ทั่วสังฆมณฑล ถวายสักการะสมเด็จช่วง

  • 03 กันยายน 2560 เวลา 18:30 น.
  • | เปิดอ่าน 29,124
  • | ความคิดเห็น 0
Share on Google+
LINE it!

ทั่วสังฆมณฑล ถวายสักการะสมเด็จช่วง

โดย สมาน สุดโต และกลุ่มประชาสัมพันธ์และเผยแพร่ พศ.

คณะสงฆ์ทั้งในประเทศไทยและต่างประทศ หลั่งไหลมาถวายสักการะ สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ เนื่องในพิธีบำเพ็ญกุศลอายุวัฒนมงคลครบ 92 ปี พรรษา 72 ปี ณ วัดปากน้ำ เขตภาษีเจริญ กรุงเทพมหานคร

พระสงฆ์ที่เป็นพระธรรมทูต ทั้งในสหรัฐอเมริกา ยุโรป และประเทศอินเดีย มาถวายสักการะตั้งแต่ ตอนค่ำวันที่ 24 ส.ค. 2560 ส่วนพระสงฆ์สามเณรชาวต่างประเทศ สวดมาติกา-บังสุกุล ณ ตึกวิเศษธรรมกาย

ส่วนคณะสงฆ์หนเหนือ นำโดย พระวิสุทธิวงศา จารย์ (วิเชียร อโนมคุโณ) รองเจ้าอาวาสวัดปากน้ำ เขตภาษีเจริญ เจ้าคณะใหญ่หนเหนือ พร้อมคณะสงฆ์วัดปากน้ำ เขตภาษีเจริญ ประกอบพิธีสืบชะตาหลวง ตามประเพณีล้านนา จัดพิธีสืบชะตาหลวง บายศรีทูลขวัญ ตามโบราณล้านนาถวาย วันศุกร์ที่ 25 ส.ค. 2560 เวลา 09.00 น. ณ พระอุโบสถวัดปากน้ำ

คณะสงฆ์วัดปากน้ำ ประกอบพิธีสวดพระพุทธมนต์ ถวายพระมงคลเทพมุนี หลวงพ่อวัดปากน้ำ ณ หอสังเวชนีย์ มงคลเทพนิรมิต วันที่ 25 ส.ค. เวลา 17.00 น.

วันที่ 26 ส.ค. 2560 ซึ่งเป็นวันคล้ายวันครบรอบอายุวัฒนมงคล สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ มอบทุนการศึกษาให้แก่นักศึกษาวิทยาลัยพยาบาลตำรวจ ณ ศาลาสตมานุสรณ์ ในเวลา 10.00 น.

ทั้งนี้ คณะศิษยานุศิษย์ที่มาร่วมพิธีจะได้รับหนังสือเบญจศีล-นิจศีล ของมนุษย์ทั้งหลาย หนังสือเกร็ด คำสอนจากพรบุญ "สามจง" หนังสือมนต์พิเศษ ธัมมจักกัปวัตนสูตร ด้วย

ปัจจุบัน สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ (ช่วง วรปุญฺโญ) สิริอายุ 92 ปี พรรษา 72 ดำรงตำแหน่งกรรมการมหาเถรสมาคม และเจ้าอาวาสวัดปากน้ำ เขตภาษีเจริญ กรุงเทพฯ

เคยทำหน้าที่ ดังนี้

พระพรหมมงคล "หลวงปู่ทอง" เจ้าอาวาสวัดพระธาตุศรีจอมทองผูกสายมงคลสมเด็จพระมหารัชฯ

พ.ศ. 2537-2558 เป็นเจ้าคณะใหญ่หนเหนือ พ.ศ. 2548 เป็นคณะผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช พ.ศ. 2556 เป็นประธานคณะผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช พ.ศ. 2557 เป็นผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช พ.ศ. 2556-ปัจจุบัน ประธานสมัชชามหาคณิสสร

มีนามเดิมว่า ช่วง สุดประเสริฐ เกิดเมื่อวันที่ 26 ส.ค. 2468 ที่บ้านเลขที่ 32 ต.ราชาเทวะ อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ เป็นบุตรชายคนที่ 2 ในจำนวนพี่น้อง 4 คน ของนายมิ่งและนางสำเภา สุดประเสริฐ

ขณะที่มีอายุ 7 ขวบ นายมิ่งผู้เป็นบิดาถึงแก่กรรมลง ญาติจึงให้บรรพชาหน้าไฟตามประเพณี หลังเสร็จสิ้นพิธีศพแล้ว พี่ชายก็ลาสิกขา แต่ท่านยังคงบรรพชาอยู่ระยะหนึ่งแล้วจึงลาสิกขาตาม

หลังจากนั้น ชีวิตเริ่มผูกพันกับวัดในละแวกใกล้บ้าน คือ วัดสังฆราชา และวัดลาดกระบัง และสำเร็จการศึกษาชั้น ป.4 ของโรงเรียนประชาบาลวัดสังฆราชา

ครั้นอายุ 14 ปี จึงบรรพชาอีกครั้ง เมื่อวันที่ 1 พ.ค. 2482 ที่วัดสังฆราชา เขตลาดกระบัง กรุงเทพฯ โดยมีพระครูศีลาภิรัต วัดลาดกระบัง เป็นพระอุปัชฌาย์

เมื่อบรรพชาแล้วมุ่งศึกษาพระปริยัติธรรมและสอบนักธรรมชั้นตรี-โท ระหว่างนั้นได้ทราบกิตติคุณของหลวงพ่อสด วัดปากน้ำ จึงเกิดความปรารถนาจะเข้ามาศึกษาต่อภายใต้ร่มบารมีธรรม

พ.ศ. 2484 ย้ายมาจำพรรษาอยู่ที่วัดปากน้ำ โดยพระแจ่ม วัดสังฆราชา เป็นผู้นำมาฝากกับหลวงพ่อวัดปากน้ำและได้อุปสมบท เมื่อวันที่ 11 พ.ค. 2488 ณ พัทธสีมาวัดปากน้ำ เขตภาษีเจริญ กรุงเทพฯ

มีพระครูบริหารบรมธาตุ (ป่วน เกสโร) วัดนางชี เป็นพระอุปัชฌาย์ พระมงคลเทพมุนี (สด จนฺทสโร) วัดปากน้ำ เป็นพระกรรมวาจาจารย์

ด้วยความขยันและตั้งใจศึกษาเล่าเรียน ท่านจึงสอบได้มาโดยลำดับ เมื่อถึงปริยัติธรรมชั้นสูง หลวงพ่อสดจึงนำไปฝากกับสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จ พระสังฆราช (ปลด กิตฺติโสภโณ) เพื่อให้ศึกษาในสำนักเรียนวัดเบญจมบพิตรดุสิตวนาราม

พ.ศ. 2497 หลังสำเร็จการศึกษาชั้นเปรียญธรรม 9 ประโยค จึงไปรับตัวท่านกลับมาช่วยงานที่วัดปากน้ำ เพื่อสานต่องานและโครงการต่างๆ ที่ริเริ่มไว้

ออมสิน ชีวพฤกษ์ ถวายสักการะสมเด็จพระมหารัชฯ

หลังการมรณภาพของหลวงพ่อสด ได้รับการ แต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งเป็นเจ้าอาวาสวัดปากน้ำ ภาษีเจริญ สืบต่อมาจนถึงกาลปัจจุบัน

สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ สร้างผลงานอันทรงคุณูปการในหลากหลายด้าน อาทิ งานบำเพ็ญสาธารณประโยชน์ งานด้านการศึกษา งานเผยแผ่พระพุทธศาสนา เป็นต้น

ลำดับงานปกครองสงฆ์ พ.ศ. 2500 เป็นพระอุปัชฌาย์ พ.ศ. 2508 เป็นเจ้าคณะภาค 3 พ.ศ. 2517 เป็นเจ้าคณะภาค 17 พ.ศ. 2528 เป็นเจ้าคณะภาค 7 พ.ศ. 2532 เป็นกรรมการมหาเถรสมาคม จนถึงปัจจุบัน

ลำดับสมณศักดิ์ พ.ศ. 2499 เป็นพระราชาคณะชั้นสามัญ ที่ พระศรีวิสุทธิโมลี พ.ศ. 2505 เป็นพระราชาคณะชั้นราช ที่ พระราชเวที พ.ศ. 2510 เป็นพระราชาคณะชั้นเทพ ที่ พระเทพวรเวที พ.ศ. 2516 เป็นพระราชาคณะชั้นธรรม ที่ พระธรรมธีรราชมหามุนี พ.ศ. 2530 ได้รับพระราชทานสถาปนาสมณศักดิ์ขึ้นเป็นพระราชาคณะ เจ้าคณะรองชั้นหิรัญบัฏ ที่ พระธรรมปัญญาบดี

พ.ศ. 2539 ได้รับพระราชทานสถาปนาสมณศักดิ์ขึ้นเป็นสมเด็จพระราชาคณะชั้นสุพรรณบัฏ ที่สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์

แม้จะไม่มีตำแหน่งให้คุณให้โทษ แต่ยังเป็นที่เคารพนับถือทั่วสังฆมณฑล เพราะเมตตา กรุณา และน้ำใจที่เผื่อแผ่ทั่วไป โดยไม่มีอคติ ตลอดมา n

แชร์ข่าวนี้

Share on Google+
LINE it!

ที่สุดธรรมะ-จิตใจในรอบ 1 เดือน

  • เปิดอ่าน
  • แสดงความคิดเห็น
  • แชร์