'ลูกน้องทุกคนต้องได้กลับบ้าน' 'ผู้การแมน' นายพลนักสืบ

  • 26 กุมภาพันธ์ 2560 เวลา 08:57 น.
  • | เปิดอ่าน 95,456
  • | ความคิดเห็น 0
Share on Google+
LINE it!

'ลูกน้องทุกคนต้องได้กลับบ้าน' 'ผู้การแมน' นายพลนักสืบ

โดย...เอกชัย จั่นทอง ภาพ:วิศิษฐ์ แถมเงิน

เป็นนายตำรวจนักบู๊อีก 1 คน ชื่อเสียงไม่ต้องห่วง เอ่ยชื่อ “ผู้การแมน” พล.ต.ต.อิทธิพล อัจฉริยะประดิษฐ์ ผบก.สส.บช.น. นายพลหนุ่มนักสืบคนดัง รับราชการตำรวจคลุกคลีอยู่แต่ในแวดวงนักสืบมาตลอด ไม่เคยยกยอตัวเองว่าทำงานเหนือใครแถมชอบทำงานอยู่เบื้องหลัง และย้ำอยู่เสมอทุกภารกิจ “สำหรับพี่ไม่มีฮีโร่ แต่ลูกน้องพี่ทุกคนต้องได้กลับบ้าน ไม่เอาไปเสี่ยงตายแบบสุ่มสี่สุ่มห้า”

ย้อนดีกรี “ผู้การแมน” พอสังเขป เคยนั่งเก้าอี้ ผกก.สส.น.8 เป็น รอง ผบก.น.5 ก่อนจะลงภาคใต้เป็น รอง ผบก.ภ.จ.สงขลา รอง ผบก.สส.บช.ภ.9 ไม่นานขยับมานั่งเก้าอี้ รอง ผบก.ป. ถัดมาติดยศนายพล เป็น ผบก.ภ.จ.ยะลา และกลับขึ้นมาทำงานในกรุงเทพฯ ในตำแหน่ง ผบก.สส.บช.น. คุมงานสืบสวนเต็มตัว

นายพลหนุ่มนักสืบทำงานในพื้นที่ปลายด้ามขวานมานานหลายปี ทุกคนรู้ดีว่าเป็นพื้นที่ความขัดแย้งรุนแรงมีเหตุฆ่าฟันรายวัน แต่นายพลหนุ่มคนนี้ไม่เกี่ยงงานรับทำทุกหน้าที่ให้ดีที่สุด เพราะ “เมื่อประชาชนเป็นทุกข์ ตำรวจจะสุขได้อย่างไร”

 

ผู้การแมน ให้ทัศนะว่า “ทุกคนทำตามหน้าที่คือจบ พระอาทิตย์ขึ้นทางทิศตะวันออก ตกทางทิศตะวันตก ลองพระอาทิตย์ขึ้นทางตะวันตก หากไม่รู้หน้าที่ตัวเองก็ปั่นป่วน พระอาทิตย์ขึ้นมาเพื่อให้แสงสว่างแก่มวลมนุษยชาติ ให้ต้นไม้ผลิดอกออกผลออกใบ ให้พลังงาน ถ้าตื่นมาแล้วพระอาทิตย์ไปขึ้นตอนเย็นไม่เละหรือ เหมือนกันเราเป็นตำรวจก็ต้องทำหน้าที่ตัวเองให้ดีที่สุดอย่าเห็นแก่ตัว”

“ผู้การแมน” เล่าย้อนสมัยเมื่อครั้งได้รับพระราชทานกระบี่จากพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช หลังจบการศึกษาจากโรงเรียนนายร้อยตำรวจ (นรต.) พระองค์พระราชทานพระบรมราโชวาทในพิธี
วันนั้นว่า “เราเป็นตำรวจเราจะเจออะไรเยอะแยะมากมายมันอยู่ที่เรา กระบี่ที่แจกให้ไว้ใช้ทิ่มแทงโจรผู้ร้ายถ้าเราคิดไม่ดีหรือทำไม่ดีขอให้กระบี่ทิ่มแทงตัวเอง” ข้อความวันนั้นเป็นสิ่งที่เตือนสติตัวเองเสมอมา

ส่วนพระเครื่องคู่กายของ “ผู้การแมน” มีอยู่หลายองค์ องค์แรกคือ พระอังคีรส ปางสมาธิ วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม ปลุกเสกจากเกจิ 108 รูป ถัดมาวัดรังษีสุทธาวาส อยู่ติดกับวัดบวรนิเวศราชวรวิหาร ปัจจุบันเป็นคณะรังษีอยู่ที่วัดบวรนิเวศ “มีพระวัดรังษี ชีวีไม่วางวาย” และองค์สุดท้าย พระปกหลวงพ่อดำ วัดตุยง (วัดมุจลินทวาปีวิหาร) จ.ปัตตานี 

 

แล้วทำไมถึงแขวนพระ? ผู้การแมน เล่าว่า เพราะพระกับคนไทยเป็นของคู่กัน บวกกับครอบครัวเข้าวัดทำบุญเป็นประจำ เห็นภาพตายายเข้าวัดมาตลอดตั้งแต่เด็กจึงเกิดความซึมซับศรัทธา “ถ้าเกิดมาแล้วไม่นับถือพระแล้วจะนับถืออะไร” เพียงแต่เราจะศรัทธามากน้อยแค่ไหนเท่านั้น พระเครื่องทำให้เรามีที่ยึดเหนี่ยวจิตใจและมั่นใจเวลาปฏิบัติหน้าที่ สมัยอดีตเวลาออกรบไม่มีพระก็ใช้จีวรพระสงฆ์ผูกตามร่างกายสร้างขวัญกำลังใจเช่นกัน ไม่ว่าพระเครื่องจะสวยแชมป์หรือไม่สวย ส่วนตัวเชื่อมั่นว่าพุทธคุณเท่ากันหมด

ในฐานะผู้นำหน่วยสืบสวน บช.น.ดังนั้นการทำงานก็ต้องดูแลเอาใจใส่ผู้ใต้บังคับบัญชาทุกนาย ในเรื่องนี้ “ผู้การแมน” ได้เทียบเคียงการดูแลลูกน้องจากการปลูกต้นไม้ที่เจ้าตัวรักและชื่นชอบ โดยนำหลักการดูแลมาบริหารลูกน้องอย่างน่าสนใจ 

นายพลหนุ่มนักสืบ ยอมรับว่า สองอย่างนี้มันมีชีวิตทั้งคู่ สิ่งมีชีวิตถ้าเราดูแลไม่ดีอย่างต้นไม้ ถ้าขาดการดูแลมันจะเฉา หงอย ไม่ออกดอกออกผลให้เห็น เฉกเช่นตำรวจเราก็ต้องรู้ว่าแต่ละงานมีอะไรบ้างก็ต้องดูแลเอาใจใส่ แล้วทั้งสองสิ่งจะผลิดอกออกผล ถ้าเราดูแลเขาไม่ดีก็ไม่มีทางที่งานจะออกดอกออกผลให้เห็น

 

แชร์ข่าวนี้

Share on Google+
LINE it!

ที่สุดธรรมะ-จิตใจในรอบ 1 เดือน

  • เปิดอ่าน
  • แสดงความคิดเห็น
  • แชร์