สาวกันตรึมไทย...ขวัญใจเขมร

ผลสำรวจทางออนไลน์โดยเว็บไซต์ อังกอร์ ธม พบว่าชาวเขมรพากันโหวตคะแนนให้กับนักร้องกันตรึมสาวไทย เจน สายใจ ศิลปินลูกทุ่งกันตรึมของไทย อย่างท่วมท้น

โดย...สมชาย บุญเหลือ

ไทยและกัมพูชามีปัญหาระหองระแหงกันมาตลอด ไม่ต่างกับลิ้นกับฟันที่กระทบกระทั่งกันในฐานะบ้านใกล้เรือนเคียง แต่ก็ยังมีเรื่องน่ายินดี มีคนเขมรจำนวนไม่น้อย ชื่นชมยินดีกับคนไทย ชนิดเทคะแนนโหวตให้แบบถล่มทลายในฐานะนักร้องเพลงกันตรึมในดวงใจ

มีผลสำรวจทางออนไลน์เมื่อไม่นานมานี้ จัดทำโดยเว็บไซต์ อังกอร์ ธม พบว่าชาวเขมรที่ท่องอินเทอร์เน็ตพากันโหวตคะแนนให้กับนักร้องกันตรึมสาวไทย เจน สายใจ อย่างท่วมท้น และที่ไม่น่าเชื่อคะแนนที่เธอได้รับครั้งนี้มากกว่า เอื้อน สเรย์มัม นักร้องสาวคนดังชาวเขมรเสียอีก แม้ว่าเธอจะออกเสียงภาษาเขมรเพี้ยนไปบ้าง เพราะเป็นคนไทยแต่ก็ชนะใจ

ไม่น่าเชื่อเธอเคยได้รับเชิญไปร้องเพลงที่กรุงพนมเปญ เมืองหลวงกัมพูชา เพียงครั้งเดียวราวปลายปี 2551 ไปกับแดนเซอร์ 6 ชีวิต ได้ค่าเหนื่อย 7 หมื่นบาท แล้วก็ไม่ได้เข้าไปแสดงอีกเลย แต่เธอก็ได้รับเสียงโหวตให้ท่วมท้น ทั้งนี้เป็นเพราะซีดีเพลงของเธอกลายเป็นที่นิยมในเขมร ประกอบกับการไปเปิดการแสดงตามจังหวัดแนวชายแดนของไทยมีคนเขมรเข้ามาดูกันมาก ทำให้เพลงของเธอกลายเป็นที่รู้จัก

สำเนียงการร้องของเจนสามารถเข้าใจได้ในหลายจังหวัดของกัมพูชา เช่น เสียมราฐ พระตะบอง อุดร เมียนเจย และบันเตีย เมียนเจย หรือ บันทาย มีชัย จะมีก็เพียงชาวเขมรที่อาศัยอยู่ทางใต้เท่านั้น ที่ไม่ค่อยเข้าใจสำเนียงของเธอมากนัก

เจนเป็นใครมาจากไหน??? ชีวิตในวัยเด็กเธอค่อนข้างลำบาก บ้านมีฐานะยากจน พ่อแม่มีอาชีพทำนา ลูกทุกคนต้องช่วยพ่อแม่ทำงาน ตื่นแต่เช้าต้องไปดำนา เกี่ยวข้าว และเลี้ยงควาย ก่อนไปเรียนหนังสือ

เจนมีความสามารถในด้านการร้องเพลงมาตั้งแต่อายุ 6 ขวบ ถนัดร้องเพลงแนวลูกทุ่งของ พุ่มพวง ดวงจันทร์ ทั้งที่ยังอ่านหนังสือไม่ออก แต่ก็อาศัยวิธีการฟังและจดจำจากวิทยุ ช่วงเรียนชั้นประถม ก็มักจะได้รับคัดเลือกเป็นตัวแทนของโรงเรียนไปประกวดร้องเพลงเสมอ ขณะที่พ่อก็สนับสนุนตระเวนพาไปร้องเพลงตามงานวัดและงานบ้านใกล้เคียงจนชื่อเสียงเริ่มเป็นที่รู้จักของคนละแวกนั้น

ตอนเรียน ป.5 ได้เข้าไปอยู่วงกันตรึมของโรงเรียนบ้านดงมัน ซึ่งเป็นศิลปะการแสดงพื้นบ้านของ จ.สุรินทร์ ที่มีชื่อเสียงมากที่สุดในขณะนั้น มี อาจารย์โฆษิต ดีสม และ อาจารย์น้ำผึ้ง เมืองสุรินทร์ เป็นผู้ฝึกซ้อมการร้องกันตรึมให้ ที่แห่งนี้เองเป็นจุดเริ่มต้นการเป็นศิลปินอย่างเต็มตัว

เจน บอกว่า สิ่งที่ภูมิใจสูงสุดในชีวิต คือ มีโอกาสได้แสดงต่อหน้าพระพักตร์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เมื่อครั้งที่พระองค์เสด็จฯ มา จ.สุรินทร์ ปี 2530 และแสดงต่อหน้าพระพักตร์สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร และสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี ในงานสวนอัมพร เมื่อปี 2533

ขณะเดียวกันเธอก็เรียนหนังสือควบคู่ไปกับการแสดงกันตรึม เมื่อได้เงินค่าเหนื่อยมาจะมอบให้แม่เก็บไว้เป็นค่าเล่าเรียนและค่าใช้จ่ายภายในบ้าน จนกระทั่งเรียนชั้น ม.5 มีโอกาสได้ออกอัลบั้มเพลงลูกทุ่ง 2 ชุด คือ น้ำตาลูกแม่ย่า และ หมดรักหมดอารมณ์ เป็นแนวเพลงลูกทุ่งผสมแขมร์ใช้ชื่อว่า ลูกทุ่งสาว 2 สไตล์ เจน สายใจ แต่เธอยังไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควร 

ในปี 2538 พ่อป่วยด้วยด้วยโรคเส้นเลือดในสมองแตก เป็นอัมพฤกษ์ ทำให้เธอต้องกลับมาอยู่บ้านดูแลพ่อ แต่ก็ยังร้องเพลงและเรียนไปด้วยในระดับปริญญาตรีที่สถาบันราชภัฏสุรินทร์ จนจบการศึกษาในปี 2543 ขณะนี้กำลังศึกษาต่อปริญญาโท คณะศิลปศาสตรมหาบัณฑิต เอกวิจัยและพัฒนาท้องถิ่น ศึกษาเกี่ยวกับความสัมพันธ์ด้านวิถีชีวิต ประเพณี วัฒนธรรม ของประเทศเพื่อนบ้านแถบลุ่มแม่น้ำโขง ได้แก่ ไทย ลาว เวียดนาม และกัมพูชา

อย่างไรก็ตาม ในปี 2545 ได้ออกอัลบั้มเพลงกันตรึมชุดแรกกับบริษัท ไพโรจน์ซาวน์ (PR. SOUND) ในชื่อชุด อาใยโดนตา ชุดนี้ถือว่าประสบความสำเร็จมีชื่อเสียงเป็นที่รู้จัก เพลงที่โด่งดังคือ อาใยโดนตา และ โกนปะซาน็องแมกะเมก จากนั้นก็ได้ก่อตั้งวงดนตรีของตนเองขึ้นมาชื่อว่า วงดนตรีลูกทุ่งกันตรึมอีสานใต้ เจน สายใจ จนได้รับฉายา ลูกทุ่งกันตรึมสาวดาวดวงเด่น

จุดนี้เองชีวิตของเธอก็ไปได้สวย ได้เดินสายออกแสดงไปในหลายจังหวัดแถบชายแดนไทย-กัมพูชา ชื่อเสียงก็เป็นที่รู้จักมากขึ้นเป็นวงกว้าง จนกระทั่งได้ออกอัลบั้มถึงปัจจุบัน 15 ชุดแล้ว ราคาค่างวดในการแสดงถ้าเต็มวงพร้อมแดนเซอร์ตกอยู่ประมาณ 3.5-5 หมื่นบาท ขึ้นอยู่กับระยะทาง แต่ถ้าแสดงใน จ.สุรินทร์ ราคาก็ลดลงมาโดยสตาร์ตที่ราคา 3 หมื่นบาท

อัลบั้มล่าสุดคือ สวรรค์บ้านนา และกำลังมีผลงานเพลงในสังกัดบริษัท ท็อปไลน์ไดมอนด์ โดยการชักชวนของ สัญลักษณ์ ดอนศรี

เจนเคยรับการคัดเลือกเป็นตัวแทนศิลปินกันตรึมของ จ.สุรินทร์ ไปร่วมสืบสานเผยแพร่ศิลปวัฒนธรรม เพื่อเชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างไทย-กัมพูชาหลายครั้ง และมีโอกาสเดินทางไปเผยแพร่ศิลปวัฒนธรรมในเยอรมนี สวิตเซอร์แลนด์ เนเธอร์แลนด์ อิตาลี และโปแลนด์

เธอยึดถือคติ ความพยายามอยู่ที่ไหน...ความสำเร็จอยู่ที่นั่น แม้ว่าจะมีพรสวรรค์ด้านการร้องเพลงมาตั้งแต่เด็ก แต่เธอมองว่าต้องมีพรแสวงด้วย คือ แสวงหาความรู้และประสบการณ์ใส่ตัวเอง แต่สิ่งที่ขาดไม่ได้ คือ ความกตัญญูกตเวทีต่อพ่อแม่

เจน บอกว่า ดีใจกับผลสำรวจที่คนเขมรเทคะแนนให้ ครั้งแรกที่รู้ข่าวก็รู้สึกภูมิใจและดีใจมาก แต่สิ่งที่ภูมิใจมากกว่า คือ บทเพลงกันตรึมที่ขับร้องได้เป็นตัวแทนในการถ่ายทอดความรู้สึก เรื่องราว ตลอดจนวิถีชีวิต ประเพณี วัฒนธรรม ของคนไทยไปถึงชาวกัมพูชา ที่พูดภาษาเขมร หรือ แขมร์ ถึงแม้สำเนียงอาจจะผิดเพี้ยนหรือแตกต่างไปบ้าง แต่ก็หวังว่าเพลงกันตรึมจะเป็นสื่อสร้างสัมพันธไมตรีที่ดีระหว่าง “พี่น้อง บองปะโอน ไทย-กัมพูชา” ให้มีความแน่นแฟ้นยิ่งขึ้น และกลับมารักใคร่กันเหมือนเดิม!!!

ความคิดเห็น

ความคิดเห็น 1: 25 ม.ค.2554, 12:34น.
เขมรก็ไม่ได้ร้ายทั้งหมด
ความคิดเห็น 2: 25 ม.ค.2554, 02:08น.
กันตรึม เพลงจังหวะน่าจะมัน ไม่เคยฟัง ลองหาฟังได้ที่ไหนครับ
ความคิดเห็น 3: 23 ม.ค.2554, 13:44น.
ถึงรัฐ 2 รัฐจะมีปัญหาแต่ประชาชน...ก็เป็นเช่นพี่น้องเหมือนเดิม

กลับสู่ด้านบน กลับสู่ด้านบน