สัมภาษณ์คนดัง

เดวิด โอกาโมโต ทำขนมคือการผ่อนคลาย

  • 20 มกราคม 2560 เวลา 10:34 น.
  • | เปิดอ่าน 694
  • | ความคิดเห็น 0
Share on Google+
LINE it!

เดวิด โอกาโมโต ทำขนมคือการผ่อนคลาย

โดย...พุสดี สิริวัชระเมตตา ภาพ ภัทรชัย ปรีชาพานิช

แค่แรกเห็น เดวิด โอกาโมโต เชฟหนุ่มอารมณ์ดี ผู้มีใบหน้าเปื้อนยิ้มตลอดเวลา ก็ทำให้รู้สึกประทับใจและอยากเข้าไปทำความรู้จักกับเขาอย่างบอกไม่ถูก อาจเพราะด้วยคาแรกเตอร์ที่ดูเป็นมิตร คล้ายเป็นเหมือนแม่เหล็กให้เรากล้าที่จะเข้าไปชวนคุย แม้เขาจะออกตัวว่าไม่ถนัดภาษาไทยก็ตาม

ความน่าสนใจของเชฟหนุ่มคนนี้เกิดขึ้นตั้งแต่คำถามแรกที่เราพยายามหาคำตอบว่าบ้านเกิดของเขาอยู่ที่ไหน หลังจากทายจนเหนื่อยก็ไม่ถูกเสียที เชฟหนุ่มที่พ่วงตำแหน่งเจ้าของร้านเดวิดส์ เบเกอรี่ เลยขอเฉลยให้หายข้องใจว่า เป็นลูกครึ่งญี่ปุ่น-อเมริกัน คุณพ่อเป็นอเมริกัน ส่วนคุณแม่เป็นชาวญี่ปุ่น ตัวเขาเกิดและโตที่ญี่ปุ่น จึงสามารถสื่อสารได้ทั้งภาษาอังกฤษและญี่ปุ่นอย่างคล่องแคล่ว

“ผมโตมาในครอบครัวที่สอนให้ทำอาหาร สมัยเด็กคุณยายและคุณแม่จะสอนผมทำอาหารญี่ปุ่น ขณะที่คุณพ่อจะสอนผมทำอาหารอิตาเลียน ผมเองก็เรียนรู้มาเรื่อยๆ ตั้งแต่เด็ก จนอายุ 13 ปี ผมค้นพบตัวเองว่าสิ่งที่ผมอยากทำเวลาเข้าครัวไม่ใช่อาหารญี่ปุ่นหรืออาหารอิตาเลียน แต่สิ่งที่ผมอยากทำคือ ขนมเค้ก ผมลงทุนทำขนมเค้กก้อนแรกในชีวิตแล้วเอาไปให้เพื่อนชิม ปรากฏว่าทุกคนชิมแล้วส่ายหน้า บอกว่า รสชาติแย่มาก (หัวเราะ)”

ถึงกระแสตอบรับจากการทำขนมเค้กชิ้นแรกจะแย่ แต่เขายังไม่ทิ้งความตั้งใจ พยายามฝึกฝนฝีมือ จนในที่สุดได้ค้นพบว่า แท้จริงแล้วศาสตร์ของการทำขนมไม่เหมือนการทำอาหารแม้แต่น้อย เพราะในขณะที่การทำอาหาร เมื่ออยู่หน้าเตาแล้วเชฟยังสามารถปรับสูตร ปรับรสชาติได้ตามต้องการ แต่การทำขนม เมื่อถึงเวลาที่ยกขนมเข้าเตาอบ ทุกอย่างต้องถูกต้อง เชฟไม่สามารถปรับเปลี่ยนอะไรได้อีกแล้ว เพราะฉะนั้นการฝึกฝนให้เกิดความชำนาญเท่านั้น จึงจะสามารถทำขนมที่อร่อยออกมาได้

เดวิด บอกว่า เขาค่อยๆ ฝึกฝนฝีมือการทำขนมมาเรื่อยๆ จนช่วงที่ไปเรียนต่อด้านธุรกิจที่มหาวิทยาลัยฮาวาย เขาได้มีโอกาสไปลองทำงานที่ร้านคิมูรายะ ซึ่งเป็นร้านเบเกอรี่ญี่ปุ่นชื่อดังที่ไปเปิดสาขาที่ฮาวายเพื่อหาประสบการณ์ ทว่าหลังจากทำงานร้านขนมไปจนกระทั่งเรียนจบ เขาก็ยังไม่มั่นใจว่าตัวเองจะเข้ามาโลดแล่นในวงการขนม หรือยึดเป็นอาชีพได้ เขาจึงเบนเข็มไปหาอีกหนึ่งแพสชั่นที่มีด้านจิวเวลรี่และนาฬิกา ด้วยการไปทำงานที่แบรนด์นาฬิกาชื่อดังอย่างโรเล็กซ์

“ระหว่างที่ทำงานประจำ ผมก็ยังไม่ทิ้งความสนใจในการทำขนม จนกระทั่งเข้าสู่ปีที่ 5 ของการทำงาน ผมเริ่มคิดจะเปลี่ยนงาน ด้วยความที่เพื่อนๆ เห็นผมชอบทำขนมเลยยุให้ผมเปิดร้านขนมซะเลย เพราะตอนนั้นเพื่อนๆ เริ่มติดใจในฝีมือการทำขนมของผม อย่างหุ้นส่วนร้านทุกวันนี้รู้จักกันเพราะมีคนแนะนำให้เขาติดต่อให้ผมทำขนมเค้กให้ เขามาสารภาพทีหลังว่าตอนแรกก็ไม่เชื่อด้วยซ้ำว่าผมทำขนมเค้กอร่อย จนได้ชิมเองถึงติดใจ พอตอนที่เขาคิดจะย้ายมาอยู่เมืองไทย เลยตัดสินใจชวนผมมาเปิดร้านขนมด้วยกัน ด้วยความที่ผมชอบเมืองไทยอยู่แล้ว เพราะเคยมาและติดใจในอาหารไทย เลยตัดสินใจขายบ้าน ขายรถ ลาออกจากงานแบบไม่ลังเล”

เดวิด เล่าอย่างออกรสว่า ตอนนั้นทั้งครอบครัวและเพื่อนๆ ต่างประหลาดใจกับการตัดสินใจของเขา เพราะการตัดสินใจครั้งใหญ่นี้ ไม่ใช่แค่การย้ายเมืองเพื่อเปลี่ยนที่ทำงานหรือที่อยู่ แต่เป็นการเดินทางข้ามประเทศเพื่อมาสร้างธุรกิจของตัวเอง ซึ่งในมุมของเชฟหนุ่ม บอกตัวเองเพียงว่า หนทางข้างหน้าแม้จะน่ากลัว แต่ก็มีเรื่องราวที่น่าค้นหามากมายรอเขาอยู่

“ตอนแรกที่มาเมืองไทย ผมกับเพื่อนลงทุนเปิดร้านน้ำแข็งใส เพราะเห็นว่าที่ฮาวายขายดีมาก ปรากฏว่า ตอนนั้นตลาดเมืองไทยไม่ตอบรับกับน้ำแข็งใสถ้วยละ 60-70 บาท แต่ใครจะคิดว่า 4 ปีผ่านไป ตอนนี้น้ำแข็งใสฮิตมาก พอทำน้ำแข็งไสขายแล้วไม่รุ่ง เราเลยเบนเข็มใหม่และเริ่มมองหาโอกาสทางธุรกิจใหม่ จนมาลงเอยที่ธุรกิจอบคุกกี้ขาย

“เริ่มแรกเราลองขายผ่านอินสตาแกรม ลองผิดลองถูกไปเรื่อย เราเปลี่ยนสูตรอยู่ถึง 50 ครั้ง กว่าจะออกมาเป็นสูตรที่ถูกปากลูกค้าแบบในปัจจุบัน หลังจากคุกกี้ของเราได้รับการตอบรับดีมาก เราจึงตัดสินใจเปิดร้านสาขาแรกที่เทอร์มินอล 21 จากนั้นจึงขยายสาขาสองมาที่ฮาบิโตะ รีเทล มอลล์”

ถามว่าอะไรคือเสน่ห์ที่ทำให้เขาหลงรักการทำขนมไม่เสื่อมคลาย เดวิด ตอบว่า การทำขนมทำให้เขาได้ปลอดปล่อย ได้ระบายความเครียด ทำให้เขารู้สึกว่าตัวเองสามารถควบคุมทุกอย่าง รวมทั้งทุกผลลัพธ์ที่จะเกิดขึ้นจากนี้

“อย่างที่บอกว่า การทำขนมทุกอย่างต้องเป๊ะตามสูตรขนมถึงจะออกมาอร่อย เพราะฉะนั้นถ้าเราทำตามสูตรได้ ผลลัพธ์ก็ออกมาดีแน่นอน แต่ก็ต้องยอมรับว่าความรู้สึกตอนทำขนมเล่นๆ เพราะใจรัก กับมาทำเป็นธุรกิจ ความรู้สึกก็ต่างกันนะ จากแต่ก่อนทำเพื่อคลายเครียด ตอนนี้บางทียิ่งทำก็ยิ่งเครียดแล้ว (หัวเราะ)

ผมโชคดีที่ได้มาเปิดร้านเบเกอรี่ที่เมืองไทย ผมรักเมืองไทย และผมไม่เคยคิดจะกลับไปเปิดร้านขนมที่ญี่ปุ่นเลย เพราะสำหรับผม เมืองไทยคือบ้านของผม ไม่ว่าในอนาคตผมจะทำธุรกิจอยู่ที่นี่หรือไม่ก็ตาม” เชฟหนุ่มกล่าวทิ้งท้าย

Chocolate Chip Cookies

ส่วนผสม

1.เนย ครึ่งแพ็ก

2.น้ำตาล 1 ถ้วย

3.ไข่ 1 ฟอง

4.วานิลลา 30 มล.

5.ผงฟู 3 ใน 4 ช้อนชา

6.เกลือ ครึ่งช้อน

7.แป้ง 850 มล.

8.ช็อกโกแลตชิป 250 มก.

วิธีทำ

1.นำเนยและน้ำตาลมาผสมกัน จากนั้นตอกไข่ใส่ลงไป แล้วเติมเกลือ ผงฟู และวานิลลา จากนั้นเติมแป้ง ผสมให้เข้ากัน

2.เติมช็อกโกแตชิปลงไปและผสมให้เข้ากัน นำมาปั้นเป็นชิ้นตามขนาดที่ต้องการ แล้วนำไปอบที่อุณหภูมิ 160 องศาเซลเซียส ประมาณ10 นาที ก็พร้อมเสิร์ฟ

แชร์ข่าวนี้

Share on Google+
LINE it!

ที่สุดบันเทิงในรอบ 7 วัน

  • เปิดอ่าน
  • แสดงความคิดเห็น
  • แชร์