สัมภาษณ์คนดัง

ภัททภาณี เอกะหิตานนท์ สนุกกับทุกสเต็ปของชีวิต

  • 15 มิถุนายน 2560 เวลา 16:48 น.
  • | เปิดอ่าน 370
  • | ความคิดเห็น 0
Share on Google+
LINE it!

ภัททภาณี เอกะหิตานนท์ สนุกกับทุกสเต็ปของชีวิต

โดย...พุสดี สิริวัชระเมตตา ภาพ กฤษณ์ พรหมสาขา ณ สกลนคร

เห็นลีลาการโพสอย่างเป็นธรรมชาติ จนฮิปสเตอร์ยังต้องหยุดมองแบบนี้ ไม่ใช่ใครก็ทำได้ แต่ทุกอย่างต้องมาจากอินเนอร์ที่มีความสุขกับการใช้ชีวิตในเส้นทางที่ตัวเองเลือก

ถึงจะเติบโตมาในครอบครัวที่คุณพ่อเป็นหมอ คุณแม่เป็นเจ้าของโรงเรียนที่ จ.ราชบุรี แต่ชีวิตของไข่ตุ๋น-ภัททภาณี เอกะหิตานนท์ ไม่เคยติดอยู่ในกรอบใดๆ เธอไม่มีอาชีพในฝันที่บังคับให้ตัวเองต้องเดินไปให้ถึง เพราะเธอเลือกทำทุกอย่างตามเสียงของหัวใจ และวันนี้หัวใจของเธอก็พาเธอเดินทางมาถึงจุดที่ทำให้เธอยิ้มได้อย่างภาคภูมิใจ กับบทบาทผู้จัดการฝ่ายการตลาดผลิตภัณฑ์ไฮเนเก้น บริษัท ที เอ พี เทรดดิ้ง ซึ่งนับเป็นตำแหน่งสำคัญที่ช่วยให้เธอได้เปิดมุมมอง ความคิดสร้างสรรค์ใหม่ๆ อยู่ตลอดเวลา ทั้งในส่วนของการวางแผนกลยุทธ์และดำเนินกิจกรรมการตลาด เพื่อสร้างมิติใหม่ๆ ให้กับแบรนด์ไฮเนเก้นในประเทศไทย

ย้อนกลับไปดูเส้นทางชีวิตของเด็กสาว ที่ยอมรับว่าเป็นสายกิจกรรมแต่ไม่ทิ้งการเรียน เธอเริ่มต้นชีวิตนักเรียนประจำในรั้วโรงเรียนวัฒนาวิทยาลัย ก่อนจะเลือกเรียนต่อสาขาบริหารธุรกิจ (BBA) ที่มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ ไข่ตุ๋นบอกว่า ตอนนั้นแม้จะรู้ตัวว่ามีความสนใจด้านการตลาด แต่เธอก็เก็บไว้เป็นเพียงวิชารอง และเลือกวิชาเอกเป็น Industrial Management ด้วยนิสัยชอบลองอะไรแปลกใหม่ เห็นว่าสาขานี้เปิดใหม่ เลยตัดสินใจลองเรียนดู หลังจากเรียนจบปริญญาตรี เธอไม่รีรอตัดสินใจลัดฟ้าไปเรียนต่อปริญญาโท สาขาบริหารธุรกิจ ที่มหาวิทยาลัย Loyola ที่เมืองชิคาโก สหรัฐ ก่อนจะกลับมาผจญภัยในโลกการทำงาน

“ช่วงที่เราเรียนจบกลับมาสั กประมาณ 10 ปีที่แล้ว เป็นยุคที่หลายแบรนด์เริ่มหันมาโปรโมทผ่านการทำกิจกรรมทางการตลาดอย่างจริงจัง จากแต่ก่อนเน้นแต่การทำโฆษณาผ่านสื่อต่างๆ อย่างเดียว ตอนนั้นเราเลือกไปสมัครงานที่ Index Creative Village ในตำแหน่ง Strategic Event Planner ซึ่งเป็นงานที่สนุกและท้าทายมาก เพราะเราต้องคิดแผนงานตั้งแต่อยู่ในกระดาษ จนกระทั่งออกมาเป็นผลงานจริงๆ ที่จับต้องได้ แถมยังได้เข้าไปอยู่ในงานนั้น ไปแก้ปัญหาเฉพาะหน้าที่เกิดขึ้นจริงๆ หลังจากทำงานนี้อยู่ 4-5 ปีก็ได้รับโอกาสครั้งสำคัญที่ต้องเรียกว่าเป็นความบังเอิญก็ได้”

ความบังเอิญที่สาวเก่งพูดถึงคือ จู่ๆ วันหนึ่งเธอก็ได้รับสายจากเอเยนซีชื่อดัง ทาบทามให้เธอไปทำงานด้วย แต่ในช่วงที่ยังลังเล เพราะยังไม่ได้สนใจกับตำแหน่งงานที่ได้รับกาารเสนอมา เธอก็ได้รับอีกสายปริศนานั่นคือ สายจากบริษัท ที เอ พี เทรดดิ้ง ซึ่งมีพอร์ตเครื่องดื่มมากมาย อาทิ ไฮเนเก้น ไทเกอร์ เบียร์ เป็นต้น


“ตอนนั้นก็งงนะว่า เรซูเมเราถูกส่งผ่านไปอยู่ที่นั่นได้อย่างไร แต่ด้วยตำแหน่งที่เขาเสนอให้เราทำ คือ Brand Activation Manager ให้กับไทเกอร์ เบียร์ เรามองว่าน่าสนใจ บวกกับอยากลองมาหาประสบการณ่ใหม่ๆ พอดี เลยตัดสินใจมาทำงานที่นี่ ช่วงแรกที่มาต้องปรับตัวพอสมควร เพราะเป็นการเปลี่ยนบทบาทจากเอเยนซีมาเป็นลูกค้า

ความยากคือ เราต้องทำความรู้จักกับสินค้าของเราในเชิงลึกยิ่งขึ้น ต้องลงไปเก็บข้อมูล ทำความเข้าใจกับกลุ่มลูกค้าของเราให้มากขึ้น จากเดิมเราเป็นเอเยนซี อาจจะได้ฟังบรีฟจากลูกค้าอีกที แต่ตอนนี้เราต้องตั้งต้นเอง”

หลังจากเรียนรู้กับตำแหน่งนี้อยู่ 6 เดือนก็ได้เลื่อนเป็น Brand Manager และเป็นผู้จัดการฝ่ายการตลาดผลิตภัณฑ์ไทเกอร์ เบียร์ “คราวนี้ความรับผิดชอบมากขึ้น เพราะเราเหมือนเป็นเจ้าของแบรนด์เอง ต้องรู้จักแบรนด์เราให้เยอะที่สุด ต้องดูเรื่องการตลาด การสื่อสารของแบรนด์ และยอดขายด้วย”

หนึ่งในความท้าทาย แต่มาพร้อมภูมิใจที่ไข่ตุ๋นสัมผัสได้จากการดูแลไทเกอร์ เบียร์ ด้วยความที่ไทเกอร์ เบียร์ เป็นแบรนด์ในระดับภูมิภาค ทำให้ต้องประสานงานกับสำนักงานใหญ่ที่สิงคโปร์ ต้องเรียนรู้ในการทำงานในกรอบที่กว้างขึ้น ได้ใช้ไอเดียและความคิดสร้างสรรค์ เพื่อทำให้แบรนด์เป็นที่รู้จัก 4 ปี ในการทำงานกับไทเกอร์ เบียร์ เธอเป็นผู้อยู่เบื้องหลังการครีเอทกลยุทธ์และกิจกรรมที่มีความสร้างสรรค์ ผ่านแคมเปญสุดฮิปอย่าง Tiger Translate ซึ่งสร้างความเชื่อมโยงของแบรนด์เข้ากับศิลปะและดนตรี ทำให้แบรนด์ไทเกอร์เบียร์เป็นที่รู้จักในกลุ่มคนรุ่นใหม่เพิ่มมากขึ้น

“จะเรียกว่าเป็นการปฏิวัติวงการเบียร์หรือเปล่า ไม่แน่ใจ แต่แคมเปญนี้น่าจะเป็นแคมเปญแรกๆ ของเมืองไทย ที่มีการริเริ่มเชื่อมโยงศิลปะและดนตรีเข้าไว้ด้วยกัน โดยมี ไทเกอร์ เบียร์ เป็นส่วนหนึ่ง”

หลังจากพิสูจน์ผลงานในไทเกอร์ เบียร์ ควบกับอีกหนึ่งความรับผิดชอบที่เสริมเข้ามาภายหลังอย่างการดูแลเบียร์ไทยภายใต้แบรนด์เชียร์ (Cheer) ไข่ตุ๋นก็ได้รับความไว้วางใจจากทางบริษัทให้ดูแลแบรนด์เครื่องดื่มพรีเมียมอย่าง ไฮเนเก้น โกลบอลแบรนด์ที่มีความเก่าแก่กว่า 100 ปี

“ไฮเนเก้นถือว่าเป็นพี่ใหญ่ของบริษัท การเข้ามาดูแลแบรนด์ที่ค่อนข้างแข็งแรงอยู่แล้ว ก็ท้าทายไม่น้อย เพราะเราจะทำอย่างไร เพื่อให้แบรนด์ที่เอ่ยชื่อมาใครๆ ก็รู้จักนี้ถูกส่งต่อไปจากรุ่นสู่รุ่น รวมทั้งจะทำให้แบรนด์เก่าแก่นี้เข้าไปอยู่ในใจนักดื่มรุ่นใหม่ได้อย่างไร โดยที่ยังอยู่ในกรอบกฎหมาย และเป็นไปตามรูปแบบของบริษัทแม่ ซึ่งมีสำนักงานใหญ่อยู่ที่อัมสเตอร์ดัม ความท้าทายเหล่านี้คือ ความสนุกในการทำงานทุกวัน”


ตลอดระยะเวลาในการบริหารงานจนถึงปัจจุบัน ไข่ตุ๋นได้สร้างสรรค์แคมเปญที่ประสบความสำเร็จมากมาย เพื่อตอกย้ำภาพลักษณ์ความเป็นผู้นำในการเปิดประสบการณ์ที่แปลกใหม่ สู่ผู้บริโภคของไฮเนเก้นได้เป็นอย่างดี อาทิ Heineken Presents Sensation : Wicked Wonderland ปรากฏการณ์ดนตรีระดับโลกของปาร์ตี้ดนตรีอิเล็กทรอนิกส์ที่มีผู้ร่วมงานกว่า 2 หมื่นคน และ Heineken Pop-Up City Lounge ที่จัดขึ้นในช่วงปลายปี 2557 โดยนำเสนอซิตี้เลานจ์สุดล้ำจากแคมเปญระดับโลกของไฮเนเก้น ที่สร้างสรรค์ขึ้นเพื่อมอบประสบการณ์สุดเอ็กซ์คลูซีฟเหนือใคร ทั้งในด้านดีไซน์ อาหารและเครื่องดื่ม พร้อมทั้งดนตรีระดับพรีเมียมตามแบบฉบับของไฮเนเก้น

“ถามว่าการเป็นผู้หญิงหรือการทำงานในวงการแอลกอฮอล์ เป็นข้อจำกัดในการสร้างสรรค์ไอเดียใหม่ๆ มั้ย ไม่นะคะ เพราะไม่ว่าสินค้าประเภทไหนก็มีกรอบที่จำกัดเหมือนกัน เพียงแต่สำหรับสินค้าแอลกอฮอล์ในบ้านเรา อาจมีกฎระเบียบ รายละเอียดบางอย่างที่เราต้องศึกษาให้ดี โชคดีที่ไฮเนเก้นเป็นแบรนด์ที่มีหลักจริยธรรม (Code Of Conduct) ในการทำธุรกิจชัดเจน ทำให้เราสามารถทำงานได้อย่างไม่กดดัน ที่สำคัญการสื่อสารกับผู้บริโภคยุคนี้ ไม่จำเป็นต้องมุ่งเน้นไปที่การบรรยายถึงสรรพคุณของสินค้าเท่านั้น แต่เราพาแบรนด์ไปอยู่ในไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคได้

กับการได้เป็นส่วนหนึ่งในการทำงานกับแบรนด์ระดับโลก ถือเป็นความภาคภูมิใจ ส่วนในอนาคตจะมองหาแบรนด์ที่อยากเข้าไปมีส่วนร่วมอีกหรือไม่ เราไม่ปิดกั้น มาถึงวันนี้ ถ้ามองย้อนกลับไป เซอร์ไพรส์ตัวเองเหมือนกันนะ ที่เรามาไกลจากจุดเริ่มต้น เราอาศัยความรู้และประสบการณ์ทุกอย่างในชีวิตมาใช้กับงาน อย่างที่บอกเราเป็นเด็กกิจกรรมมาตลอด คือ เราไม่ได้มองว่าเรียนไม่สำคัญ การเรียนในห้องเรียนก็สำคัญ เพราะเป็นการปูพื้นฐานสิ่งที่ถูกต้อง แต่การเปิดโลกเปิดประสบการณ์ให้ตัวเอง จะทำให้เราได้ลองผิดลองถูก เรียนรู้ด้วยตัวเอง ซึ่งก็สำคัญไม่แพ้กัน”

ทุกวันนี้ ไข่ตุ๋นในฐานะคุณแม่ลูกหนึ่ง บอกว่า เธอยังมีความสุขกับการทำงานและการใช้ชีวิต ถ้ามีเวลาว่างจากการทำงาน เธอชอบไปกิน เที่ยว ดื่ม เพื่อหาประสบการณ์ใหม่ๆ เวลาว่างที่เหลือยังชอบออกกำลังกาย พาตัวเองไปลองสิ่งใหม่ๆ

“วิธีใช้ชีวิตและทำงานให้มีความสุขของเรานั้นไม่ยากเลย แค่ทำช่วงเวลานี้ให้ดีที่สุด เพราะเราไม่รู้ว่าข้างหน้าอะไรจะเกิดขึ้น” ผู้บริหารสาวกล่าวทิ้งท้าย

แชร์ข่าวนี้

Share on Google+
LINE it!

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ที่สุดบันเทิงในรอบ 7 วัน

  • เปิดอ่าน
  • แสดงความคิดเห็น
  • แชร์