สุจันท์ภา พลางกูร ร้านอาหารคืองานที่รัก

กำลังเต็มที่กับการดูแลร้านอาหารสไตล์ญี่ปุ่นของตัวเองในชื่อแบรนด์ “on the table” 

เรื่อง วรธาร / ภาพ วิศิษฐ์ แถมเงิน

กำลังเต็มที่กับการดูแลร้านอาหารสไตล์ญี่ปุ่นของตัวเองในชื่อแบรนด์ “on the table” ร้านอาหารน้องใหม่ในเครือ “ZEN” ซึ่งเพิ่งเปิดให้บริการเมื่อปลายปี 2553 บนชั้น 6 โซนดิคอน ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ สำหรับ “สาวปอง” สุจันท์ภา พลางกูร อดีตสาวออฟฟิศผู้เคยทำงานบริษัทเกี่ยวกับการเงินมาพักใหญ่ ก่อนจะลาออกมาเปิดร้านอาหารตามที่ใฝ่ฝันตั้งใจไว้

การศึกษาเธอจบบริหารธุรกิจ คณะบัญชี จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ทำงานเป็นคอนซัลต์อยู่ 2 ปี แล้วไปเรียนต่อด้านไฟแนนซ์ที่สหรัฐอเมริกา กลับมาได้ทำงานธนาคารและบริษัทเกี่ยวกับด้านการเงิน

เปิดร้านอาหาร

ความชอบในเรื่องอาหาร ไม่ว่าจะชอบทำอาหาร ชอบชิม คิดสูตร ชื่ออาหาร หรือแม้แต่การมีร้านอาหารของตัวเองซึ่งเป็นความใฝ่ฝันมาตลอด ประกอบกับอยากทำอะไรที่เป็นของตัวเองโดยไม่ต้องเป็นลูกน้องคนอื่นซึ่งไม่มีอิสระ ทำให้เธอตัดสินใจลาออกจากงานมาเปิดร้านอาหาร “ออน เดอะ เทเบิล” ในแนวญี่ปุ่นผสมอิตาเลียนที่ตัวเองชอบโดยหุ้นกับญาติ

“เรื่องเกี่ยวกับอาหารเป็นอะไรที่ชอบอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเข้าครัวทำอาหาร การคิดชื่ออาหารในยามว่าง หรือแม้แต่การไปตระเวนชิมตามร้านต่างๆ โดยเฉพาะอาหารแนวอิตาเลียนและญี่ปุ่น รู้สึกชอบเป็นพิเศษ” ผู้จัดการร้านออน เดอะ เทเบิล เผยถึงความหลงใหลในเรื่องของอาหาร

ด้วยเป็นผู้มีความมุ่งมั่นและทำอะไรทำจริง ทำให้เธอใช้เวลาช่วงก่อนจะเปิดร้านไปหาประสบการณ์เพื่อเตรียมพร้อมกับการเป็นเจ้าของร้านเต็มตัว ด้วยการไปเทกคอร์สการทำอาหารในช่วงสั้นๆ และมีโอกาสได้ฝึกงานที่ร้านอาหารด้วย ทำให้ได้รู้และเห็นการทำงานของพนักงานในแต่ละแผนกเป็นอย่างดี และโดยเฉพาะการได้ฝึกงานอยู่ในครัว ทำให้รู้เรื่องงานครัวและรู้ว่าคนในครัวนั้นไม่ใช่ทำงานเบาๆ หรืองานสบายนัก

“เพื่อจะได้รู้ว่าพอมีร้านของตัวเอง เป็นนายของคนอื่น จะได้รู้ว่าลูกน้องคิดและรู้สึกยังไง พวกเขาทำงานเหนื่อยและเสี่ยงแค่ไหน ซึ่งถ้าเข้าใจมุมนั้นมาก่อนก็สามารถสื่อสารกันได้ดีขึ้น” สาวปอง กล่าว

บริการเป็นที่หนึ่ง

ในฐานะเจ้าของร้านคนหนึ่งและควบตำแหน่งผู้จัดการร้าน เธอรับผิดชอบดูแลทั้งการบริหารงานหน้าร้าน ครัว พนักงานของออน เดอะ เทเบิล ทั้งหมด ส่วนการทำบัญชี ภาษี และการสั่งของบางอย่างมีทีมงานของเซ็นเข้ามาช่วย การบริหารเน้นทุกรายละเอียด เล็กๆ น้อยๆ ตั้งแต่โต๊ะ เก้าอี้ ช้อน ส้อม จาน ของแต่งในร้าน ลูกค้า ไปจนถึงการบริการ เรียกว่า มองตั้งแต่ดีเทลไปจนถึงภาพใหญ่

กับลูกน้องเธอบอกว่า ทุกคนคือคนสำคัญของออน เดอะ เทเบิล ทั้งหมด การบริหารจึงมุ่งเน้นการทำงานเป็นทีมและให้ทุกคนมีส่วนร่วมเต็มที่ เวลาว่างจะเรียกประชุม เปิดโอกาสให้แต่ละคนได้แสดงความคิดเห็น ข้อเสนอแนะและพูดถึงปัญหาต่างๆ ที่ประสบ เพื่อจะได้ช่วยกันคิดหาวิธีที่เหมาะสมมาแก้ไขปรับปรุงให้ดีขึ้น

เธอบอกว่าหัวใจสำคัญของร้านได้แก่การบริการ นอกจากความสะอาดและอาหารอร่อยแล้ว การบริการต้องสร้างความประทับให้ลูกค้าทุกเพศทุกวัย เช่น พูดจาสุภาพอ่อนโยนกับลูกค้า จานชามที่ลูกค้ารับประทานเสร็จเก็บให้เรียบร้อยไม่ปล่อยให้รกโต๊ะ หรือคอยถาม เผื่อลูกค้าต้องการอะไรเพิ่มเติม เป็นต้น

เป้าหมายขยายสาขา

ปองพูดถึงอนาคตว่า การขยายสาขาเป็นเป้าหมายที่แอบๆ ตั้งไว้ในใจ แต่ภารกิจตอนนี้คือการสร้างแบรนด์ ออน เดอะ เทเบิล ให้เป็นที่รู้จักของลูกค้าทุกเพศทุกวัยที่เมื่อเดินทางมาห้างเซ็นทรัลเวิลด์แล้วจะต้องนึกถึงออน เดอะ เทเบิล เป็นร้านแรก

“ตอนนี้อยู่ในช่วงของการทำออน เดอะ เทเบิล ให้อยู่ในใจของลูกค้า และหวังว่าถ้าลูกค้าอยากจะกินอาหารสไตล์ญี่ปุ่นและอิตาเลียนแล้ว ก็อยากให้นึกถึงเราเป็นอันดับแรก” ปอง กล่าว

ปอง กล่าวว่า หลังเปิดมาได้ไม่นานปรากฏว่าได้รับการตอบรับดีมากจากลูกค้าทั้งคนไทยและต่างชาติ นักเรียนนักศึกษา คนทำงานทุกเพศทุกวัย ที่มารับประทานพร้อมกับเอ่ยปากชมว่าบรรยากาศร้านดี อาหารอร่อย

ว่างแล้วก็ลองไปอุดหนุนได้ที่ชั้น 6 โซนดิคอน ถ้าไม่สั่งอาหาร จะสั่งชา กาแฟ หรือเครื่องดื่มสุขภาพอะไรก็ได้ ทางร้านมีบริการจิบกาแฟ อ่านหนังสือ หรือทำงานบนโน้ตบุ๊กไปด้วย...สุขไม่หยอก

เก็บความสุขเติมพลังให้งาน

ความสุขของเธอสามารถหาได้จากกิจกรรมที่ชอบทำทั้งนั้น และความสุขจากกิจกรรมนั้นๆ ก็ได้ช่วยเติมพลังให้กับการทำงานของเธอมีชีวิตชีวา

ทำอาหาร : ว่างๆ ปองชอบทำอาหารกินกันในครอบครัว อาหารส่วนใหญ่ออกแนวตะวันตก เช่น ทำพาสตา ซานญา เพราะสามีเป็นลูกครึ่งที่มักจะคิดถึงอาหารที่เคยกินตอนเด็กๆ บางครั้งทำไก่อบ เป็นความสุขที่บางครั้งก็หาไม่ได้นอกบ้าน

ท่องเที่ยว : เป็นท่องเที่ยวเพื่อผ่อนคลาย ไม่ได้ไปเที่ยวช็อปปิ้ง ชอบบรรยากาศที่เป็นธรรมชาติ ถ้ามีเวลาก็ไปเที่ยวต่างประเทศเป็นบางครั้ง ก่อนที่จะเปิดร้านบางอาทิตย์ก็ไปทะเล แต่เปิดร้านแล้วยังไม่มีเวลา อยากไปเที่ยวภูเก็ต เชียงใหม่ ปองเชื่อว่าการเที่ยวแบบนี้เกิดผลบวกต่อการทำงานค่อนข้างดี

ทำงาน : การทำงานเป็นความสุขอย่างหนึ่งและยิ่งได้ทำในสิ่งที่รักก็ยิ่งมีความสุข ทุกวันนี้มีความสุขที่ได้เห็นลูกค้ามารับประทานอาหารในร้านแล้วรู้สึกแฮปปี้ มีความสุขที่ได้รับประทานอาหารอร่อย

กินอาหารนอกบ้าน : ไม่ใช่ว่าชอบทำอาหารแค่นั้น แต่ปองชอบชิม เป็นความสุขของชีวิต ส่วนมากจะขับไปร้านเล็กๆ แบบโฮมเมด รวมถึงร้านเปิดใหม่ แต่ไม่ใช่ในโรงแรม การไปกินแบบนี้ได้ความรู้และแง่คิดดีๆ มาปรับในร้านของปองได้เยอะ

เยี่ยมคุณพ่อคุณแม่ : หลังจากแต่งงานแยกครอบครัวไปก็จะคิดถึงท่านตลอด คิดถึงอาหารที่คุณแม่ทำให้กินตั้งแต่เด็กๆ แม้จะชอบกินอาหารนอกบ้าน...แต่อาหารที่แม่ทำอร่อยที่สุด ทุกวันจะพยายามตื่นแต่เช้าเพื่อขับรถไปแวะเยี่ยมท่านก่อนจะมาเข้าร้านในช่วงเที่ยง เป็นการเติมพลัง

ความคิดเห็น

ความคิดเห็น 1: 02 ก.พ.2554, 17:01น.
ขอให้ประสบความสำเร็จนะครับ
ความคิดเห็น 2: 31 ม.ค.2554, 13:05น.
น่าลองไปกินดู....

กลับสู่ด้านบน กลับสู่ด้านบน