ข่าวธุรกิจ-ตลาด

โรงแรมแก้เกมรายได้มัลดีฟส์หด

  • 19 พฤษภาคม 2560 เวลา 06:39 น.
  • | เปิดอ่าน 11,055
  • | ความคิดเห็น 0
Share on Google+
LINE it!

โรงแรมแก้เกมรายได้มัลดีฟส์หด

โดย...จารุพันธ์ จิระรัชนิรมย์

หมู่เกาะมัลดีฟส์เป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางที่นักท่องเที่ยวต่างชาตินิยมไปมาก เป็นปัจจัยสำคัญดึงดูดกลุ่มทุนโรงแรมไทยให้ไปขยายโรงแรมใน มัลดีฟส์ มีทั้งในรูปแบบลงทุนเองและ การรับบริหาร แต่จากผลประกอบการของกลุ่มโรงแรมที่จดทะเบียนอยู่ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ที่ออกมาไตรมาสแรก กลับ ไม่สดใสเท่าที่ควร โดยหนึ่งในเหตุผล ที่กระทบก็คือผลการดำเนินงานของโรงแรมในมัลดีฟส์ไม่ได้ดีเท่าปีที่ผ่านมา อาจทำให้ผู้ประกอบการต้องทบทวนกลยุทธ์อีกครั้งเพื่อฟื้นผลการดำเนินงาน

ศุภจี สุธรรมพันธุ์ ประธาน เจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บริษัท ดุสิตธานี เปิดเผยว่า ไตรมาสแรกที่ผ่านมา บริษัทมีรายได้รวม 1,510 ล้านบาท ลดลง 125 ล้านบาท หรือ 8% สาเหตุ หลักๆ มาจากมีโรงแรมใหม่เกิดขึ้น มากบนเกาะมัลดีฟส์ ทำให้จำนวน ห้องพักในพื้นที่นี้เพิ่มขึ้นมากกว่าจำนวน นักท่องเที่ยว

ขณะที่นักท่องเที่ยวจีนซึ่งเป็นตลาดหลักก็ลดลง ทำให้อัตราเข้าพักของโรงแรมในเครือที่ตั้งอยู่บนเกาะมัลดีฟส์ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ นอก จากนี้รายได้จากโรงแรมในฟิลิปปินส์ ก็ลดลงเพราะทำอัตราเข้าพักและ ราคาห้องพักเฉลี่ยได้ลดลง จากการแข่งขันที่สูง นักท่องเที่ยวมีทางเลือกที่พักมาก อย่างไรก็ตามเมื่อไปดูรายได้จากการบริหารโรงแรมเพิ่มขึ้นอยู่ 15%

ศุภจี กล่าวว่า ไม่นานมานี้ได้เข้าไปสนับสนุนเงินทุน 1 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 34.5 ล้านบาท กับบริษัท เฟฟสเตย์ สตาร์ทอัพสัญชาติไทย ที่นำเสนอบริการที่พักตากอากาศใน หัวเมืองท่องเที่ยวของไทย ส่งผลให้กลุ่มดุสิตถือหุ้นในเฟฟสเตย์ 9.24% การลงทุนนี้จะพลิกโฉมรูปแบบการให้บริการและการต้อนรับทั้งในไทยและต่างประเทศ และยังเป็นการไปร่วมในโครงสร้างธุรกิจที่ฉีกไปจากรูปแบบเดิมๆ เชื่อว่าจะเป็นส่วนสำคัญทำให้ดุสิตเติบโตได้

รณชิต มหัทธนะพฤทธิ์ รองประธานอาวุโสฝ่ายการเงินและบริหาร บริษัท โรงแรมเซ็นทรัลพลาซา ผู้ดำเนินธุรกิจโรงแรมและรีสอร์ทในเครือ เซ็นทารา กล่าวว่า บริษัทและบริษัทย่อยมีรายได้รวมไตรมาสแรก 5,321 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 15.1 ล้านบาท หรือ 0.3% โดยรายได้ที่เพิ่มขึ้นหลักๆ มาจากธุรกิจอาหารที่โต 3.3% ส่วนรายได้ จากธุรกิจโรงแรมลดลง 2.4%

ทั้งนี้ รายได้ธุรกิจโรงแรมไตรมาสแรกอยู่ที่ 2,734.2 ล้านบาท ลดลง 68.4 ล้านบาท มีสาเหตุหลักมาจากรายได้ของโรงแรมในมัลดีฟส์ที่ลดลง เพราะจำนวนห้องพักใหม่ๆ เติบโต สูงทำให้การแข่งขันราคาค่อนข้าง รุนแรง โดยอัตราเข้าพักโรงแรมที่ บริษัทเป็นเจ้าของบนหมู่เกาะมัลดีฟส์ อยู่ที่ 85.3% ลดลง 1.8% ราคา ห้องพักเฉลี่ย (เออาร์อาร์) อยู่ที่ 2.29 หมื่นบาท ลดลง 6.7% ขณะที่ราคาห้องพักเฉลี่ยต่อห้องทั้งหมด (เรพพาร์) ในมัลดีฟส์อยู่ที่ 1.85 หมื่นบาท ลดลง 11.8%

"ราคาห้องพักบนหมู่เกาะมัลดีฟส์แข่งขันสูง แม้เครือเซ็นทาราจะไม่ลงไปแข่งขันเรื่องราคามาก แต่จาก อัตราเข้าพักที่ลดลงเพราะนักท่องเที่ยวจีนซึ่งเป็นตลาดหลักลดลง ก็ทำให้ ภาพรวมรายได้ต่อห้องพักลดลง" รณชิต กล่าว

รณชิต กล่าวว่า ส่วนหนึ่งที่ นักท่องเที่ยวจีนลดลง เนื่องจากมีการเปลี่ยนไปเที่ยวจุดหมายอื่นที่ใกล้เคียงกับหมู่เกาะมัลดีฟส์ เช่น มอริเชียส และซีเชล ซึ่งโดยพฤติกรรมของ นักท่องเที่ยวจีนแล้วจะนิยมไปจุดหมายนั้นๆ เป็นระยะ ปีนี้นิยมมาที่หนึ่ง อีกปีก็อาจจะไปนิยมที่อื่นแทน

อย่างไรก็ตาม ยังเชื่อว่าตั้งแต่ไตรมาส 2 ไปแล้ว ผลการดำเนินงานของโรงแรมบนหมู่เกาะมัลดีฟส์จะค่อยๆ กระเตื้องขึ้น และยังเชื่อมั่นว่าหมู่เกาะมัลดีฟส์เป็นจุดหมายที่น่าลงทุนอยู่ จะเห็นได้ว่าไม่เพียงแต่นักลงทุนไทยที่ไปขยายโรงแรมที่มัลดีฟส์ ก็ยังมีนักลงทุนจากอีกหลากหลายประเทศตบเท้าเข้าไปในจุดหมายนี้ ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับความสามารถของแต่ละกลุ่มแล้วว่าจะจับตลาดนักท่องเที่ยวกลุ่มไหน เพื่อรับมือกับการแข่งขันที่รุนแรงขึ้น

สำหรับเซ็นทาราจะเน้นนำเสนอจุดขายคือ แพ็กเกจท่องเที่ยวที่ นักท่องเที่ยวสามารถรู้ต้นทุนตัวเองได้ชัดเจนว่าเมื่อไปเที่ยวมัลดีฟส์และ พักกับโรงแรมในเครือเซ็นทาราจะมี ค่าใช้จ่ายห้องพักและกินดื่มรวมแล้วเท่าไหร่ เพราะมองว่าการรู้ต้นทุนคือ สิ่งสำคัญที่ลูกค้าต้องการ นอกจากนี้ ก็จะเปลี่ยนแนวทางการจับตลาด นักท่องเที่ยว จากเดิมมุ่งเน้นตลาดจีน ก็จะหันไปเพิ่มน้ำหนักเจาะตลาด นักท่องเที่ยวอินเดียและรัสเซียมากขึ้น เพราะตลาดเหล่านี้เริ่มเติบโตสูง

เมื่อรายได้โรงแรมบนเกาะ มัลดีฟส์ลดลงจากการแข่งขันที่สูง โรงแรมไทยแต่ละกลุ่มที่ไปปักธง จุดหมายนี้ต่างก็มีแนวทางเพื่อหาทางชดเชยรายได้โรงแรมจากมัลดีฟส์ที่หายไป เช่น ดุสิต ที่ไปให้น้ำหนักลงทุนธุรกิจรูปแบบใหม่ๆ และเซ็นทาราที่ ยังมุ่งมั่นขยายตัวในมัลดีฟส์ด้วยการไปแสวงหาตลาดที่เติบโตอยู่ ซึ่งคงได้เห็นผลตอบรับการแก้เกมในไตรมาสต่อๆ ไป

แชร์ข่าวนี้

Share on Google+
LINE it!

ที่สุดธุรกิจ-ตลาดในรอบ 7 วัน

  • เปิดอ่าน
  • แสดงความคิดเห็น
  • แชร์