แนะนำการลงทุน

เลือกลงทุนหุ้นธนาคารพาณิชย์

  • 17 เมษายน 2560 เวลา 21:38 น.
  • | เปิดอ่าน 7,261
  • | ความคิดเห็น 0
Share on Google+
LINE it!

เลือกลงทุนหุ้นธนาคารพาณิชย์

โดย...ธนินี สถิรเรืองชัย นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ ดีบีเอส วิคเคอร์ส

คาดว่ากำไรของกลุ่มธนาคารพาณิชย์ในงวดไตรมาสแรกปี 2560 เป็น 4.32 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 6% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และลดลง 1% จากไตรมาส 4 ปี 2559 จาก 8 หุ้นในกลุ่มธนาคารพาณิชย์ที่ทำการวิเคราะห์อยู่ ถือว่ามีการเติบโตที่น่าพอใจ แม้ไม่ได้มีการเติบโตถึงกับน่าประทับใจก็ตาม

ทั้งนี้ หากมีการจัดลำดับธนาคารที่คาดว่าจะมีผลการดำเนินงานที่ดีที่สุด พบว่าเป็นบริษัท ทิสโก้ไฟแนนเชียลกรุ๊ป (TISCO) รองลงมาคือ ธนาคารกสิกรไทย (KBANK) สำหรับ 3 ธนาคารที่คาดว่ากำไรจะลดลงเทียบไตรมาส 4 ปี 2559 คือ ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB) บริษัท ทุนธนชาต (TCAP) และธนาคารเกียรตินาคิน (KKP) และหากการประเมินผลการดำเนินงานครั้งนี้มีความถูกต้อง เราคาดว่ากำไรไตรมาสแรกจะเป็นสัดส่วนประมาณ 25% ของประมาณการทั้งปี 2560

คาดว่าแรงผลักดันการเติบโตในงวดไตรมาสแรก คือส่วนต่างอัตราดอกเบี้ย (NIM) ที่ขยายตัว และการตั้งสำรองหนี้เสียที่ลดลง สำหรับ NIM ที่ขยายตัว ก็เนื่องมาจากต้นทุนทางการเงิน (Cost of fund) ที่ต่ำลง แต่ NIM หากเทียบกับไตรมาส 4 ปี 2559 มีโอกาสที่จะลดลง เพราะอัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์ (Average Asset Yields) ที่ลดน้อยลง ด้านการตั้งสำรองหนี้เสียที่ลดลงสะท้อนคุณภาพสินทรัพย์ และ/หรือสำรองต่อหนี้ (Coverage Ratio) ที่ดีขึ้น

อย่างไรก็ตาม ทิศทางสำหรับช่วงที่เหลือของปีนี้ คาดว่า NIM จะขยายตัวได้น้อย และการตั้งสำรองหนี้เสียจะยังคงสูงสำหรับในกลุ่มธนาคารขนาดใหญ่ แต่ต่ำลงสำหรับในกลุ่มธนาคารขนาดเล็กยังคงชื่นชอบธนาคารขนาดเล็ก สำหรับในช่วงหลายปีที่ผ่านมายอดขายรถยนต์ในประเทศได้ปรับตัวลง ยังผลให้สินเชื่อหดตัว อย่างไรก็ตามเมื่อมาถึงปี 2560 ก็คาดว่าด้วยสภาพเศรษฐกิจที่ดีขึ้น และการบริโภคภายในประเทศที่ฟื้นตัวมากขึ้น จะทำให้ยอดขายรถยนต์ในประเทศและยอดการทำสินเชื่อเช่าซื้อจะปรับตัวดีขึ้นตาม และเป็นแรงกระตุ้นราคาหุ้นสำหรับธนาคารขนาดเล็กได้เป็นอย่างดี อีกทั้งวัฏจักรของหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) นั้น คาดว่าได้ผ่านจุดสูงสุดไปแล้ว รวมทั้งต้นทุนการปล่อยกู้ (Credit Cost) ได้ปรับตัวลงอย่างต่อเนื่อง

ดังนั้น จึงแนะนำเลือกหุ้นในกลุ่มอันดับ 1 คือ TISCO ราคาพื้นฐาน 75 บาท เพราะคาดว่าจะมีการฟื้นตัวของการปล่อยกู้ คุณภาพสินทรัพย์ดีขึ้น รวมทั้งมีอัตราผลตอบแทนส่วนผู้ถือหุ้นที่สูง อันดับ 2 คือ ธนาคารธนชาต (TBANK) ราคาพื้นฐาน 53 บาท ด้วยเหตุผลเหมือนกับ TISCO และในแง่การประเมินมูลค่าหุ้นพบว่าถูกที่สุดในกลุ่ม ส่วนลำดับ 3 คือ KKP ราคาพื้นฐาน 70 บาท (มีโอกาสปรับขึ้น) โดยคาดว่าจะมีการปรับปรุงมากขึ้นทั้งในส่วนธุรกิจธนาคารพาณิชย์และตลาดทุนไทย

แชร์ข่าวนี้

Share on Google+
LINE it!

ที่สุดเศรษฐกิจ-หุ้นในรอบ 7 วัน

  • เปิดอ่าน
  • แสดงความคิดเห็น
  • แชร์