แขวนพระ ‘เตือนสติ’ ให้คิดดี สหการณ์ เพ็ชรนรินทร์

  • 09 กรกฎาคม 2560 เวลา 07:15 น.
  • | เปิดอ่าน 5,558
  • | ความคิดเห็น 0
Share on Google+
LINE it!

แขวนพระ ‘เตือนสติ’ ให้คิดดี สหการณ์ เพ็ชรนรินทร์

โดย...

สัปดาห์นี้แวะเวียนมาส่องพระเครื่องคู่ใจของ “รองหะ” สหการณ์ เพ็ชรนรินทร์ รองอธิบดีกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน กระทรวงยุติธรรม อาจไม่คุ้นชินในชื่อเสียงเรียงนาม แต่ฝีมือการทำงานไม่เป็นสองรองใคร ทำงานคลุกคลีเกี่ยวกับเด็กและเยาวชนมาโชกโชนจนเชี่ยวชาญ ซึ่งเจ้าตัวมุ่งหวังนำองค์กรสู่ความสำเร็จตามทิศทางที่วาดหวังไว้ นับเป็นอีกข้าราชการตัวอย่างที่ไม่ยอมหมดไฟ มักขันอาสาทำงานประคับประคองให้องค์กรสู่ความสำเร็จอยู่เสมอ

รองสหการณ์ ทำงานครั้งแรกช่วงปี 2531 สวมบทชีวิตอาสาสมัคร NGO สังกัดชมรมนักพัฒนาภาคเหนือ จ.เชียงใหม่ ไม่นานสอบบรรจุเป็นข้าราชการพลเรือน สังกัดกองนโยบายและแผน กระทรวงยุติธรรม กระทั่งมีการแยกศาลออกจากกระทรวงยุติธรรมช่วงปี 2543 ได้เป็นผู้อำนวยการสำนักบริหารงานยุติธรรมจังหวัดชายแดนภาคใต้ ศอ.บต. จากนั้นเป็นผู้อำนวยการกองกลางเจ้าหน้าที่ สำนักงานปลัดกระทรวงยุติธรรม ต่อมาได้สอบคัดเลือกเป็นรองผู้อำนวยการสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ 1 ปี ก่อนจะโยกสไลด์มานั่งเก้าอี้รองอธิบดีกรมพินิจฯ จนถึงปัจจุบันนี้

ย้อนเล่าประวัติทำงานพอสังเขป มาถึงไฮไลต์สำคัญพระเครื่องคู่ใจของ “รองหะ” กันบ้าง ก่อนหยิบถุงผ้าสีแดงใบเล็กจากเสื้อสูทแล้วหยิบพระเครื่องขึ้นมาให้ชมองค์แรกเป็นเหรียญหลวงพ่อคล้าย วัดสวนขัน รุ่น 1 จ.นครศรีธรรมราช ถัดมาเหรียญหลวงปู่ทวด วัดช้างให้ รุ่นเลื่อนสมณศักดิ์ จ.ปัตตานี พระสังกัจจายน์ วัดเมืองยะลา จ.ยะลา เหรียญพระเจ้าตากสินมหาราช ด้านหลังหลวงปู่ทวดเหยียบน้ำทะเลจืด และเหรียญพระนเรศวร วัดดอนเจดีย์ จ.สุพรรณบุรี เจ้าตัวยอมรับทุกครั้งที่เดินทางต้องมีพระเครื่องของรักของหวงพกติดตัวเป็นประจำ

รองหะ ย้อนเล่าถึงพระเครื่องทั้ง 5 องค์ว่า พระที่เคารพบูชามองว่าเป็นสิ่งยึดเหนี่ยวจิตใจ เนื่องจากเป็นพระที่ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ ส่วนสมเด็จพระนเรศวรและพระเจ้าตากสิน ทรงเป็นบูรพกษัตริย์ที่ได้นำพาสร้างเอกราชให้กับบ้านเมืองจนถึงทุกวันนี้ ถือว่าทั้งหมดสร้างกำลังใจเมื่อมีสิ่งยึดเหนี่ยว ทำให้การทำงานฝ่าฟันอุปสรรคลุล่วงประสบความสำเร็จได้อย่างดี และมีพลังมากขึ้นเพราะเรามีแบบอย่างและสิ่งคอยยึดเหนี่ยวจิตใจคุ้มครองในการทำหน้าที่ ทุกครั้งเวลาทำสิ่งใดหรือลงพื้นที่เสี่ยงภัยต้องอธิษฐานขอให้เรื่องยากๆ หรือไม่ดีผ่านพ้นไปทุกครั้ง

“ส่วนประสบการณ์แปลกๆ ไม่ค่อยเจอนะ แม้ส่วนใหญ่จะลงไปทำงานพื้นที่เสี่ยงอย่างสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ หรือแม้แต่เหตุการณ์ปล้นปืนในพื้นที่ภาคใต้ พี่ก็ลงพื้นที่ไปทำงานซึ่งเป็นพื้นที่สีแดงก่อเหตุความรุนแรง แต่ก็ไม่ได้เกิดเรื่องร้ายใดๆ เพราะเราตั้งใจลงไปทำงานทุกครั้งแคล้วคลาดปลอดภัยและได้รับการตอบรับจากประชาชนในพื้นที่อย่างดี ทุกวันนี้จะสวดมนต์ไหว้พระก่อนนอนทุกวัน เพื่อความเป็นสิริมงคล”

นอกจากนี้ การแขวนพระยังช่วยเตือนสติเราเสมอว่าจะทำอะไร ต้องนึกถึงสิ่งดีงาม ถูกต้อง เกิดประโยชน์ต่อหน้าที่ สังคม และประเทศของเรา ซึ่งจะยึดเสมอว่าสิ่งที่ทำนั้นถูกต้องหรือไม่ อย่างน้อยจะทำให้ชีวิตอยู่ในครรลองที่ดี โดยมีพระที่เรานับถือยึดเหนี่ยว ทั้งหมดช่วยสร้างแรงบันดาลใจให้ตัวเองคอยเป็นพลังอย่างหนึ่งแม้เราจะจับต้องไม่ได้ ดังนั้นความชอบธรรมนี้คือยาปกป้องรักษาชั้นดีถ้าเรามีพระอยู่ในใจ

อย่างไรก็ตาม ส่วนการทำงานของกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน รองสหการณ์ วางแนวทางการทำงานอย่างแน่วแน่ว่า การทำงานทุกอย่างต้องเป็นในรูปแบบทีมเวิร์กไม่นิยมทำงานเพียงคนเดียว เลือกรับฟังความเห็นจากผู้ใต้บังคับบัญชาและลูกน้องอย่างเข้าใจ ให้โอกาสทุกคนได้แสดงความคิดทำงานร่วมกันพาองค์กรสู่ความสำเร็จอย่างแท้จริง

ตลอดระยะเวลาการรับราชการที่ผ่านมาจนปัจจุบันนานหลายสิบปีแล้ว รองสหการณ์ ตั้งปฏิญาณกับตัวเองไว้เสมอว่า เมื่อได้รับการมอบหมายให้ทำหน้าที่ใดหน้าที่หนึ่งจะต้องทำให้ดีที่สุด ไม่เอาเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อนมาเกี่ยวข้อง ยึดแต่เรื่องความพอเพียงเท่านั้น เพราะชีวิตคนเรานั้น “มาเพียงคนเดียวไปเพียงคนเดียว” ทรัพย์สมบัติที่สะสมไม่สามารถนำไปได้


แชร์ข่าวนี้

Share on Google+
LINE it!

ที่สุดธรรมะ-จิตใจในรอบ 1 เดือน

  • เปิดอ่าน
  • แสดงความคิดเห็น
  • แชร์