สัมภาษณ์คนดัง

กฤติยาวดี พงษ์พาณิชย์ Eat Play Love

  • 14 มีนาคม 2560 เวลา 15:39 น.
  • | เปิดอ่าน 293
  • | ความคิดเห็น 0
Share on Google+
LINE it!

กฤติยาวดี พงษ์พาณิชย์ Eat Play Love

โดย...วันพรรษา อภิรัฐนานนท์ ภาพ ภัทรชัย ปรีชาพานิช

กฤติยาวดี พงษ์พาณิชย์ หัวหน้าฝ่ายสื่อสารองค์กร บริษัท อูเบอร์ (ประเทศไทย) หรือว่าว วัย 34 ปี นักสื่อสารภาพลักษณ์ ที่เชื่อว่าทำงานหนักที่สุดเวลานี้ เมื่อถูกให้กำหนดคำจำกัดความชีวิตของตัวเอง เธออธิบายตัวเองด้วยคำสั้นๆ  3 คำนี้ “กิน” เล่น” และ “รัก” (ฮี้วววววววววววววว!)

กิน เล่น-เต้นรำ และทำเพราะความรัก เจ้าตัวบอกเองว่า “ก็ดูหุ่นเสียก่อน” (หัวเราะ) เธอบอกว่า ชีวิตของเธอก็เป็นแบบนี้มาแต่ไหน คือ อวบแต่พลิ้ว อวบเพราะชอบการกิน พลิ้วเพราะเต้นรำเป็นชีวิต ส่วนเลิฟหรือความรัก ก็เพราะรักในทุกสิ่ง เอนจอยในทุกอย่าง ชีวิตหล่อเลี้ยงด้วยความรักที่แวดล้อม รักเขารักเรา และรักในงานสื่อสารองค์กร ที่ต้องใช้พลังแห่งรักมากล้น

ว่าว บอกว่า เธอมีความสนใจที่จะเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ตลอดเวลา ภาระหน้าที่และการทำงานที่อูเบอร์ ทำให้สามารถเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ และเผชิญกับความท้าทายที่น่าตื่นเต้น ทว่าเหนือสิ่งอื่นใด ว่าวเชื่อว่าคนเราต้องเชื่อในสิ่งที่ทำ ถ้าเราเชื่อว่ามันเป็นสิ่งที่ดี เราก็ต้องก้าวเดินต่อไป

“ว่าวเชื่อมั่นในภารกิจของอูเบอร์ ที่จะสร้างระบบการขนส่งที่เชื่อถือได้สำหรับทุกคน การเดินทางไปยังที่ต่างๆ นั้นเป็นส่วนสำคัญในวิถีชีวิตของทุกคน ว่าวซื้อรถคันแรกที่เมืองไทยเมื่อหลายปีที่แล้ว เพราะว่าในตอนนั้นไม่มีทางเลือกอื่นที่สะดวกในการเดินทาง จากกลางเมืองไปยังที่ทำงานที่อยู่ใกล้สนามบิน แต่ถ้าตอนนั้นมีอูเบอร์ อาจไม่ซื้อรถก็ได้”

 

สาวนักสื่อสารเล่าต่อไป... ถ้ามนุษย์สามารถใช้เทคโนโลยีในการจัดสรรทรัพยากรที่มีอยู่ให้มีประสิทธิภาพสูงสุด เชื่อว่าเราทุกคนคงมีพื้นที่สีเขียวเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะกับเมืองรถติดอย่างกรุงเทพฯ ก็เชื่อว่าจำนวนรถจะน้อยลง ขณะที่พื้นที่สีเขียวจะมากขึ้น เนื่องจากเราไม่ต้องการใช้รถจำนวนมากๆ และไม่ต้องใช้พื้นที่มากๆ เพื่อสร้างที่จอดรถสำหรับรถจำนวนมากๆ นั้น

“กรุงเทพฯ อาจมีการจราจรที่ดีขึ้นก็ได้นะ ผู้คนสามารถใช้เวลาของตัวเอง และใช้เวลาบนท้องถนนน้อยลง เราจะได้เอาเวลาที่เหลือไปสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ ไปสร้างชีวิตที่เราต้องการ”

สาวอูเบอร์ กล่าวว่า เธอรู้ว่าสิ่งที่เธอพูดเธอคิดนี้ ฟังดูยาก ฟังดูเป็นไปไม่ได้ ฟังดูยากที่จะจินตนาการถึงสำหรับใครหลายๆ คน อย่างไรก็ตามงานที่เธอทำอยู่คือการถมเต็มช่องว่าง หรืออย่างน้อยก็คือจุดหนึ่งของเส้นประ เส้นแห่งอนาคตที่จะขีดนำสังคมไทยให้เดินหน้าไปสู่จุดหมาย แม้ในระหว่างทางจะมีปัญหาและอุปสรรค แต่เชื่อว่า “คำถาม” สำหรับอูเบอร์ทั้งหมด จะถูกตอบและคลี่คลายตัวของมันเองได้ในวันหนึ่ง

เล่าถึงตัวเองบ้างสิ... จู่ๆ ว่าวก็ทำท่าอายม้วนขึ้นมา ว่าวเกิดที่เมืองไทย คุณพ่อคุณแม่เดิมทำงานให้องค์กรยูนิเซฟ สหประชาชาติ ในวัยเด็กของเธอและพี่สาวจึงเดินทางไปในหลายประเทศ เกิดในเมืองไทยแต่ไปโตที่อินเดีย เมืองที่เธอเคยอาศัยอยู่ชื่อ แมดราส ปัจจุบันคือเชนไน ประเทศอินเดีย

เมื่ออายุ 5 ขวบครึ่ง ย้ายตามคุณพ่อคุณแม่มาอยู่ที่ย่างกุ้ง ประเทศเมียนมา อยู่ที่นี่อีก 3 ปีครึ่ง จึงกลับประเทศไทย เรียนโรงเรียน International School Bangkok (ISB) ตั้งแต่เด็ก จึงนิยมในความหลากหลายและสนุกในความแตกต่าง วัยเด็กของว่าวคือเด็กดื้อแต่ไม่ซน (!?!) เป็นเด็กร่าเริงมีความสุข ไม่มีปัญหา รักและชอบการเขียนมาตั้งแต่จำความได้

 

“คุณพ่อคุณแม่ปูพื้นฐานเรื่องภาษา เพราะแอบคิดหรือเปล่าไม่รู้ว่า อยากให้ลูกสาวทั้งสองคนเป็นนักการทูต เรียนภาษาญี่ปุ่นตั้งแต่เด็กค่ะ ส่วนพี่สาวเรียนภาษาเยอรมัน แต่คงมีเพียงพี่สาวคนเดียวที่ไปทางการทูต ตอนนี้พี่สาวทำงานที่สหประชาชาติ”

เนื่องจากว่าวชอบอ่านหนังสือมาก สมัยก่อนเธออ่านแทบทุกอย่างที่ขวางหน้า แม้ไปเที่ยวก็หนีบไปด้วยหนึ่งเล่มเป็นอย่างน้อย อ่านมากจากนั้นก็เขียน นานมาแล้วเคยอยากเป็นนักเขียน ถ้าจะพูดถึงความฝันสมัยเด็ก เคยแอบทำแฟชั่นแมกกาซีนของตัวเองมาแล้ว หากความฝันไม่ใช่ความจริง ความจริงทำงานที่อูเบอร์

“ว่าวเคยไปฝึกงานที่สหประชาชาติเหมือนกันค่ะ แต่ก็ลาออกมา เพื่อไปศึกษาต่อ จบเกรด 12 ที่เมืองไทยแล้วได้ทุนไปเรียนแคนาดา ที่ Trent University ศึกษาเกี่ยวกับ International Studies ที่เน้นใน 3 ด้าน คือ รัฐศาสตร์ เศรษฐศาสตร์ และประวัติศาสตร์”

ขณะที่เรียนปริญญาตรีที่แคนาดา ได้ทุนแลกเปลี่ยนไปเรียนที่ญี่ปุ่น ช่วงปี 3 ของปริญญาตรี จึงบินข้ามมาเรียนอยู่ที่เกาะโอซาก้าในญี่ปุ่น เธอเรียนด้านเอเชียนศึกษา แนวโน้มของนักเรียนส่วนใหญ่ที่นี่ มักไปทำงานด้านการทูต แต่ว่าวก็แอบสมัครทุนปริญญาโท ที่ อีสเวสต์ เซ็นเตอร์ เกาะฮาวายไว้ด้วย แล้วก็ได้ทุนจริงๆ

ที่ฮาวาย เธอเรียนเกี่ยวกับ Cultural Anthropology หรือสังคมวิทยามานุษยวิทยา เรียนปริญญาโท 2 ปีที่ University of Hawaii วิทยาเขตมานัว (Manoa) ก่อนจะทำงานที่นี่ต่ออีกหน่อย เนื่องจากได้งานออนไลน์มาร์เก็ตติ้ง ทำงานเกี่ยวกับการขายห้องพักในโรงแรม โฮเทล แมนเนจเมนต์ ที่เกาะฮอนโนลูลู

“ใช้ชีวิตเต็มที่ที่นี่ค่ะ และว่าวก็ได้พบรักกับการเต้นรำ เรียนเต้นฮูล่า ส่ายสะโพกสนุกๆ ก่อนจะต่อด้วยการส่ายที่เร็วกว่าฮูล่าคือ ตาฮิติแดนซ์ ซึ่งจังหวะจะเร็วมาก สะโพกต้องพลิ้วมาก ถึงจะเรียกว่าแน่ (หัวเราะ)”

 

อาหารชอบกินปลาดิบ ชอบกินอาหารไทย ชอบกินอาหารอิตาเลียน โดยเฉพาะอาหารญี่ปุ่น ปลาดิบ แซลมอน และหอยเม่น ซูชิ เล่าเรื่องอาหารที่ชอบกินชนิดว่าน้ำไหลไฟดับอยู่นาน ตบท้ายด้วยประโยคที่ว่า “ถามว่าวว่าอะไรที่ไม่กินดีกว่า (ฮา) เพราะนอกนั้นกินหมด และชอบหมดค่ะ”

อาหารที่ไม่กินมี 4 อย่าง คือ 1.โยเกิร์ต 2.นมสด 3.มะเขือเทศสด และ 4.เนื้อแกะ ไม่ชอบโยเกิร์ตเพราะทนกลิ่นไม่ได้ ไม่ชอบนมสดเพราะดื่มนมเปล่าๆ ไม่ได้ ไม่ชอบมะเขือเทศสดเพราะไม่ชอบรสของมัน ไม่ชอบเนื้อแกะ เพราะรู้สึกว่าเหม็นสาบ นอกเหนือจากนี้คือกินได้หมด...ชอบกิน ไม่ชอบทำ และไม่ชอบล้าง

ในเรื่องความรัก เคยคบกันแบบยาวๆ นานๆ กับหนุ่มเฟรนช์ แคนาเดียน แต่ในที่สุดก็เลิกกันไป เพราะขณะที่ว่าวชอบเดินทางมาก เธอหาคนที่จะเดินทางไปกับเธอแต่เขาไม่ใช่ ชีวิตหลากหลายและมุมมองเปลี่ยนไปตามวัย (!) ตอนนี้สเปกไม่มีอะไรมากไปกว่าคุยกันรู้เรื่อง เป็นคนดี ใจดี ชอบเดินทาง ชอบทำอาหาร และต้องทำอร่อยด้วยนะ สเปกออกแนวกินดีอยู่ดี อ้อ อีกอย่างหนึ่งคือต้องมีความรู้ด้านการเกษตร (นิดหน่อยก็พอ)

ไม่ใช่อะไร เพราะสาวเจ้ากำลังใฝ่ฝันอยากมีฟาร์ม ว่าวมีที่ดินว่างๆ 4 ไร่ของครอบครัวอยู่ที่ภาคเหนือ ตอนนี้ไม่ได้ทำอะไร หากมีแผนทำอะไรสักอย่าง อย่างน้อยคือฟาร์มเกษตร ที่จะช่วยเพิ่มพื้นที่สีเขียวบนโลก ปลูกสตรอเบอร์รี่หรืออะไรก็ได้ที่ อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ ความฝันเล็กๆ ตอนนี้คืออยากเป็นชาวสวนปลูกอโวคาโด ทำอะไรๆ สนุกๆ ที่ดีต่อร่างกาย จิตใจ และสิ่งแวดล้อม

ความฝันจะเป็นความจริงหรือไม่ คงไม่มีใครตอบได้นอกจากตัวว่าวเอง ชีวิตยามนี้ทุ่มเทให้กับอูเบอร์ งานภาพลักษณ์ระดับโลกที่ท้าทายเธออยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน เทคโนโลยีกำลังจะเปลี่ยนแปลงโลก ภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่ง

แชร์ข่าวนี้

Share on Google+
LINE it!

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ที่สุดบันเทิงในรอบ 7 วัน

  • เปิดอ่าน
  • แสดงความคิดเห็น
  • แชร์