แนะนำการลงทุน

"เงินเฟ้อ"ทำลายความมั่งคั่ง

  • 17 พฤษภาคม 2560 เวลา 21:32 น.
  • | เปิดอ่าน 720
  • | ความคิดเห็น 0
Share on Google+
LINE it!

"เงินเฟ้อ"ทำลายความมั่งคั่ง

โดย...ทนง ขันทอง กองทุนบัวหลวง

ในขณะนี้เวเนซุเอลาเป็นประเทศที่ประสบกับปัญหาเงินเฟ้อกระจุยกระจายหนักที่สุด จนประธานาธิบดี นิโคลัส มาดูโร ประกาศขึ้นอัตราค่าแรงขั้นต่ำในวันแรงงานสากลถึง 60% ท่ามกลางภาวะวิกฤตเงินเฟ้อ 500% ปรากฏการณ์เงินเฟ้อของเวเนซุเอลาทำให้ประชาชนทั่วไปยากจนขึ้นทันที เนื่องจากเงินเฟ้อทำให้ค่าเงินโบลีวาร์เสื่อมลง เมื่อค่าเงินเสื่อมลง อำนาจซื้อของประชาชนก็ลดลง ในขณะที่รายได้ไม่ได้เพิ่มขึ้น แม้รัฐบาลจะประกาศขึ้นค่าแรงขั้นต่ำมาหลายรอบแล้ว แต่อัตราค่าแรงที่สูงขึ้นยังวิ่งตามไม่ทันเงินเฟ้อ

เงินเฟ้อมีสาเหตุมาจากการบริหารการเงินของรัฐบาลและธนาคารกลางที่ผิดพลาด โดยใช้จ่ายเกินตัว หรือไม่มีวินัยทางการเงินการคลัง เมื่อรัฐบาลไม่มีเงินพอจะใช้จ่าย ก็กู้หนี้จนเกินตัว เมื่อไม่สามารถชำระหนี้ได้ทำให้ต้องพิมพ์เงินเพื่อจ่ายหนี้ ปริมาณเงินที่เพิ่มขึ้นนี้เป็นสาเหตุหลักของเงินเฟ้อ

ซิมบับเวเป็นอีกประเทศหนึ่งที่ประสบกับปัญหาเงินเฟ้อสูงที่สุดในประวัติศาสตร์การเงินโลก ไม่มีใครรู้ว่าเงินเฟ้อของซิมบับเวอยู่ในอัตราเท่าใด เพราะตัวเลขสูงมหาศาล แต่คาดการณ์ว่าในกลางเดือน พ.ย. 2551 เงินเฟ้อซิมบับเวอยู่ที่ราว 79.6 ล้านเปอร์เซ็นต์ เงินซิมบับเวกลายเป็นกระดาษไปเลย เนื่องจากรัฐบาลพิมพ์เงินกันอย่างหูดับตับไหม้ และในปี 2552 รัฐบาลซิมบับเวต้องหยุดพิมพ์เงินของประเทศ แล้วหันไปใช้เงินสกุลต่างชาติแทน ในปี 2558 รัฐบาลซิมบับเวเริ่มใช้เงินสกุลเหรียญสหรัฐแทนสกุลเงินของตัวเอง ซึ่งไม่หลงเหลือความน่าเชื่อถืออีกต่อไป

ในระหว่างปี 2464-2466 สาธารณรัฐไวมาร์ หรือเยอรมนี ประสบกับปัญหาเงินเฟ้ออย่างรุนแรงเหมือนกัน เนื่องจากเยอรมนีพ่ายแพ้ในสงครามโลกครั้งที่ 1 ต้องชดใช้ค่าปฏิกรรมสงครามให้กับฝ่ายพันธมิตรผู้ชนะสงคราม รัฐบาลมีรายจ่ายมากกว่ารายได้ ธนาคารกลางเยอรมนีพิมพ์เงินออกมาเพื่อไฟแนนซ์ค่าใช้จ่ายของรัฐบาล จนเกิดเงินเฟ้อ เมื่อเกิดความแตกตื่นขึ้น คนก็ทิ้งเงินมาร์กทำให้ค่าเงินยิ่งตกหนัก จนเอาไม่อยู่ เงินเฟ้อของไวมาร์รุนแรงมากจนกระทั่ง 1 เหรียญสหรัฐแลกได้ 4,210,500 ล้านมาร์ค

บทเรียนของเงินเฟ้อทำให้รัฐบาลต้องระมัดระวังรักษาวินัยทางการเงินการคลังให้ดี ตัวเลขของกระทรวงพาณิชย์ที่เพิ่งประกาศล่าสุด ระบุว่าเงินเฟ้อของไทยในเดือน เม.ย.อยู่ที่ 0.38% ส่งผลให้เงินเฟ้อใน 4 เดือนแรกของปีอยู่ที่ 1.03% โดยคาดการณ์ว่าเงินเฟ้อตลอดทั้งปีจะอยู่ที่ 1.5-2.2%

ตามที่กล่าวมาแล้ว เงินเฟ้อเป็นตัวทำลายค่าเงินทำให้อำนาจซื้อลดลง เพื่อปกป้องความมั่งคั่งไม่ให้ถดถอย เราต้องหลีกเลี่ยงไม่ให้เงินเฟ้อทำค่าเงินให้เสื่อม วิธีป้องกันก็คือลงทุนในทรัพย์สินที่ให้ผลตอบแทนสูงกว่าเงินเฟ้อ เพราะหากปล่อยเงินให้อยู่ในธนาคาร รอรับดอกเบี้ย 1-2% ผลที่ตามมาก็คือ ค่าของเงินจะเสื่อมลง เพราะถูกเงินเฟ้อกัดกร่อนไปเรื่อยๆ

แชร์ข่าวนี้

Share on Google+
LINE it!

ที่สุดเศรษฐกิจ-หุ้นในรอบ 7 วัน