ณ มุมขวา

หุ้นเอิร์ธ : มหาภารตยุทธ์

  • 09 สิงหาคม 2560 เวลา 09:46 น.
  • | เปิดอ่าน 3,321
  • | ความคิดเห็น 0
Share on Google+
LINE it!

โดย... ณ กาฬ เลาหะวิไลย

ใครที่อยู่แวดวงตลาดหุ้น หรือลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ คงต้องรู้จักหุ้นบริษัท เอ็นเนอร์ยี่ เอิร์ธ หรือ EARTH

ศักราชนี้ไม่มีเหตุอะไรสร้างความฮือฮา ตื่นตะลึงเท่ากรณีของเอิร์ธ

เริ่มแรกในเดือน พ.ค.ที่ผ่านมา จู่ๆ หุ้นเอิร์ธก็ถูกเทขายอย่างหนัก ร่วงติดฟลอร์ 30% ถึง 2 วันติดกัน

ผู้บริหารบริษัทออกมาแถลงว่า ที่หุ้นร่วงลงเนื่องจากการที่ผู้ถือหุ้นรายใหญ่เอาหุ้นไปค้ำประกัน เพื่อนำเงินไปลงทุนในธุรกิจอื่น พอหุ้นราคาตกก็ถูกบังคับขายจนกดราคาหุ้นลงเรื่อยๆ

ช่วงแรกๆ แม้หุ้นจะตก แต่ก็มีชาวสวนไปช้อนซื้อเป็นระยะ

ถัดมาเดือน มิ.ย. บริษัทก็มีเหตุผิดนัดชำระหนี้ตั๋วบี/อี งวดแรก 40 ล้านบาท และทยอยผิดนัดมาเรื่อยๆ

หุ้นเอิร์ธจึงร่วงหลุดโลก ต่อมาถูกแขวน (SP) ห้ามซื้อ-ขายหุ้นอีก

จากราคาหุ้นที่เคยอยู่ระดับ 4.5 บาท ก็ติดคากระดานที่ 1.46 บาท

วิบากกรรมเอิร์ธยังไม่หมด จู่ๆ บริษัทก็ยื่นต่อศาลขอเป็นผู้บริหารแผนเพื่อฟื้นฟูกิจการ ด้วยเหตุผลคือมีหนี้สินมากกว่าทรัพย์สิน

ตะลึง ตะลึง ตะลึง ตึง ตึง

เพราะในไตรมาสแรกที่ผ่านมา บริษัทเพิ่งยื่นงบดุลต่อตลาดหลักทรัพย์ โดยมีทรัพย์สิน 3.5 หมื่นล้านบาท และหนี้สิน  2.5 หมื่นล้านบาท หรือในส่วนผู้ถือหุ้นมีทรัพย์สินมากกว่าหนี้สินราว 1 หมื่นล้านบาท

แต่จากคำขอฟื้นฟูกิจการ ระบุว่าหลังจากไตรมาสแรกแล้ว บริษัทมีหนี้สินเพิ่มอีก 2.6 หมื่นล้านบาท จึงทำให้เกิดปัญหาหนี้สินมากกว่าทรัพย์สิน 

ยัง ยังไม่หมด ปรากฏการณ์แผ่นดินไหวของเอิร์ธเกิดต่อเนื่อง

ล่าสุดเมื่อวันที่ 8 ส.ค.ที่ผ่านมา บริษัทยื่นฟ้องสถาบันการเงินคือ ธนาคารธนชาต เรียกค่าเสียหายมูลค่า 6 หมื่นล้านบาท

คำบรรยายฟ้องของเอิร์ธก็คือ ธนาคารธนชาตนำข้อมูลเกี่ยวกับธุรกรรมทางการเงินของบริษัทไปเปิดเผยต่อธนาคารกรุงไทยที่เป็นเจ้าหนี้รายใหญ่ จนเป็นเหตุให้ธนาคารกรุงไทยอายัดเงินของบริษัทที่เตรียมจะโอนไปยังประเทศจีน เพื่อใช้สำหรับดำเนินธุรกิจซื้อขายถ่านหินให้
กับคู่ค้า

เมื่อถูกอายัดเงินในบัญชีเท่ากับเป็นการตัดเส้นทางทำมาหากิน ทำให้บริษัทไม่มีเงินมาใช้จ่ายหรือทำธุรกรรมใดได้เลย แม้แต่การจ่ายเงินเดือนของพนักงาน

บริษัทระบุว่าได้ถูกระงับสินเชื่อจากสถาบันการเงินทั้งหมด ทำให้การประกอบธุรกิจชะลอตัว เป็นเหตุให้เจ้าหนี้หลายรายยื่นฟ้องเรียกหนี้กว่า 2.6 หมื่นล้านบาท กลายเป็นยอดหนี้ที่เพิ่มขึ้น นำไปสู่การยื่นขอฟื้นฟูกิจการ

ทั้งหมดคือปรากฏการณ์เอิร์ธ ที่เกิดขึ้นต่อเนื่อง และยังไม่น่าจะจบลงแค่นี้ เพราะยังมีสารพัดความเคลื่อนไหวขนาดหลายริกเตอร์ตามมาอีก เป็นมหาภารตยุทธ์ในตลาดหุ้นคงไม่ผิด

แต่คนที่ไม่น่าจะตื่นเต้นด้วยก็คือบรรดาผู้ถือหุ้นของบริษัท เจ้าหนี้เงินกู้ เจ้าหนี้การค้า นี่แหละ

งวดนี้เห็นทีต้องปาดเหงื่อ ปวดใจ ทำใจกันครั้งใหญ่

ปมที่เกี่ยวพันกับเอิร์ธยังอีกยาวกว่าจะเห็นฝั่ง

แชร์ข่าวนี้

Share on Google+
LINE it!