สันทัด กรณี

มหากาพย์เรื่องใหม่?

  • 13 กรกฎาคม 2560 เวลา 10:20 น.
  • | เปิดอ่าน 10,890
  • | ความคิดเห็น 0
Share on Google+
LINE it!

โดย...สันทัด กรณี

เหลียวมองไปที่องค์กรตุลาการ ช่วงนี้พบเห็นอะไรไม่ค่อยปกติ ชวนให้ติดตามอย่างยิ่ง ทั้งที่ผมคิดว่าจบลงเมื่อได้ตัวประธานศาลฎีกาคนใหม่เป็นที่เรียบร้อย

เอิ่ม...มะวานคุยเรื่องอัยการ วันนี้คุยเรื่องศาล...(เสียวๆ แฮะ)

ตามที่ทราบ คณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม (ก.ต.) ครั้งที่ 14/2560 ที่ประชุมมีมติเอกฉันท์เห็นชอบบัญชีเสนอ แต่งตั้ง คุณชีพ จุลมนต์ รองประธานศาลฎีกาคนที่ 1 เป็นประธานศาลฎีกา

เป็นการพิจารณาตำแหน่งนี้ครั้งที่ 2 หลังจาก ก.ต.ไม่เห็นชอบแต่งตั้ง คุณศิริชัย วัฒนโยธิน ประธานศาลอุทธรณ์ ขึ้นเป็นประธานศาลฎีกา ตามประเพณีปฏิบัติซึ่งจะตั้งจากผู้มีอาวุโสสูงสุด การปฏิเสธของ ก.ต.มีขึ้นภายใต้การยกเหตุคุณสมบัติไม่เหมาะสม จากปัญหาการบริหารงานศาลอุทธรณ์

ต่อมา คุณศิริชัย เปิดแถลงข่าวน้อมรับการพิจารณาของ ก.ต. ซึ่งถือว่าคณะผู้มีอำนาจสูงสุดในการพิจารณาแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการตุลาการ โดยจะไม่ดำเนินการร้องทุกข์ หรือร้องเรียน เพราะเคารพการพิจารณาของ ก.ต. อีกทั้งยังเกี่ยวข้องกับวาสนา และขอทำงานในหน้าที่ประธานศาลอุทธรณ์ ซึ่งเป็นเก้าอี้อันดับ 2 รองจากเก้าอี้ประธานศาลฎีกา ต่อไป

ครับ...ก็คิดว่า คงจบลงอย่างแฮปปี้เอนดิ้ง ไม่เกิดวิกฤตการณ์ตุลาการเหมือนเมื่อครั้งในอดีตที่มีการแต่งตั้งประธานศาลฎีกาในรูปแบบไม่คำนึงถึงอาวุโส

แต่ไม่ปรากฏว่าด้วยเหตุผลกลใด คณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม ยังมีเรื่องให้ต้องเข้าไปจัดการหรือจัดระเบียบ จนมีข่าวอย่างไม่เป็นทางการ ลักษณะต้องการให้เบ็ดเสร็จสะเด็ดน้ำ ด้วยการตั้งกรรมการสอบ

ล่าสุด ก็ดูเหมือนจะเป็นเรื่อง คุณศิริชัย วัฒนโยธิน ประธานศาลอุทธรณ์ ตั้งโต๊ะแถลงข่าวครั้งที่ 2 ด้วยอาการเสียงสั่นน้ำตาคลอ เมื่อเผชิญกับคำถามที่ว่า มีทางออกอย่างไรกับที่จะมีการเปิดตำแหน่งใหม่เป็นตำแหน่งเฉพาะตัว คือ "ที่ปรึกษาประธานศาลฎีกา" เพื่อโยกคุณศิริชัยไปนั่ง

"ตำแหน่งที่ผมอยู่ตอนนี้คือ ประธานศาลอุทธรณ์ เป็นรองแค่ประธานศาลฎีกา ถ้าเปิดตำแหน่งใหม่ให้ผมเป็นที่ปรึกษาประธานศาลฎีกา ตำแหน่งผมจะเท่าเดิมหรือไม่ นอกจากนี้ ถ้าประธานศาลฎีกาไม่อยู่ แล้วรองประธานศาลฎีกา ซึ่งตามปกติอาวุโสน้อยกว่าอยู่แล้ว จะปฏิบัติราชการแทนประธานศาลฎีกาได้หรือไม่ และใครเป็นผู้บังคับบัญชาใคร นี่คือปัญหาที่ขัดข้องในทางปฏิบัติ"

"ยังรักสถาบันนี้อยู่ อยู่มาเกือบ 40 ปี ยังไม่อยากพูดอะไรที่มันอยู่ในอกให้เสื่อมเสียสถาบันนี้ แม้เจ็บปวดรวดร้าว ถ้าพูดไปสถาบันนี้จะเสีย อาจไม่เชื่อว่าเป็นแบบนี้ แต่ถ้าสุดท้ายจริงๆ ไม่ไหวจริงๆ ถือว่าผมโดนกระทำอยู่ตลอด ขออยู่ที่เดิมก็ไม่ให้อยู่ ถ้าเกิดขึ้นจริง ไม่รู้จะทำอย่างไรเหมือนกัน"

ครับ...จากย่อหน้าสุดท้าย

ถ้าไปต่อ...ผมคิดว่าคงได้ชมมหากาพย์ตุลาการแหง็มๆ

แชร์ข่าวนี้

Share on Google+
LINE it!