สัมภาษณ์คนดัง

พีระพล ทยานุวัฒน์ บริหารงานแบบคนรุ่นใหม่

  • 03 พฤษภาคม 2560 เวลา 11:36 น.
  • | เปิดอ่าน 1,610
  • | ความคิดเห็น 0
Share on Google+
LINE it!

พีระพล ทยานุวัฒน์ บริหารงานแบบคนรุ่นใหม่

โดย...ภาดนุ ภาพ วีรวงศ์ วงศ์ปรีดี

พีระพล ทยานุวัฒน์ ผู้บริหารหนุ่มมากความสามารถวัย 28 ปี รั้งตำแหน่งกรรมการบริหาร บริษัท แกรนด์โฮมมาร์ท คนรุ่นใหม่ที่มีวิสัยทัศน์และมุมมองด้านการบริหารงานที่น่าสนใจ ปัจจุบันเขาเข้ามาช่วยดูแลกิจการวัสดุตกแต่งบ้านที่กำลังเติบโตอย่างต่อเนื่องของครอบครัว

“ผมชอบและสนใจทางด้านศิลปะมาตั้งแต่เด็ก หลังจากเรียนจบชั้นมัธยมที่โรงเรียนเซนต์จอห์นแล้ว ผมได้เดินทางไปศึกษาต่อปริญญาตรี สาขาสถาปัตยกรรมและการตกแต่งภายใน ที่มหาวิทยาลัยพาร์สันส์ กรุงนิวยอร์ก สหรัฐ พอเรียนจบก็ได้ทำงานเป็นที่ปรึกษาด้านการออกแบบให้กับบริษัท เจฟฟรีย์ เบียร์ส อินเตอร์เนชั่นแนล ซึ่งเป็นบริษัทด้านการออกแบบสถาปัตยกรรมและการตกแต่งภายในชั้นนำในนิวยอร์กทำอยู่ 1 ปี จึงตัดสินใจบินกลับมาช่วยดูแลธุรกิจของครอบครัว

หน้าที่หลักของผมคือดูแลบริหารงานทุกด้านของแกรนด์โฮม โดยโฟกัสไปที่การขยายและรีโนเวตสาขา ซึ่งปัจจุบันแกรนด์โฮมมาร์ทของเราได้เปลี่ยนชื่อมาเป็น “แกรนด์โฮม” มีทั้งหมด 6 สาขาด้วยกัน สาขาแรกตั้งอยู่ที่งามวงศ์วาน แล้วไล่มาที่รัตนาธิเบศ ศรีนครินทร์ รามอินทรา บางบัวทอง และสาขาล่าสุดคือ บางนา ที่เพิ่งสร้างเสร็จเลยครับ ก็คาดว่าจะมีการเปิดตัวให้ลูกค้าของแกรนด์โฮม และคนทั่วไปได้รับรู้ข้อมูลข่าวสารกันเร็วๆ นี้”

พีระพล บอกว่า จุดมุ่งหมายในการพัฒนาธุรกิจของเขาคือ การสร้างและการรีโนเวตโชว์รูมเป็นสำคัญ ซึ่งบางแห่งอาจเริ่มต้นตั้งแต่ยังเป็นที่ดินว่างเปล่าอยู่ หรือบางแห่งที่มีโชว์รูมอยู่แล้ว ก็จะเข้ามาดูแลเรื่องการรีโนเวตตั้งแต่โครงสร้าง งบประมาณที่ใช้ ไปจนถึงการดีไซน์

“อย่างสาขารามอินทราก็มีการรีโนเวตตั้งแต่ปีที่แล้ว หรือสาขาล่าสุดอย่างบางนา ที่เพิ่งสร้างเสร็จ ผมก็ต้องเข้ามาดูแลมากหน่อย พร้อมกันนั้นก็เสริมธุรกิจใหม่เข้าไป โดยเปิดร้านอาหารเพิ่มในโชว์รูมต่างๆ ถึง 4 ร้าน อย่างสาขาบางนาก็เปิดร้านกรองด์ เดอ คาเฟ (Grand de Cafe) ซึ่งเป็นทั้งร้านอาหารและร้านกาแฟในที่เดียวกัน เป็นต้น

อย่างที่เกริ่นไปแล้วว่า เราทำธุรกิจเกี่ยวกับวัสดุและของตกแต่งบ้าน ดังนั้น แกรนด์โฮมจึงเป็นทั้งตัวแทนจำหน่ายและผู้ผลิตสินค้าเฮาส์แบรนด์หลากหลายให้ลูกค้าได้เลือก อาทิ ไทล์ สตอรี่ (Tiles Story) กระเบื้องนำเข้าจากอิตาลีและสเปน วิกเตอร์ (Victor) สินค้าประเภทสุขภัณฑ์พรีเมียมนำเข้าจากประเทศจีน เลอ ครัว (Le Krua) ครัวแบบน็อกดาวน์ที่มีโรงงานผลิตในเมืองไทย ไลท์ติ้ง (Lighting) สินค้าเกี่ยวกับโคมไฟตกแต่งที่มีดีไซน์เฉพาะตัวและพร็อพ (Prop) ซึ่งรวบรวมของตกแต่งบ้านเก๋ๆ ไว้มากมาย

สำหรับบริษัท เดคคอร์มาร์ท ซึ่งผมเป็นกรรมการบริหารอีกตำแหน่ง ก็เป็นอีกหนึ่งธุรกิจในเครือที่นำเข้าแบรนด์เฟอร์นิเจอร์ระดับไฮเอนด์จากต่างประเทศ เช่น ราล์ฟ ลอเรน เฟนดิ ซีเค ฯลฯ รวมทั้งสุขภัณฑ์และครัวไฮเอนด์แบรนด์ต่างๆ ให้ลูกค้ากลุ่มนี้ได้เลือกอีกด้วย”

พีระพล บอกว่า ในปี 2560 นี้เขาตั้งใจจะโฟกัสไปที่การทำพีอาร์ เพื่อสร้างการรับรู้ของลูกค้าและคนทั่วไปให้มากขึ้น แม้แกรนด์โฮมจะเป็นธุรกิจที่เปิดมากว่า 35 ปีแล้ว แต่ฐานลูกค้าส่วนใหญ่จะเป็นธุรกิจประเภทเรียลเอสเตทที่ซื้อวัสดุต่างๆ ไปสร้างหมู่บ้านเสียเยอะ เขาจึงตั้งใจที่จะใช้แกรนด์โฮมสาขาบางนา เป็นแฟล็กชิป สโตร์ ต้นแบบให้ผู้คนทั่วไปได้รู้จักและเข้ามาสัมผัสกับแกรนด์โฮมมากขึ้น

“ในปีนี้ผมตั้งใจจะทำให้ลูกค้าเก่าๆ ได้จดจำชื่อของแกรนด์โฮม ซึ่งรีแบรนด์มาจากแกรนด์โฮมมาร์ทให้ได้ก่อน รวมทั้งดึงให้ลูกค้าใหม่ๆ ได้เข้ามาทำความรู้จักกับแกรนด์โฮม เพื่อให้พวกเขาได้เห็นภาพลักษณ์ได้เห็นการบริการจากสาขาบางนาแห่งนี้ โดยเพิ่มโซนตกแต่งครัว โซนไลท์ติ้ง (โคมไฟ) รวมทั้งโซนพร็อพหรือของตก แต่งบ้านเก๋ๆ เข้าไปด้วย นอกจากนี้ที่นี่ยังครบเครื่องเรื่องกระเบื้องลายสวยๆ ใหม่ๆ ที่หลากหลาย แถมยังมีโซนเครื่องครัวเพิ่มเข้ามาอีกด้วย เรียกว่าเป็นแฟล็กชิป สโตร์ ที่ครบวงจรโดยเน้นลูกค้ากลุ่ม B+ ขึ้นไป

ที่ผ่านมาผมเข้ามาช่วยครอบครัวบริหารธุรกิจได้ 5 ปีแล้ว ตอนเข้ามาแรกๆ ก็มีอุปสรรคบ้างคือการปรับตัวเข้ากับการทำงานที่เมืองไทย เพราะผมอยู่ที่นิวยอร์กมานาน เลยอาจจะชินกับวัฒนธรรมแบบตะวันตกมากกว่า อีกอย่างการทำงานกับครอบครัวหรือแฟมิลี่ บิซิเนสนั้น เราอาจจะต้องปรับตัวให้เข้ากับพี่ๆ น้องๆ ที่มาช่วยบริหารงานด้วยเช่นกัน

ด้วยความที่ผมจบทางด้านดีไซน์มาโดยตรง ดังนั้น เรื่องมาร์เก็ตติ้งและแมเนจเมนต์ ผมจึงอาจจะไม่ค่อยถนัดมากนัก แต่เมื่อต้องมารับตำแหน่งกรรมการบริหาร เราต้องเรียนรู้และดูแลทุกอย่าง ฉะนั้นเราต้องเชื่อมั่นก่อนว่าตัวเองต้องทำได้ โดยเรียนรู้จากประสบการณ์และคนรอบข้าง ซึ่งประสบการณ์นั้นสำคัญมาก เราต้องมองตัวงานให้ออก แล้วเราก็จะเรียนรู้จากมันได้เอง”

พีระพล เสริมว่า ระยะเวลา 5 ปีที่ทำงานมา ถือเป็นการได้เรียนรู้ในเรื่องประสบการณ์การทำงานแบบเข้มข้นเลยก็ว่าได้ แต่ก็ยังมีอีกหลายเรื่องที่เขาจะต้องเรียนรู้เพิ่มเติมควบคู่กันไป

“ผมมองว่ายุคนี้ บ้านหรือที่อยู่อาศัยเป็น 1 ใน 5 ปัจจัยหลักที่มนุษย์ทุกคนต้องมี ดังนั้น วัสดุอุปกรณ์หรือของตกแต่งบ้านก็ยังถือว่าเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับคนเราอยู่ แต่ผมมองว่าเทรนด์ใน 3-5 ปีข้างหน้าอาจจะเปลี่ยนไปบ้าง อย่างสินค้าบางตัวก็จะเปลี่ยนไปตามเทรนด์ โดยมีฟังก์ชั่นการใช้งานที่มากขึ้น ต่อไปก็อาจจะมีวัสดุทดแทนเพิ่มขึ้นมาเรื่อยๆ เช่น วัสดุที่คล้ายกับไม้ตามธรรมชาติ ซึ่งในอนาคตผมคิดว่าเทคโนโลยีเหล่านี้จะละเอียดมากขึ้น บวกกับจะมีการให้ความสำคัญกับการผลิตและการติดตั้งมากขึ้น ซึ่งจะทำให้ผู้คนมีทางเลือกมากขึ้นไปด้วย

ที่สำคัญ ราคาของวัสดุก็จะถูกลง อย่างแต่ก่อน ถ้าเป็นกระเบื้องที่มาจากยุโรป ตารางเมตรนึงจะแพงมาก แต่ยุคนี้ด้วยเทคโนโลยีที่เปลี่ยนไปก็จะมีวัสดุอื่นๆ มาทดแทน มีรูปแบบในการพัฒนามากขึ้น หรือถ้าเป็นวัสดุดั้งเดิมราคาก็จะถูกลง รวมทั้งการติดตั้งก็จะถูกลงด้วย เพราะมีคู่แข่งในท้องตลาดมากขึ้น ฉะนั้นประโยชน์จึงตกอยู่กับผู้บริโภค ซึ่งก็ถือว่าเป็นเรื่องที่ดีครับ”

พีระพล เสริมว่า การทำธุรกิจประเภทวัสดุและของตกแต่งบ้านย่อมมีคู่แข่งอยู่แล้ว แต่ด้วยประสบการณ์ในการทำธุรกิจมากว่า 35 ปีของครอบครัว เขาเชื่อมั่นว่าธุรกิจของแกรนด์โฮมมีจุดขายที่แข็งแรง นั่นก็คือการคัดสรรและการบริการ

“ผมพูดได้เลยว่าแกรนด์โฮมมีความชำนาญในเรื่องการคัดสรรเป็นพิเศษ รวมทั้งการหาแหล่งผลิตสินค้าที่มีดีไซน์หรือมีความยูนีก ซึ่งสามารถตอบโจทย์ได้ตรงตามความต้องการของลูกค้า ทั้งดีไซน์ที่เก๋ๆ และงบที่ลูกค้าตั้งไว้ เมื่อนำมารวมกับการบริการที่ดีของเรา ซึ่งมีการบริการส่งตรงถึงบ้านและใส่ใจรายละเอียดแล้ว ผมจึงเชื่อมั่นว่าลูกค้าจะกลับมาหาเราอีกแน่นอน

อย่างที่บอกไปว่า เราอาจจะไม่ค่อยได้ทำพีอาร์กับแบรนด์มากนัก ดังนั้น ก็ยังมีลูกค้าบางคนที่อาจจะไม่รู้ว่าแกรนด์โฮมขายอะไร ในปีนี้ผมจึงตั้งเป้าไว้ว่าจะบุกเรื่องการทำประชาสัมพันธ์ให้มีการรับรู้ที่กว้างขวางมากขึ้น ซึ่งในอนาคตเราก็มีอีกหลายๆ เรื่องที่ต้องพัฒนาต่อไป

อย่างตัวผมชอบในเรื่องการชิมอาหาร ผมก็คิดไว้ว่าจะนำความชอบของตัวเองมาต่อยอดพัฒนาโดยเปิดเป็นธุรกิจร้านอาหาร ซึ่งตอนนี้ก็ค่อยๆ ทยอยเปิดไปหลายสาขาแล้ว เพราะเวลาที่ลูกค้ามาเดินดูวัสดุหรือของตกแต่งบ้าน พวกเขาจะได้มีร้านอาหารให้นั่ง มีกาแฟให้ดื่ม ซึ่งต่อไปมันก็จะกลายเป็นไลฟ์สไตล์ของกลุ่มลูกค้าเรา และแกรนด์โฮมก็จะกลายเป็นอีกหนึ่งคอมมูนิตี้แห่งใหม่ไปโดยปริยาย”

พีระพล ทิ้งท้ายว่า เขาทำงานสัปดาห์ละเกือบ 7 วัน ในวันว่างนอกจากการเข้าฟิตเนสแล้ว เขาชอบตระเวนไปชิมอาหารอร่อยตามร้านอาหารทั้งเมืองไทยและต่างประเทศ รวมทั้งยังมีงานอดิเรกคือชอบถ่ายรูปอาหารแล้วโพสต์ลง IG : naginna_bkk และ FB Fanpage : Grand de Cafe อีกด้วย เรียกว่าเป็นนักบริหารที่บาลานซ์ทั้งเรื่องงานและชีวิตได้อย่างลงตัว

แชร์ข่าวนี้

Share on Google+
LINE it!

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ที่สุดบันเทิงในรอบ 7 วัน

  • เปิดอ่าน
  • แสดงความคิดเห็น
  • แชร์