สัมภาษณ์คนดัง

ชีวิตไม่เคยห่างหาย จาก ‘กีฬาเพาะกาย’

  • 19 มีนาคม 2560 เวลา 14:56 น.
  • | เปิดอ่าน 7,582
  • | ความคิดเห็น 0
Share on Google+
LINE it!

ชีวิตไม่เคยห่างหาย จาก ‘กีฬาเพาะกาย’

โดย...ภาดนุ ภาพ : วีรวงศ์ วงศ์ปรีดี

บิล-เดชอดุลย์ ประกอบชาติ วัย 32 ปี หนุ่มสูงล่ำ กล้ามโต เทรนเนอร์ดาวรุ่งในแวดวงฟิตเนสเมืองไทย เจ้าของตำแหน่งมิสเตอร์ไทยแลนด์ปี 2014 และอดีตนักกีฬาเพาะกายทีมชาติไทย ที่หันมาเอาดีด้านการเป็นเทรนเนอร์ส่วนตัวให้กับดาราชื่อดังมากมาย

ตลอดหลายปีที่ผ่านมาเขาไม่เคยห่างหายไปจากการเข้ายิมเล่นเวต หรือกีฬาเพาะกายเลยล่ะ

ล่าสุด บิลยังเป็นแบรนด์แอมบาสซาเดอร์คนไทยคนแรกของการแข่งขัน “R u tough enough?” ซึ่งเป็นรายการที่เฟ้นหาสุดยอดคนพันธุ์อึดที่แข็งแกร่งที่สุดของเมืองไทยทางช่อง KIX อีกด้วย

“จุดเริ่มต้นในการเล่นเวตของผมมาจากสมัยเด็กๆ ที่ผมตัวเล็ก ผอมบาง ดูเก้งก้าง พอโตขึ้นผมเลยคิดว่าต้องหาวิธีทำให้ดูตัวใหญ่และแข็งแรงขึ้น โชคดีว่าได้ไปเจอรุ่นพี่ที่รู้จักเล่นเพาะกายอยู่ก่อน ก็เลยให้เขาช่วยสอนให้ พอเล่นๆ ไปก็ติดเลยล่ะ

“ผมจึงเริ่มซึมซาบและหลงรักการเล่นเวตมากขึ้นๆ เพราะรู้สึกว่าเป็นกีฬาชนิดเดียวที่ไม่ต้องมียูนิฟอร์ม เวลาเดินไปไหนคนก็ทักหรือเห็นด้วยบุคลิกและรูปร่างของเราเอง ซึ่งผมว่านี่คือเสน่ห์ของกีฬาเพาะกาย

ช่วงแรกที่เริ่มเล่นเวต บิล บอกว่า หนัก โหด และเหนื่อยมาก จนเริ่มท้อเพราะไม่เห็นผลสักที แต่พอเริ่มชินและรับแรงกดดันได้ก็ทำให้เกิดแรงฮึดและท้าทายตัวเองว่าจะทำได้มากน้อยแค่ไหน

“เพราะกีฬาเพาะกายจะเป็นเรื่องของความมีวินัย ความมุ่งมั่น และความศรัทธาในตัวเอง เทคนิคต่างๆ ในการเล่น รวมทั้งการใช้ชีวิตส่วนตัว ซึ่งรุ่นพี่ของผมคนนี้ก็จะเป็นโค้ชคอยสอนให้ทั้งหมด”

บิล เสริมว่า ด้วยแรงบันดาลใจที่อยากจะมีรูปร่างที่ดี แม้บางเวลาจะรู้สึกเหนื่อยและท้อจนเริ่มทนไม่ไหว แต่เขาก็จะแก้ไขโดยเปิดยูทูบเพื่อดูคลิปออกกำลังกายของคนที่หุ่นดี แล้วบอกตัวเองว่า ถ้าคนอื่นทำได้ เขาก็ต้องทำได้

“ปกติผมจะเล่นเวต 4-5 วัน/สัปดาห์ โดยแบ่งการบริหารกล้ามเนื้อออกเป็นส่วนๆ ในแต่ละวัน เช่น จันทร์เล่นกล้ามอก อังคารเล่นหลัง พฤหัสเน้นไหล่ และศุกร์เล่นขา ส่วนกล้ามเนื้อมัดเล็ก เช่น แขน ท้อง น่อง ก็จะแทรกไว้ในโปรแกรมของแต่ละวัน และพยายามเช็กลิสต์กล้ามเนื้อให้ครบทุกส่วนในหนึ่งสัปดาห์ เพราะกล้ามเนื้อที่สวยจะต้องมีความบาลานซ์กันทั้งร่างกาย ไม่ใช่กล้ามใหญ่ แต่ขาเล็ก เป็นต้น”

เมื่อก่อนในช่วงที่จะต้องลงแข่งขันเพาะกาย บิล เล่าว่า เขาต้องเตรียมความพร้อมล่วงหน้า 3 เดือน และเน้นการดูแลเรื่องโภชนาการเป็นหลัก โดยให้ความสำคัญเรื่องอาหาร 60% และการออกกำลังกาย 40% ก่อนจะเทรนหนักจริงๆ อีกทีในช่วง 4 สัปดาห์สุดท้ายก่อนลงแข่งขัน สิ่งสำคัญคือต้องคุมเรื่องน้ำหนักให้ผ่านตามเกณฑ์ที่กำหนดไว้ และต้องมีความชัดเจนของกล้ามเนื้อด้วย

“ผมใช้เวลาฟิตตัวเองอยู่ 2 ปี จึงเริ่มลงแข่งขันบนเวทีนักเพาะกายหน้าใหม่จนคว้ารางวัลที่ 1 มาได้ ตอนนั้นรู้สึกภูมิใจมากที่จริงผมไม่ได้ตั้งใจลงแข่งหรอก แต่พอทำสำเร็จก็เกิดหลงรักกีฬานี้มากขึ้น ผมจึงท้าทายตัวเองว่าจะต้องติดนักเพาะกายทีมชาติให้ได้ พอติดแล้วผมก็ลงแข่งมาเรื่อยๆ จนได้ตำแหน่งมิสเตอร์ไทยแลนด์ปี 2014 จากนั้นก็ไปแข่งในระดับอาเซียน จนคว้ารางวัลติดมือมาเช่นกัน”

บิล มองว่า เมื่อได้มาเป็นเทรนเนอร์ หรือโค้ชด้านการออกกำลังกายอย่างจริงจัง ก่อนรับเทรนเขาจะถามถึงจุดประสงค์ของลูกค้าเสมอว่าต้องการอะไร บางคนต้องการลดน้ำหนัก บางคนต้องการเพิ่มกล้ามเนื้อ จากนั้นเขาจะมีหน้าที่ทำให้ผู้ที่มาเทรนบรรลุจุดประสงค์ให้ได้

“ข้อแนะนำสำหรับผู้ที่เริ่มต้นเล่นเวตก็คือ อยากให้ตั้งเป้าหมายไปทีละสเต็ป อย่าตั้งเป้าไว้สูงเกินไป เพราะหากยังทำไม่ได้ก็จะทำให้รู้สึกท้อ แรกเริ่มให้ตั้งเป้าไว้ว่าจะออกกำลังกายเพื่อสุขภาพที่ดีก่อน หลังจากนั้นค่อยคิดต่อเรื่องการลดน้ำหนักหรือสร้างกล้ามเนื้อต่อไปได้ อย่ามองภาพแรกให้ยากเกินไป ให้ทำแบบค่อยเป็นค่อยไป

อีกอย่างการเล่นเวตเป็นกีฬาที่ต้องใช้แรงต้าน ถ้าไม่ระวังก็อาจเกิดการบาดเจ็บได้ บิล ชี้ว่า ก่อนเล่นควรหาความรู้ก่อนว่าต้องเตรียมตัวยังไง ถ้าจะให้ดีควรปรึกษาโค้ช หรือเทรนเนอร์จะดีกว่า

“เพราะพวกเขาจะให้คำแนะนำ หรือวิธีออกกำลังกายที่ถูกต้องกับเราได้ ถ้าเล่นเองโดยไม่ระวัง นอกจากอาจเกิดการบาดเจ็บได้แล้ว บางครั้งยังอาจเล่นแล้วไม่ได้ผลตามที่ต้องการ เนื่องจากไปโฟกัสกล้ามเนื้อในตำแหน่งที่ไม่ถูกต้อง ฉะนั้นก่อนเล่นควรปรึกษาเทรนเนอร์จะดีที่สุดครับ”

อัพเดทเรื่องเวต เทรนนิ่ง ได้ที่ FB : Bill Bbg Gym และ IG : Billbodygang

แชร์ข่าวนี้

Share on Google+
LINE it!

ที่สุดบันเทิงในรอบ 7 วัน

  • เปิดอ่าน
  • แสดงความคิดเห็น
  • แชร์