ธุรกิจเอสเอ็มอี

เครื่องเงินเย้า ดอยซิลเวอร์

  • 13 มีนาคม 2560 เวลา 15:24 น.
  • | เปิดอ่าน 1,959
  • | ความคิดเห็น 0
Share on Google+
LINE it!

เครื่องเงินเย้า ดอยซิลเวอร์

โดย...ปิยนุช ผิวเหลือง

ชนเผ่าอิ้วเมี่ยน หรือชนเผ่าเย้า ชาติพันธุ์ที่ให้ค่าความสำคัญเครื่องประดับเงิน ไม่ใช่แค่ความสวยงาม แต่รวมถึงการแสดงฐานะทางสังคม โดยเครื่องเงินจะเกี่ยวโยงกับการดำเนินชีวิตตั้งแต่ กำเนิด จนวาระสุดท้าย ทำให้ชนเผ่าอิ้วเมี่ยนมีความรู้เฉพาะตัวด้านการทำเครื่องเงินเป็นที่รู้จักทั่วไป

พิมพร รุ่งรชตะวานิช รองประธานบริษัท ดอยซิลเวอร์ ที่ปรึกษาคลัสเตอร์เครื่องเงินจังหวัดน่าน และเป็นผู้ที่มีชาติพันธุ์อิ้วเมี่ยน (เย้า) เปิดเผยว่า แรกเริ่มรุ่นบรรพบุรุษทำเครื่องเงินให้กับชาวเขาเผ่าอิ้วเมี่ยน ซึ่งเงินมีความสำคัญต่อการดำรงชีวิตของชนเผ่า เช่น พิธีแต่งงาน ต้องมีกำไลหมั้นเงิน ชุดแต่งงานประดับตกแต่งด้วยเงิน และเครื่องเงินคือสินสอด ซึ่งทุกครอบครัวจะสะสมเครื่องประดับเงินแทนทรัพย์สินในบ้าน เป็นเครื่องบอกฐานะ และด้วยความรู้ด้านการทำเครื่องประดับเงินของชนเผ่าอิ้วเมี่ยน ทำให้บรรพบุรุษ ตระกูลรุ่งรชตะวานิช มีโอกาสทำเครื่องเงินร่วมกับช่างในหมู่บ้านป่ากลาง ให้แก่ ศูนย์ศิลปาชีพจิตรลดา ถวายแก่ราชสำนัก ปัจจุบัน ดอยซิลเวอร์ บริหารงานด้วยทายาทรุ่นที่ 5 (ลูกชาย) ซึ่งตนเป็นสะใภ้ทายาทรุ่นที่ 4 โดยตั้งแต่บรรพบุรุษเริ่มต้นผลิตเครื่องเงินเชิงพาณิชย์ร่วม 33 ปี แต่ได้จดทะเบียนบริษัทเป็นทางการภายใต้ชื่อ บริษัท ดอยซิลเวอร์ แฟคตอรี่ ในปี 2546

ทั้งนี้ เครื่องเงินลายสี่เหลี่ยมกระดูกงู เป็นไฮไลต์เครื่องเงินน่าน โดยได้ส่งออกต่างประเทศ 80% ของยอดขาย ยังพื้นที่สหรัฐอเมริกา และจีน เป็นโออีเอ็ม 90% และส่งขายภายใต้แบรนด์ของตัวเอง 10% ซึ่งจุดเด่นของดอยซิลเวอร์คือคุณภาพของผลิตภัณฑ์ การออกแบบ และลายเอกลักษณ์สี่เหลี่ยมกระดูกงู แปดเหลี่ยมกระดูกงู สินค้าขายดี คือ สร้อยข้อมือแปดเหลี่ยมกระดูกงู หลังเต่า สำหรับความท้าทายในการทำธุรกิจ คือการขาดแคลนบุคลากรช่างฝีมือ จึงได้จัดทำความร่วมมือแบบทวิภาคีกับ กาญจนาภิเษกวิทยาลัย ช่างทองหลวง เปิดหลักสูตรการทำเครื่องเงิน และรับเด็กนักเรียนมาเรียนที่ ดอยซิลเวอร์ จากโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ จ.น่าน และยินดีรับเข้าทำงานเมื่อเรียนจบ

ปัจจุบัน ดอยซิลเวอร์ มีช่างฝีมือ 40-50 คน และพนักงานรวมมากกว่า 100 ชีวิต ซึ่งดอยซิลเวอร์ พัฒนารูปแบบเครื่องประดับเงินเพิ่มมูลค่าด้วยการฝังเพชร พลอย บนตัวเรือนเครื่องประดับเงิน รวมถึงผลิตภัณฑ์ชุบเงิน ชุบทอง ทั้งการเก็บรายละเอียดการเชื่อมเครื่องประดับใช้แบบจิวเวลรี่ ซึ่งปัจจุบันได้ผลิต สร้อยคอ สร้อยข้อมือ แหวน กำไล ต่างหู กระเป๋า และผลิตตามการสั่งซื้อเครื่องเงินตามแบบของลูกค้าด้วย

แม้ว่าสัดส่วนการส่งออกต่างประเทศจะมากกว่าในประเทศ แต่มีแผนเจาะตลาดกลุ่มลูกค้าระดับบนในประเทศมากขึ้น เพราะมีกำลังซื้อสูงและตัดสินใจซื้อง่ายกว่า สำหรับช่องทางการจัดจำหน่ายปัจจุบัน ใน จ.น่าน มี 2 แห่ง คือ ร้านจำหน่ายผลิตภัณฑ์ที่ อ.ปัว และศูนย์โอท็อปใน อ.เมือง ช่องทางโมเดิร์นเทรด ได้แก่ เซ็นทรัลชิดลม และเซ็นทรัลภูเก็ต ทั้งนี้ ยอดส่งออกในปี 2559 เติบโตขึ้นจากปี 2558 20% ซึ่งยอดการค้ารวมในปีนี้คาดเติบโตเทียบเท่าปีที่ผ่านมา ด้วยภาวะทางเศรษฐกิจ แต่ยังคงเติบโตต่อเนื่อง

สำหรับแผนการตลาดในอนาคต วางแผนออกงานแสดงสินค้า ในปี 2561-2562 มากขึ้น โดยสนใจขยายตลาดยุโรป ได้แก่ ฝรั่งเศส และเยอรมนี สำหรับในพื้นที่เอเชีย สนใจเปิดตลาดสิงคโปร์ นอกเหนือจากนี้วางแผนขยายการค้าในประเทศและสร้างแบรนด์ให้แข็งแกร่งภายใน 2 ปี

 

แชร์ข่าวนี้

Share on Google+
LINE it!

ที่สุดธุรกิจ-ตลาดในรอบ 7 วัน

  • เปิดอ่าน
  • แสดงความคิดเห็น
  • แชร์