จักรวาลจัดสรร เป็นแค่ปัญญาแบบดอกไม้ไฟ

  • 20 สิงหาคม 2560 เวลา 07:12 น.
  • | เปิดอ่าน 7,732
  • | ความคิดเห็น 0
Share on Google+
LINE it!

จักรวาลจัดสรร เป็นแค่ปัญญาแบบดอกไม้ไฟ

โดย...ราช รามัญ

เรื่องของการอธิษฐานจิตนี่ คนไทยคุ้นเคยมาก ถ้าหากพูดกันแบบภาษาโลก การอธิษฐานจิตย่อมไม่ต่างไปจากการตั้งเป้าหมาย นี่คือความหมายที่ถูกต้อง แต่ในปัจจุบันการอธิษฐานจิตกลับตรงกันข้าม กลายเป็นเรื่องของการร้องขอ ขอให้ท่านช่วยดลบันดาล เป็นต้น

พระมหาโพธิสัตว์ตั้งจิตอธิษฐานแล้วลงมือปฏิบัติเพื่อให้สำเร็จมรรคผล ได้พบสัจธรรมอันยิ่ง ไม่ว่าเราจะอธิษฐานจิตอย่างไร สุดท้ายก็ต้องมีการลงมือทำ เพราะถ้าไม่ทำไม่มีทางที่จะสำเร็จลงได้แบบมีใครมาดลบันดาลให้

แต่วันนี้มีคนกลุ่มหนึ่งมาพูดเรื่องของพลังจักรวาล โดยสอนผู้คนให้คิดและพูดในสิ่งที่ดีที่ตนเองอยากได้ ตลอดทั้งพูดเน้นย้ำไปว่า เดี๋ยวจักรวาลจะจัดสรรให้ เดี๋ยวจักรวาลจะทำงานให้กับเราเอง

นี่เป็นการสอนที่แนะนำให้ผู้คนที่มีสัมมาทิฐิ กลายเป็นมิจฉาทิฐิโดยไม่รู้ตัว คนที่สอนนั้นก็ได้สร้างบาปสร้างกรรมให้กับผู้อื่นโดยเจตนาแบบขาดความรู้ความเข้าใจในเรื่องของโลก คนในสังคมเสี้ยวหนึ่งได้ไปหลงเชื่ออย่างน่าใจหาย เพราะทุกอย่างที่สอนเป็นการสอนเพียงเพื่อให้ตัวเองได้ในสิ่งที่ตนเองมีความอยากได้ มีการอ้างกันว่าเป็นแนวคิดความเชื่อแบบทางตะวันตก

เมื่อผมได้มีโอกาสสนทนากับนักเขียน Best Seller ระดับแสนเล่มของเมืองไทยอย่าง จันท์ เสวิกุล ผู้ที่เคยอยู่ในอเมริกามายาวนานและคลุกคลีกับนักธุรกิจในอเมริกาที่เป็นเชื้อสายยิวและอื่นๆ มากมาย เขาได้เขียนหนังสือโลกเป็นของอเมริกาแต่การค้าเป็นของยิว ที่ขายดีระดับ Best Seller ในปัจจุบัน

เขาพูดถึงแนวคิดแบบนี้ว่า “มันไม่มีทางเป็นไปได้เลย ที่เราจะแค่พูดในสิ่งที่ดี คิดในสิ่งที่ดี ร้องขอในสิ่งที่ดี โดยที่เราลงมือทำเพียงเล็กน้อยแล้วจะประสบความสำเร็จยิ่งใหญ่ มันเป็นเรื่องที่ไม่น่าเชื่อทั้งสิ้นในแนวคิดแบบนี้ เพราะชาวตะวันตกเองจริงๆ แล้วก็ไม่ได้เชื่อเรื่องแบบนี้กันทุกคน เป็นเพียงแค่ความเชื่อ เหมือนบ้านเราที่บางคนเชื่อในเรื่องของทรงเจ้าเข้าผี นอกจากการที่มาสอนบอกว่าให้เชื่อเรื่องของพลังจักรวาลนี้ หาตรรกะอะไรมารองรับเกือบไม่ได้ เพราะพลังงานสนามแม่เหล็กทั้งที่ดึงดูดซึ่งกันและกันของจักรวาลนั้นเขาทำหน้าที่เพียงแค่ตรงจุดนั้นในการยึดเกี่ยวเกาะดาวนพเคราะห์ต่างๆ เอาไว้ จะส่งพลังงานอะไรมาถึงดาวโลกนี่น่าจะเป็นเพียงแค่ความเชื่อสำหรับกลุ่มคนบางกลุ่มมากกว่า ต้องเข้าใจว่าความเชื่อกับความจริงนั้นต่างกัน

แต่ในทางพุทธของเรานี่ชัดเจน อธิษฐานจิต (ตั้งเป้าหมาย) ลงมือทำปฏิบัติ แล้วผลจะออกมา”

เหตุผลของการนิยมพลังจักรวาล ก็เพราะว่าต้องการหาทางลัดเพื่อให้ทำอะไรสำเร็จง่าย โดยไม่พึงอาศัยความวิริยะอุตสาหะ แล้วก็มีการหลอกสมอง หรือหลอกความคิดตัวเองต่อไปอีกว่า ฉันคิดดี พูดดี แล้วเดี๋ยวจักรวาลก็จัดสรรให้ แนวคิดแบบนี้ถ้าเผยแผ่ไปกันมากๆ จะทำให้คนเข้าใจตรรกะของชีวิตผิดเพี้ยนไปหมด

อาจารย์เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ ศิลปินแห่งชาติ จิตรกรชื่อดัง เคยมีคลิปออกมาเผยแผ่ทางโซเชียลมีเดีย มีใจความรวมว่า “อยากสำเร็จจะต้องทุ่มเท และทำให้มากกว่าคนอื่น โลกนี้ไม่มีใครมาประทานอะไรให้ใครได้ ทุกคนต้องทำ คนที่มันสำเร็จ มันมีใครคอยบันดาลช่วยหรือไง ไม่มี...เขาลงมือทำกันเองทั้งนั้น”

เพราะมนุษย์เราทุกวันนี้ไม่ค่อยสนใจในคำที่เรียกว่า คุณค่า ความมีคุณค่าในตัวเองไม่ค่อยสนใจ แต่ไปสนใจในเรื่องและคำว่า มูลค่า มากกว่า มันจึงอยากได้ อยากมี และอยากเป็น เพราะไปหลงคำว่า รวย ซึ่งเป็นเพียงเปลือกของคำว่า ความสำเร็จ

พลังจักรวาล จึงเป็นเป็นเพียงสสาร หรือมวลสาร อย่างหนึ่งที่ถูกแอบอ้างหยิบยกเอามาประโลมใจคนที่ต้องการทางลัด ต้องการสิ่งที่ตนเองปรารถนาอย่างรวดเร็ว ปัญญาประดิษฐ์ มันก็คือ ดอกไม้ไฟ ไม่ใช่เป็นปัญญาแท้ ที่มีหลักการและตรรกะอันถูกต้องตามความเป็นจริง

พระพุทธเจ้า ทรงชี้และสอนปัญญาแท้ให้เราเสมอ ในทุกๆ เรื่องไม่ว่าจะเรื่องความสำเร็จในการใช้ชีวิต หรือแม้แต่เรื่องของการปฏิบัติธรรม เพียงแต่เราไปมองข้ามแล้วไปให้ค่านิยมกับใครบางคนมาก เพราะว่าเคยอยู่ต่างประเทศมา และเป็นการอยู่ในต่างประเทศที่อยู่ในระบอบสังคมเล็กๆ ที่มุมคิดและความเชื่อที่ไม่เป็นตรรกะตามความเป็นจริง

ดังนั้น เรื่องของพลังจักรวาล มันเป็นเรื่องที่หยิบยกอ้างมาเพื่อให้มีน้ำหนัก เพื่อให้เกิดประโยชน์ทางด้านการปลอบประโลมใจ แต่ทว่าให้คุณให้โทษอะไรจริงไม่ได้เลยแม้แต่น้อย เพราะไม่มีหลักวิชาการอะไรใดๆ ในโลกนี้ที่จะเข้ามารองรับได้ว่า ความเชื่อนี้ผ่านการวิจัยและมันมีอยู่จริง อีกทั้งเป็นเพียงแค่ทฤษฎีความเชื่อใหม่ที่เพิ่งเกิดขึ้น ซึ่งแตกต่างจากคำสอนของพระพุทธเจ้าที่มาก่อน 2,000 ปี

ส่วนใครที่ไปเคลิ้มหรือศึกษาเรื่องของพลังจักรวาลแบบจัดสรรให้นั้น แค่ศึกษาไม่เป็นไร แต่ถ้าน้อมใจเชื่อไปเมื่อไหร่ ว่า สิ่งเหล่านั้นช่วยดลบันดาลและจัดสรรให้ได้ ถือได้ว่ากำลังตกไปอยู่ในกลุ่มของปัญญาดอกไม้ไฟ ซึ่งเป็นอันตรายต่อการดำเนินชีวิตและการใช้ชีวิตตามความเป็นจริง...อาการเพ้อจะค่อยๆ ทยอยเกิดขึ้นเป็นลำดับกระทั่งอาจจะคุยกับคนทั่วไปไม่เข้าใจและไม่รู้เรื่อง

แชร์ข่าวนี้

Share on Google+
LINE it!

ที่สุดธรรมะ-จิตใจในรอบ 1 เดือน

  • เปิดอ่าน
  • แสดงความคิดเห็น
  • แชร์