ทดลองขับ

ลองขับ : เบนซ์ ซีแอลเอ-ซีคูเป้ หรู-คุ้มค่า สมราคาประกอบไทย

  • 13 กุมภาพันธ์ 2560 เวลา 18:55 น.
  • | เปิดอ่าน 46,307
  • | ความคิดเห็น 0
Share on Google+
LINE it!

ลองขับ : เบนซ์ ซีแอลเอ-ซีคูเป้ หรู-คุ้มค่า สมราคาประกอบไทย

โดย...พลพัต สาเลยยกานนท์

ถือเป็นแนวทางของบริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าให้ได้อย่างรวดเร็ว การนำเสนอผลิตภัณฑ์สู่ผู้บริโภคสำหรับรถยนต์รุ่นใหม่ที่เปิดตัวในประเทศไทยช่วงแรกจึงนำเข้าจากต่างประเทศก่อน หลังจากนั้นจะถึงเริ่มประกอบในประเทศไทยคล้อยหลังไปอีกไม่นาน

หากแต่ถามว่าแล้วใช้ระยะเวลานานเท่าไรกว่าจะเริ่มประกอบในประเทศไทย

ฟรังค์ ชไตน์อัคเคอร์ รองประธานบริหารฝ่ายขายและการตลาด บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) ให้คำตอบว่ายากที่จะระบุเนื่องจากขั้นตอนการผลิตในแต่ละรุ่นที่กระจายไปยังทั่วโลกส่วนใหญ่จะเป็นพวงมาลัยซ้าย ซึ่งการเริ่มการประกอบนั้นด้วยข้อกำหนดในการใช้ชิ้นส่วนภายในประเทศ (โลคอลคอนเทนต์) 40% ของชิ้นส่วนทั้งหมดจะต้องมีขั้นตอนในการตรวจสอบคุณภาพชิ้นส่วนใหม่ของผู้ผลิตชิ้นส่วน (ซัพพลายเออร์) เพื่อให้คุณภาพสูงสุดจึงต้องใช้ระยะเวลา

รวมถึงชิ้นส่วนที่ต้องนำเข้า 60% ที่เหลือนั้น ยังต้องรอระยะเวลาการผลิตที่เหมาะสมภายหลังการกระจายรถยนต์สำเร็จรูปไปยังทั่วโลกก่อน จากนั้นจึงจะมีการส่งชิ้นส่งไปยังโรงงานผลิตรถยนต์ในแต่ละประเทศทั่วโลก แต่อย่างไรก็ตามบริษัทได้บริหารจัดการเพื่อส่งมอบรถยนต์ให้ถึงมือลูกค้าให้ได้ดีที่สุด

ล่าสุด เมอร์เซเดส-เบนซ์ ซีแอลเอ และซีคูเป้ เป็น 2 รุ่นที่ได้ผลิตในประเทศไทยภายหลังการเปิดตัวไปในงานมหกรรมยานยนต์ (มอเตอร์เอ็กซ์โป) ช่วงปลายปีที่ผ่านมา ในกลุ่มคอมแพ็กคาร์และดรีมคาร์ โดยปีที่ผ่านมากลุ่มคอมแพ็กคาร์มียอดขายอยู่ที่ 23% จากยอดขายรวม

เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จึงได้จัดทดสอบทั้งสองรุ่นบนเส้นทางกรุงเทพฯ-พัทยา ให้ได้สัมผัสถึงผลิตภัณฑ์ ซึ่งสิ่งสำคัญคือการนำเอาความคุ้มค่าด้วยออปชั่นที่ใส่เพิ่มเข้ามาให้เหมาะสมกับความต้องการของผู้บริโภค พร้อมทั้งการออกแบบที่ทำให้ใครก็ต้องเหลียวมอง

กระจังหน้า ไดมอนด์ กริลล์ สีเงิน พร้อมสัญลักษณ์เมอร์เซเดส-เบนซ์และล้ออัลลอยดีไซน์สปอร์ตใหม่ขนาด 18 นิ้ว พร้อมดิสก์เบรกหน้าสลักโลโก้เมอร์เซเดส-เบนซ์ รวมถึงชุดแต่งเอเอ็มจี อีกทั้งหลังคาพาโนรามิกซันรูฟเลื่อนเปิด-ปิดด้วยระบบไฟฟ้า อีกทั้งปลายท่อไอเสียเสริมโครเมียม 2 ท่อ ไฟหน้าแบบ LED High Performance ไฟเดย์ไทม์รันนิ่งไลต์ และไฟส่องสว่างอัตโนมัติในที่มืด พร้อมระบบความปลอดภัยและอำนวยความสะดวกเป็นอุปกรณ์มาตรฐาน

นอกจากนี้ ยังมาพร้อมกับประโยชน์การใช้สอยที่โดดเด่นอย่างปุ่มสตาร์ทเครื่องยนต์ (Push Start) วิทยุ-ซีดี MB Audio 20 พร้อมจอแสดงผลขนาด 8 นิ้ว ระบบสำหรับเชื่อมต่อโทรศัพท์เคลื่อนที่ (Bluetooth) ระบบรองรับการใช้งานระบบนำทาง (Pre-installation SD-Card Navigation) ฟังก์ชั่นเชื่อมต่อโทรศัพท์มือถือระบบปฏิบัติการ iOS (Apple CarPlayTM) และเทคโนโลยีด้านความปลอดภัยและระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่มากมายเป็นอุปกรณ์มาตรฐาน อาทิ ระบบช่วยการนำรถเข้าจอดแบบอัตโนมัติ ระบบช่วยเบรกแบบแอ็กทีฟ ระบบช่วยเหลือเพื่อความปลอดภัยก่อนเกิดเหตุและระบบไฟหน้าปรับอัตโนมัติตามสภาพถนน

ซึ่งจากการได้ลองสัมผัสแล้วนั้นต้องกล่าวเลยว่า เมอร์เซเดส-เบนซ์ซีคลาส ทั้งสองรุ่นนี้ยังคงให้อารมณ์ความหรูหราและความภาคภูมิใจในขณะขับขี่ที่มาพร้อมกับระบบความปลอดภัยและสมรรถนะการขับขี่ที่ไว้วางใจได้ในทุกสถานการณ์ทั้งการตอบสนองด้านความสนุกและการใช้ในชีวิตประจำวัน

ทั้งสองรุ่นนี้จึงเป็นรุ่นที่เมอร์เซเดส-เบนซ์ มั่นใจนำมาประกอบในประเทศไทยเพื่อตอบสนองความต้องการ สนนราคาขายเริ่มต้นอยู่ที่ 2.14-3.14 ล้านบาท สำหรับซีแอลเอ และ 3.24-3.59 ล้านบาท สำหรับซีคูเป้

แชร์ข่าวนี้

Share on Google+
LINE it!

ที่สุดยานยนต์ในรอบ 1 เดือน

  • เปิดอ่าน
  • แสดงความคิดเห็น
  • แชร์