ธวัชชัย สัจจาภรณ์รัตน์ เซลลิงเอเยนต์มือหนึ่ง

เราไม่ได้ต้องการยอดขายสูงๆ แบบขายสินค้าทั่วไป เพราะการขายฟิวเจอร์สนั้นไม่ได้มุ่งหวังยอด แต่หวังให้ลูกค้ากำไรมากกว่า

“ธวัชชัย สัจจาภรณ์รัตน์” เจ้าของห้างทองสัจจาภรณ์ วัย 45 ปี เป็น เซลลิงเอเยนต์มือหนึ่งของบริษัท เอ็มทีเอส โกลด์ฟิวเจอร์ส (MTSGF) โบรกเกอร์ที่ครองส่วนแบ่งตลาดอันดับ 2 ของการซื้อขายสัญญาโกลด์ฟิวเจอร์สในตลาดอนุพันธ์ประเทศไทย (TFEX) เทียบบรรดาโบรกเกอร์ผู้ค้าทอง 5 ราย รองจากบริษัท ที.ซี.ออสสิริส ฟิวเจอร์ส (TCAF)

ปี 2552 ที่ผ่านมา ห้างทองแห่งนี้ส่งสัญญาซื้อขายเฉลี่ยต่อวัน 50-60 สัญญาให้ MTSGF จากลูกค้าทั้งหมด 50 รายที่ซื้อขายประจำมี 40 ราย

เขาเล่าว่า ที่สามารถส่งสัญญาซื้อขายได้สูงเป็นเพราะดูแลร้านร่วมกับภรรยาและพนักงานของห้างที่มีอยู่ 3 คน

ธวัชชัย

“เริ่มแรกผมมีใบอนุญาตเซลลิงเอเยนต์ ฟอร์มทีมกันกับเจ้าหน้าที่ตั้งแต่ครั้งแรกและร่วมกันดูแลโกลด์ฟิวเจอร์สมาตลอด ทั้งผมและภรรยาช่วยกันดูแล ร้านเปิดทุกวัน 08.30-17.00 น. หยุดวันอาทิตย์วันเดียว โดยพฤติกรรมลูกค้าจะมาสั่งซื้อที่หน้าร้านและโทร.ซื้อมากกว่าเทรดเอง”

เริ่มแรกของการซื้อขายโกลด์ฟิวเจอร์สค่อนข้างเหนื่อย เพราะเป็นเรื่องซับซ้อนเข้าใจยาก ท้อเพราะต้องทำความเข้าใจกับลูกค้า สิ่งที่สำคัญที่สุดทำอย่างไรให้ลูกค้าเข้าใจ ลงทุนกับเราและสำเร็จ เพราะที่ผ่านมาพบว่าปัญหาคือความรู้สึกของพวกเขา เนื่องจากไม่ได้หมายถึงว่าทุกรายเข้ามาแล้วต้องได้กำไร เราจะช่วยเหลือเขาให้ประสบความสำเร็จจากการลงทุนได้อย่างไร หรือให้เขายอมรับความเสี่ยงจากการลงทุนอย่างไรด้วย

“ บางทีก็บอกเขาตามตรงว่าอย่างเพิ่งลงทุนเลย”

“ธวัชชัย” กล่าวว่า นักลงทุนควรแยกพฤติกรรมการซื้อขายทองคำแท่งกับโกลด์ฟิวเจอร์สออกจากกัน และไม่ควรนำมาปนกัน เพราะทองคำแท่งซื้อไว้ไม่เป็นไรเก็บไว้ให้ลูกหลานได้ แต่โกลด์ฟิวเจอร์สมีกำหนดเวลาสัญญาที่จะต้องตัดสินใจว่าจะขายหรือไม่ในระยะเวลาที่กำหนด หลายคนไม่ชอบตัดสินใจ เพราะยังติดกับการรอราคาขึ้น

เขาฝากถึงผู้ที่เตรียมตัวจะเข้ามาเป็นเซลลิงเอเยนต์ว่า ต้องศึกษาเรื่องโกลด์ฟิวเจอร์สให้ดี หาทีมงานที่เข้มแข็ง มีความรู้ความเข้าใจที่จะทำการตลาดด้วย และพร้อมจะเรียนรู้จากการปฏิบัติ เพราะจะได้รู้ปัญหาและแนวทางแก้ไข รวมถึงมีทักษะในการสื่อสารกับลูกค้า
“การเป็นเซลลิงเอเยนต์นั้นค่าคอมมิชชันนิดเดียว ไม่คุ้ม และเป็นการลงทุนเพื่อพัฒนาความรู้ และได้ผลทางอ้อมที่สามารถนำประสบการณ์มาบริหารจัดการในร้านได้”

ห้างทองสัจจาภรณ์เป็นห้างใหญ่และเก่าแก่ที่สุดใน อ.เมืองจันทบุรี ก่อตั้งในรุ่นพ่อของธวัชชัยเมื่อ 50-60 ปีก่อน เมื่อเขาจบปริญญาตรีคณะบริหารธุรกิจ สาขาการตลาด จากมหาวิทยาลัยรามคำแหง จึงเข้ามาสืบทอดกิจการต่อจากบิดา

“เดิมเราขายแค่ทองรูปพรรณ ทองแท่ง และเครื่องประดับเพชรพลอยโดยรับมาจากหลายแหล่ง ต่อมาคุณหมอกฤชรัตน์ หิรัณยศิริ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร MTSGF ชวนมาเป็นเซลลิงเอเยนต์ ผมเห็นว่าน่าสนใจ เป็นของใหม่จะได้เรียนรู้ ผมฟอร์มทีมเองตั้งแต่แรก และคลุกอยู่ด้วยจนถึงบัดนี้”

เขาเล่าว่า ไม่ต้องการแข่งขันกับใคร เพียงแต่อยากให้ธุรกิจของตัวเองไปได้ด้วยดีในฐานะรุ่นที่ 2 ของตระกูล

“ธวัชชัย” ยอมรับว่าช่วงแรกๆ ของการซื้อขายสัญญาโกลด์ฟิวเจอร์สมีลูกค้าทองคำแท่งแห่เข้ามาซื้อขายกันเยอะ และตอนหลังกลับไปซื้อขายทองคำแท่งเหมือนเดิม เพราะไม่ต้องเครียดกับการปิดสถานะถ้าราคาทองคำไม่เป็นไปตามคาดหมาย รวมถึงไม่ต้องติดตามข่าวสารการขึ้นลงของทองคำอย่างกระชั้นชิด โดยลูกค้าเหล่านี้มีประมาณ 30% ของลูกค้าโกลด์ฟิวเจอร์ส

อย่างไรก็ตาม ข้อดีของโกลด์ฟิวเจอร์ส คือ ใช้เงินลงทุนเพียง 10% ของมูลค่าทองคำ และสามารถทำกำไรได้ทั้งขาขึ้นและขาลง โดยลูกค้าที่จันทบุรีจะไม่นิยมทำกำไรโดยปราศจากความเสี่ยง แค่นิยมซื้อทองคำแท่งและโกลด์ฟิวเจอร์สทางตรงทั้งสองทางโดยไม่ทำกำไรข้ามตลาด ยกเว้นตัวเขาเองที่คลุกคลีเรื่องนี้มาแต่ต้น

“คนที่นี่มีรายได้หลักมาจากการค้าขายพลอย ผลไม้ และยางพารา ถ้าราคายางพาราดีเขามีกำลังซื้อเพิ่ม หรือหน้าผลไม้กำลังซื้อก็จะเพิ่ม การซื้อขายทองคำและเครื่องประดับจะคึกคัก แต่โกลด์ฟิวเจอร์สซื้อขายได้ตลอด”

ลูกค้าของห้างทองนี้มีตั้งแต่วัย 20 ต้นๆ จนถึง 60 ปี แต่ค่าเฉลี่ยลูกค้าที่เข้ามาซื้อขายโกลด์ฟิวเจอร์สมากที่สุดอยู่ในวัย 30-40 ปี
เมื่อเปิดซื้อขายโกลด์ฟิวเจอร์สในเดือน พ.ค. 2552 เขาลงทุนรื้อห้องบัญชีที่หน้าเคาน์เตอร์กว้าง 6 เมตรทำเป็นห้องค้า โดย 12 เมตรที่เหลือข้างๆ เป็นเคาน์เตอร์ขายทองรูปพรรณ ทองคำแท่ง และพลอย

ภายในห้องค้าประกอบด้วยคอมพิวเตอร์ 3 ตัว เท่าจำนวนพนักงาน และยังมีคอมพิวเตอร์เสริมอีก 2 ตัว เพื่อสำหรับดูข้อมูลและราคาทองคำจากต่างประเทศ รวมถึงเพื่อเข้าไปดูเว็บไซต์ต่างๆ

มิน่าเล่าลูกค้าถึงชอบมาสั่งซื้อขายหน้าร้านมากกว่าเพื่อดูข้อมูลก่อนสั่งซื้อขาย

วันหยุดวันอาทิตย์ที่เป็นวันว่างวันเดียวของเขา “ธวัชชัย” จึงยกให้เป็นวันครอบครัว เขาชอบพาลูก 3 คน และภรรยาไปเที่ยวชมธรรมชาติไม่ว่าจะเป็นทะเลหรือน้ำตก โดยลูกของเขากำลังอยู่ในวัยซน 12 ปี 10 ขวบ และ 4 ขวบ

ส่วนภรรยาที่เป็นเพื่อนคู่คิดอยู่ในวัย 40 ปี ไม่ใช่ใครอื่น เธอจบปริญญาตรีด้านการจัดการ ที่มหาวิทยาลัยราชภัฏรำไพพรรณี จันทบุรีนี่เอง

แสดงผลเป็นเว็บไซต์ปกติ

กลับสู่ด้านบน กลับสู่ด้านบน

ไปยังเมนูอื่นๆ