แนะนำการลงทุน

เก็งกำไรหุ้นเข้าคำนวณใน SET50

  • 16 พฤษภาคม 2560 เวลา 13:11 น.
  • | เปิดอ่าน 4,174
  • | ความคิดเห็น 0
Share on Google+
LINE it!

เก็งกำไรหุ้นเข้าคำนวณใน SET50

โดย...ประกิต สิริวัฒนเกตุ ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) กสิกรไทย

คาดการณ์หุ้นเข้า-ออก SET50 และ SET100 Index (คาดว่าจะประกาศอย่างเป็นทางการในวันที่ 14 มิ.ย. 2560) สำหรับการคำนวณในช่วง 6 เดือนหลังของปี 2560 (วันที่ 1 ก.ค.-31 ธ.ค. 2560) เบื้องต้นประเมินว่าจะมีหุ้นเข้าและออกดังนี้

หุ้นเข้า SET50 Index BJC MTLS TISCO JAS SAWAD (โดย BJC MTLS TISCO มีโอกาสสูงมากที่จะถูกนำเข้าคำนวณ)

หุ้นออกจาก SET50 Index THAI PTG BA WHA BCP (THAI PTG มีโอกาสหลุดสูงมาก)

หุ้นเข้าคำนวณใน SET100 Index ANAN BCPG BJC GFPT GL JAS JMART MALEE MEGA MONO PACE PTL WORK (BJC JAS GL BCPG WORK MEGA มีโอกาสติดสูงมาก)

หุ้นออกจาก SET100 Index ICHI IFEC KAMART RS S SAMART SCN SGP SPRC THANI TTW VIBHA VNG

ทั้งนี้ การคาดการณ์ดังกล่าวเกิดจากการใช้ข้อมูลตั้งแต่วันที่ 1 มิ.ย. 2559-5 พ.ค. 2560 ซึ่งยังน้อยกว่าเกณฑ์ของตลาดที่จะใช้ข้อมูลระหว่างวันที่ 1 มิ.ย. 2559-30 พ.ค. 2560 จึงทำให้รายชื่อหุ้นเข้า-ออกดังกล่าวอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ ซึ่งต้องรอติดตามการประกาศอย่างเป็นทางการจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) อีกครั้ง

จากสถิติ 7 ปีที่ผ่านมา จะพบว่าหุ้นที่ถูกนำเข้าคำนวณใน SET50 มักจะให้ผลตอบแทนเป็นบวก หากซื้อก่อนประกาศล่วงหน้า 1 เดือน (ซื้อก่อนวันเข้าคำนวณจริง 1 เดือนครึ่ง) ด้วยความน่าจะเป็น 65% โดยจะให้ผลตอบแทนเฉลี่ย 2.96% หากขายในวันประกาศ แต่หากไปขายวันหลังประกาศในอีก 2 สัปดาห์ถัดไป (ขายวันคำนวณ) จะได้ผลตอบแทนรวมสูงเกิน 4.5% ซึ่งตรงกันข้ามกับหุ้นที่ถูกนำออกจาก SET50 มักจะมีการปรับลดลงก่อนถึงวันคำนวณจริง 1 เดือนกว่า 2.33% ด้วยความน่าจะเป็นในการปรับลดลงถึง 70%

การรายงานผลประกอบการเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งมีทั้งที่รายงานออกมาต่ำกว่าและมากกว่าตลาดคาด โดยเป็นที่น่าสังเกตว่ากลุ่มที่อิงกับเศรษฐกิจในประเทศส่วนใหญ่จะรายงานออกมาน่าผิดหวัง ตรงกันข้ามกับกลุ่มที่อิงกับราคาสินค้าโภคภัณฑ์ และกลุ่มการเงินจำพวกสินเชื่อส่วนบุคคลที่ออกมาดีกว่าคาดมาก พฤติกรรมตลาดค่อนข้างชัดเจนว่าหุ้นกลุ่มใดที่มีการประกาศผลประกอบการออกมาแล้วไม่ได้ดีไปกว่าตลาดคาด หรือแนวโน้มกำไรในอนาคตไม่โดดเด่นจะถูกขายอย่างรุนแรง ตรงกันข้ามกับหุ้นที่รายงานกำไรออกมาดีกว่าคาดมากๆ หากยังมีแนวโน้มดีต่อเนื่องก็ยังคงมีแรงซื้อเข้าหนุนเพิ่มเติม เช่น บริษัท ศรีสวัสดิ์ พาวเวอร์ 1979 (SAWAD) เป็นต้น มองพฤติกรรมสะท้อนถึงความอ่อนแอของตลาด และมีแนวโน้มว่าหลังจากรายงานงบกันจบในวันที่ 15 พ.ค. 2560 ตลาดน่าจะถูกแรงขายกดดันอย่างหนัก

ยังคงต้องระมัดระวังความเสี่ยงเกี่ยวกับกระแสเงินทุนไหลออก และการเกิด Sell in May โดยเฉพาะครึ่งหลังของเดือน พ.ค. SET Index จะมีการปรับลดลงในเดือน พ.ค. ถึง 5 จาก 7 ปีล่าสุด โดยให้ผลตอบแทนติดลบถึง 1.3% ทั้งนี้ นักลงทุนต่างประเทศจะเป็นผู้ขายสุทธิต่อเนื่องในครึ่งหลังของเดือน (5 จาก 7 ปีหลังสุด) เฉลี่ย 1.29 หมื่นล้านบาท

SAWAD รายงานกำไรสุทธิ 690.15 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 64.3% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และ 13.3% จากไตรมาส 4 ปี 2559 มากกว่าที่ KS Research คาดถึง 12% คาดว่า บริษัท เมืองไทยลีสซิ่ง (MTLS) จะเป็นตัวที่เกิดแรงเก็งกำไรตาม SAWAD นอกนั้นยังได้ประเด็นบวกมีโอกาสเข้าคำนวณใน SET50 Index ทำให้ยังคงเลือก MTLS เป็นหุ้นแนะนำ และถือ SAWAD ต่อเนื่อง

นอกนั้นยังคงถือหุ้นผลประกอบการเด่นกลุ่มค้าปลีก บริษัท ซีพี ออลล์ (CPALL) และบริษัท สยามโกลบอลเฮ้าส์ (GLOBAL) ลุ้นผลประกอบการฟื้นช่วงครึ่งหลังปี 2560 และหุ้นวงจรกำไรดีต่อเนื่องทั้งปี บริษัท บีซีพีจี (BCPG) และบริษัท แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ (LH) หุ้นที่ได้ประโยชน์จากการปรับร่วงของโภคภัณฑ์ หรือเงินบาทอ่อนค่า บริษัท เคซีอี อีเลคโทรนิคส์ (KCE) บริษัท เมก้าไลฟ์ไซแอ็นซ์ (MEGA) หุ้นที่ได้ประโยชน์จากการเร่งประมูลของภาครัฐ บริษัท ซิโน-ไทย เอ็นจีเนียริ่งแอนด์คอนสตรัคชั่น (STEC) และ บริษัท ช.การช่าง (CK) และหุ้นที่ได้ประโยชน์จากการฟื้นตัวของน้ำมัน บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม (PTTEP) และบริษัท ปตท. (PTT)

แชร์ข่าวนี้

Share on Google+
LINE it!

ที่สุดเศรษฐกิจ-หุ้นในรอบ 7 วัน