าในกรณีที่อัตราเงินเฟ้อสูงๆ มูลค่าเงินที่เราคิดว่ามากพอสำหรับวันนี้อาจจะไม่มากพอสำหรับอนาคตก็ได้ และอย่าลืมคิดเผื่อเอาไว้ด้วยว่า หากเราอายุยืนเกินกว่าระยะเวลาที่กรมธรรม์กำหนดจ่ายเงินบำนาญเราจะทำอย่างไร

นอกจากนี้ ถ้ามองไปที่ “ผลตอบแทน” ที่ได้จากประกันชีวิตแบบบำนาญไม่น่าจะชนะการลงทุน โดยเฉพาะการลงทุนหุ้นของกองทุน RMF ทั้งยังมีความยืดหยุ่นน้อยกว่า

เพราะฉะนั้น อุมาพันธุ์ จึงบอกว่า “ประกันชีวิตแบบบำนาญเป็นหนึ่งในทางเลือก แต่ไม่ใช่คำตอบเดียวสำหรับการวางแผนเกษียณอายุ ดังนั้นยังต้องเตรียมพร้อมในด้านอื่นๆ ประกอบกันด้วย”

ความคิดเห็น

ความคิดเห็น 1: 22 ธ.ค.2553, 14:31น.
ผมซื้อของ AIA ไว้ด้วย
ความคิดเห็น 2: 19 ธ.ค.2553, 13:36น.
เห็นด้วยนะครับ
ความคิดเห็น 3: 30 พ.ย.2553, 21:54น.
จริงครับ
ความคิดเห็น 4: 14 พ.ย.2553, 20:28น.
เรื่องแบบนี้จะต้องมีการเตรียมการตั้งแต่อายุไม่มาก ไม่งั้นตอนแก่แย่แน่นอน

กลับสู่ด้านบน กลับสู่ด้านบน