สัมภาษณ์คนดัง

กัญญารัตน์ จิรรัชชกิจ ความสุขอยู่รอบตัว

  • 20 เมษายน 2560 เวลา 13:21 น.
  • | เปิดอ่าน 65,996
  • | ความคิดเห็น 0
Share on Google+
LINE it!

กัญญารัตน์ จิรรัชชกิจ ความสุขอยู่รอบตัว

โดย...มัลลิกา

แม้งานที่กลายเป็นงานประจำไปแล้ว คือ พิธีกรท่องเที่ยว รายการ “เซย์ไฮ!” แต่ชื่อของ ติ๊ก-กัญญารัตน์ จิรรัชชกิจ ที่อยู่ในการจดจำของแฟนๆ คือ นักแสดงเจ้าบทบาท

ถึงแม้ตอนนี้จะไม่ค่อยเห็นผลงานแสดงของเธอสักเท่าไร แต่ติ๊กไม่ได้หายไปจากงานแสดงเสียทีเดียว เพราะได้ผันตัวไปเป็นผู้จัดละคร และยังเป็นโปรดิวเซอร์ภาพยนตร์อีกด้วย

เที่ยวคืองาน งานคือไลฟ์สไตล์

ได้เห็นหน้าตาผ่านจอช่อง 3 ทุกค่ำคืนวันศุกร์ ในบทบาทพิธีกรรายการ เซย์ไฮ! นานถึง 12 ปีแล้ว ซึ่งติ๊กเป็นผู้ผลิตรายการเอง

งานที่เธอทำอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน เธอไม่ได้รู้สึกเป็นภาระหน้าที่ที่จะต้องตรากตรำเคร่งเครียดไปกับมัน เสมือนงานอดิเรกคือการท่องเที่ยว และการรักท่องเที่ยวนำมาซึ่งงาน งานที่ทำด้วยความรัก ก็จะทำให้สนุกกับการทำงานทุกๆ วัน เคล็ดลับดีๆ ง่ายๆ แบบติ๊ก

“11 ปีที่ผ่านมา ติ๊กนำเสนอการท่องเที่ยวในประเทศญี่ปุ่น เป็นความชื่นชอบส่วนตัวด้วย ไปกี่ทีก็มีเรื่องราวที่น่าสนใจไปเรื่อยๆ เปลี่ยนแปลงไปเรื่อยๆ สถานที่ต่างๆ ฤดูกาลต่างๆ มีมุมมองแตกต่างกันไป คือ 11 ปีที่ผ่านมา ญี่ปุ่นอาจจะมีเปลี่ยนไปบ้าง แต่ถ้าไปเมืองต่างจังหวัดยังมีที่น่ารักอยู่ ทั้งสถานที่และผู้คน ยังมีอะไรให้ศึกษาเรื่อยๆ มันยังไม่สิ้นสุดที่จะเสาะหามาฝาก ยังมีซอกเล็กซอกน้อย อะไรที่ซ้ำกับคนอื่นทำเราก็ฉีกแนว

“แต่ตอนนี้ใครๆ ก็ทำท่องเที่ยวญี่ปุ่น คนไทยไปเที่ยวญี่ปุ่นเยอะมาก เราก็ไปหาตลาดใหม่ จะได้ไม่ซ้ำ แต่ติ๊กไม่ทิ้งญี่ปุ่นแน่นอน ที่ชอบญี่ปุ่นที่สุด ชอบภูมิประเทศเป็นสิ่งที่แตกต่างจากไทย มีสโนว์ มีภูเขา แล้วญี่ปุ่นเราพาญาติผู้ใหญ่ไปได้สะดวก เพราะประเทศเขามีช่องทางสำหรับวีลแชร์ เขาเป็นประเทศที่มีระบบในเรื่องพวกนี้ ผู้ใหญ่ไปได้อย่างสะดวกสบาย มีการเตรียมพร้อมสำหรับท่องเที่ยว

“ติ๊กชอบไลฟ์สไตล์คน ชีวิตความเป็นอยู่ มีความเป็นค่านิยมที่เป็นญี่ปุ่น ไม่เป็นตะวันตก หรือ เป็นเอเชียสุดโต่ง เขามีเอกลักษณ์ของเขา มีความน่ารัก มีวัฒนธรรม ขอบเขตของสังคมที่เราหลงเสน่ห์ มีวินัย มีความสามัคคี ความสะอาดสะอ้าน อาหารอร่อย ทุกอย่างผ่านควอลิตี้ เขาให้คุณภาพตรงนี้มากกว่าในภูมิภาคเอเชียด้วยกัน ซึ่งเป็นสิ่งที่ติ๊กชื่นชม”

ทำรายการท่องเที่ยวลงตัวกับไลฟ์สไตล์ และเป็นการพักผ่อน

“ที่ชอบเดินทางท่องเที่ยว เพราะชอบเปิดโลกทัศน์ แต่ก็ชินกับญี่ปุ่น ไปไหนมาก็ตาม ในปีหนึ่งก็ต้องกลับไปญี่ปุ่นอยู่หลายครั้ง ชินทุกซอกทุกมุม เวลาคิดอะไรไม่ออก ไปญี่ปุ่นเป็นที่แรก ไม่เบื่อ เวลาไปก็มีไปซ้ำด้วย ไปที่ใหม่ๆ

“ติ๊กต้องเสาะแสวงหาที่เที่ยวทุกเดือน เพื่อให้ทันผลิตรายการ เฉลี่ยวันเดินทางก็เดือนละครั้ง ไปครั้งละ 10 วัน ยิ่งตอนนี้รายการท่องเที่ยวมีเยอะ ไหนจะมีในเฟซบุ๊ก มีบล็อกเกอร์ต่างๆ เราอยู่นิ่งไม่ได้เลย แต่ละรายการก็จะมีคาแรกเตอร์ของตัวเอง

“รายการเราเน้นเรื่องราวจริงๆ ไม่ใช่มาสนุกสนานแล้วไม่รู้อะไรเกี่ยวกับสถานที่นั่นเลย เราเน้นสถานที่ ไปแล้วจะเจอแบบไหน ใครดูทริปนี้ ไปไหนตลอดทริป เมื่อมารวมกันก็สามารถเป็นไกด์ท่องเที่ยวได้เลย เราสอดแทรกความรู้ทั้งอาหารการกิน ผู้คน เสน่ห์ของสถานที่ และเราหาสิ่งใหม่ๆ มานำเสนอ”

ทำเถอะ...สิ่งที่เป็นตัวตนของเรา

มาถึงงานผู้จัดละครกันบ้าง ซึ่งผลงานเรื่องแรกกำลังจ่อคิวออกอากาศทางช่อง 3 เรื่อง “รักพลิกล็อก” ที่มีโจทย์จากช่องให้ปั้นเด็กใหม่ประดับวงการ พระนางจึงลงตัวที่ 2 คู่ โดยมีนางเอกร่างเล็ก “ออม-สุชาร์ มานะยิ่ง” ช่วยดันน้องๆ คู่กับนักแสดงลูกครึ่งไทย-อังกฤษ “ปีเตอร์ เดนแมน” และคู่ของ “สายไหม มณีรัตน์” กับ “เพื่อน-คณิน ชอบประดิถ”

ติ๊กบอกว่า รอมานานเหมือนกันกว่าจะได้ฤกษ์ออกอากาศ

“คาดว่าปีนี้ได้ออกอากาศ รอผู้ใหญ่เคาะว่าเมื่อไร แต่คงอีกไม่นานค่ะ การทำงานผู้จัดไม่ได้ยากมาก เพราะทุกอย่างมีขั้นตอนของมันอยู่แล้ว อุปสรรคที่มีเป็นเรื่องปกติสามารถเกิดขึ้นได้กับทุกๆ งาน แต่เราผ่านไปด้วยดีเพราะได้ทีมงานที่ดี มีทางออก แก้ไขได้ ติ๊กในฐานะผู้จัดก็เป็นแค่กลไกเล็กๆ ที่ช่วยกันขับเคลื่อน”

ไม่ว่าจะงานเบื้องหน้า เบื้องหลัง เจอปัญหาหนัก-เบา เหมือนกันหมด แต่อยู่ที่วิธีคิดที่จะจัดการกับมัน

“บางงานมันมีระบบแก้ไขของมัน แล้วติ๊กไม่ชอบที่จะเอาปัญหามาทำให้เราหนักใจ เวลาเกิดปัญหาก็รอเวลาจัดการแก้ไขกันไป จะไม่ทุกข์ร้อน เกิดอะไรก็แก้กันไป”

ผลงานในบทบาทผู้จัดจะมีเรื่องต่อไปอีกหรือไม่นั้น ติ๊กบอกว่า มีแน่นอน แต่ยังไม่อยากเปิดงานใหม่ ถ้าผู้ใหญ่และผู้ชมยังไม่ได้เห็นผลงานเรื่องแรก ขอให้ผลงานเรื่องแรกได้พิสูจน์ตัวเองก่อน ส่วนโปรเจกต์ภาพยนตร์ อีกไม่นานพร้อมจะเปิดตัวต่อสาธารณะ

“ในส่วนของงานในสายนี้ ยังมีอะไรที่สามารถเติบโตได้มากกว่านี้ ยังทำได้เรื่อยๆ จริงๆ แล้ว ติ๊กชอบทำธุรกิจ ไม่ชอบเป็นลูกน้องใคร ชอบเป็นตัวของตัวเอง แต่ติ๊กไม่ได้มีระบบพื้นฐานแบบนั้น ติ๊กทำงานในวงการบันเทิงตั้งแต่เด็ก ได้เจอกับสิ่งเหล่านี้ตั้งแต่เด็ก เลยชินกับสายงานนี้ การมาเป็นผู้จัดก็เหมือนเป็นเส้นทางของมัน

“จริงๆ ติ๊กอยากทำอย่างอื่นด้วยซ้ำ แต่เราสัมผัสสิ่งนี้มาตลอดเวลา ที่ติ๊กจะบอก คือ อะไรที่วัยรุ่นคนไหนอยากทำ ทำเถอะ สิ่งที่เป็นตัวตนของเรา คนจะเห็นผลงานของเรา คุณขายของเขาจะเห็นของของคุณ เป็นลูกจ้างเจ้านายก็จะเห็นสิ่งที่คุณทำ ไม่จำเป็นต้องตามรอยใคร  

“อย่างอาชีพนักแสดงไม่ใช่ยอดของทุกแขนง ไม่ต้องเป็นพิธีกร นักร้อง ทุกคนไม่ต้องมากระจุกอยู่ตรงนี้ ตอนนี้มีงานหลายแขนง เงินก็ดี มีหน้าตาในสังคม หามันให้เจอ เด็กวัยรุ่นเห็นนักแสดงคือไอดอล ทำตามกันเป็นระบบ ติ๊กอยากให้ทุกคนมีงานอื่นๆ ที่เราไม่ต้องไปแย่งกับใคร แต่เป็นงานที่ถนัด เราได้โชว์ความสามารถของเราจริงๆ

“ทุกวันนี้คนแอ็กทีฟตามกันไปหมด อยากแต่งตัวแบบนี้ อยากถ่ายรูปตรงนี้ ทำให้เราไม่หยุดนิ่ง เมื่อไม่ได้ดังที่ตั้งใจก็เป็นสภาวะเครียด บางทีก็ไม่ต้องเสพมันมากก็ได้ เสพเป็นการเปรียบเทียบเราด้อยกว่าอย่าเสพ เราจะได้เป็นตัวของเราเอง เราอยากแต่งตัวแบบนี้ก็เป็นสไตล์เรา เราอยากไปนี่ก็เป็นแบบเรา

“ติ๊กไม่ค่อยไปตามที่เขาโพสต์กันในโซเชียล เราเป็นตัวของเราเอง มีความสุขของเราเอง เราหาได้พอใจกับตัวเอง เราพอเพียงในขอบเขตเราจริงๆ เรามีความสุขกับสิ่งที่อยู่รอบตัว เราได้เจอมัน ไม่ต้องแบบคนนั้นคนนี้ไปเรื่อย ไม่ต้องเปรียบกับใคร”

บางทีการใช้ชีวิตให้ง่าย ก็สามารถเจอความสุขง่ายๆ เพียงลืมตาตื่นนอน เพียงก้าวออกจากประตูบ้าน เพียงเปิดโลกใบใหม่จากที่คุ้นเคยเดิมๆ เพียงเข้าใจในความต้องการของตัวเอง และหามันให้เจอ... 

แชร์ข่าวนี้

Share on Google+
LINE it!

ที่สุดบันเทิงในรอบ 7 วัน

  • เปิดอ่าน
  • แสดงความคิดเห็น
  • แชร์