สัมภาษณ์คนดัง

ศุภิกา กมลนาวิน ทำไอศกรีมรสชาติใหม่ด้วยใจรัก

  • 16 มิถุนายน 2560 เวลา 15:21 น.
  • | เปิดอ่าน 2,878
  • | ความคิดเห็น 0
Share on Google+
LINE it!

ศุภิกา กมลนาวิน ทำไอศกรีมรสชาติใหม่ด้วยใจรัก

การที่เราตั้งใจทำสิ่งดีๆ ให้คนอื่นกิน แนตเรียกมันว่าเป็นความรัก คือเรายอมลำบากที่จะทำออกมาอย่างไอศกรีมนี้ก็ไม่ง่าย เพราะทุกอย่างแนตทำเองหมด ไอศกรีมจึงเป็นสิ่งที่แนตถ่ายทอดออกมาเพื่อเป็นตัวแทนความรักที่เรามีให้กับคนที่มาชิม ซึ่งเบื้องต้นเลยเป็นความรักที่เรามอบให้กับคุณพ่อมันจึงพัฒนามาจากตรงนั้น พอเราทำให้พ่อกิน แล้วพ่อมีความสุข เราก็อยากลองทำให้คนอื่นกินบ้าง เมื่อได้เห็นคนกินมีความสุข เราก็มีความสุขตามไปด้วยเช่นกัน

โดย...ภาดนุ ภาพ ทวีชัย ธวัชปกรณ์

แนตตี้-ศุภิกา กมลนาวิน สาวเก่งมากความสามารถ เจ้าของร้านมูลา (Moola) ที่เอกมัย มอลล์ ซึ่งเปิดขายทั้งเมนูอาหารเช้าต่างๆ รวมทั้งไอศกรีมโฮมเมดรสชาติแปลกใหม่หลากหลายรสที่เธอเป็นผู้คิดค้นขึ้นมาเอง

“เดิมทีแนตเรียนจบปริญญาตรีจากคณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พอเรียนจบก็ทำงานเป็นพีอาร์ในบริษัทเอเยนซีแห่งหนึ่ง ซึ่งได้เจ้านายดีและเพื่อนร่วมงานที่ดีมาก แต่โดยเนื้องานแล้วตัวเราเองกลับไม่มีความสุขกับมันสักเท่าไร พอทำอะไรที่ไม่ใช่ตัวเอง ต่อให้เราพยายามแค่ไหนก็ทำได้ไม่ดีเท่าคนที่เกิดมาเพื่องานพีอาร์จริงๆ พอแนตทำงานได้เกือบ 1 ปี จึงเริ่มคิดที่จะลาออก

ก่อนออกก็มานั่งคิดว่าในเมื่อไม่แฮปปี้กับงานประจำแล้ว เราจะทำอะไรดี ด้วยความที่แนตเติบโตมากับครอบครัวใหญ่ ที่มักจะทำอาหารแบ่งปันกันรับประทานในหมู่ญาติๆ เป็นประจำ ตอนนั้นในวัย 22 ปี แนตเลยคิดว่าตัวเองควรจะไปเรียนทำขนมน่าจะดี เพราะโดยส่วนตัวก็ชอบทำขนมอยู่แล้ว แนตเลยขอคุณพ่อไปเรียนทำขนมที่สถาบันเลอกอร์ดอง เบลอ ที่เมืองซิดนีย์ ออสเตรเลีย ใช้เวลาเรียน 1 ปี จนได้ประกาศนียบัตร พร้อมกับลงเรียนคอร์สทำอาหารเพิ่มอีก 1 คอร์ส จากนั้นก็ไปเรียนต่อปริญญาโทด้านฟู้ดแมเนจเมนต์ ที่อังกฤษอีก 1 ปี”

แนตตี้ บอกว่า เมื่อเรียนจบปริญญาโท เธอก็มาไตร่ตรองดูอีกครั้งว่าตัวเองยังจะเหมาะกับการทำงานประจำอีกหรือไม่ เมื่อคำตอบที่ได้คือ “ไม่” เธอจึงตัดสินใจหุ้นกับเพื่อนสนิท เปิดแคทเทอริ่งหรือธุรกิจจัดเลี้ยงขึ้นในปี 2007 ซึ่งถือเป็นเจ้าแรกๆ ที่ทำธุรกิจนี้เลยก็ว่าได้

“หลังจากทำได้ 1-2 ปี เพื่อนที่เป็นหุ้นส่วนของแนตก็เกิดตั้งท้องขึ้นมา คือตอนนั้นแนตรับหน้าที่ทำอาหารและขนม ส่วนเพื่อนคนนี้ทำหน้าที่ติดต่อประสานงานลูกค้า ในเมื่อเพื่อนไม่สามารถทำงานได้ เราจึงต้องหยุดทำธุรกิจนี้ไป จากนั้นแนตก็ไปเป็นอาจารย์สอนภาษาอังกฤษในมหาวิทยาลัย พร้อมกับเรียนปริญญาโทสาขาวรรณคดีอังกฤษที่คณะอักษรศาสตร์ จุฬาฯ ควบคู่ไปด้วยจนจบ ต่อด้วยการเป็นบรรณาธิการนิตยสาร Touch อีก 3 ปี

เมื่อเลิกทำนิตยสารไป แนตจึงเริ่มโฟกัสไปที่การทำขนมที่ตัวเองเรียนมาอีกครั้ง แต่จะไม่ค่อยชอบทำขนมประเภทที่ต้องใช้เตาอบสักเท่าไร ประกอบกับช่วงนั้นคุณพ่อชอบกินไอศกรีมมาก แนตก็เลยนึกถึงไอศกรีมรสคาราเมล บัตเตอร์ สกอตช์ ที่เคยกินตอนอยู่อังกฤษขึ้นมา เลยคิดอยากทำไอศกรีมรสนี้ให้คุณพ่อกิน แนตจึงเริ่มคิดค้นสูตรเอง โดยคิดอยู่ถึง 3 ปี (หัวเราะ) ศึกษาจากหนังสือบ้าง อินเทอร์เน็ตบ้าง ลองผิดลองถูกเป็นร้อยครั้ง ในที่สุดก็คิดสูตรไอศกรีมคาราเมล บัตเตอร์ สกอตช์ ของตัวเองได้สำเร็จ”

แนตตี้ บอกว่า เมื่อนำไปให้เพื่อนๆ และญาติๆ ชิม ทุกคนลงความเห็นว่าอร่อย เธอจึงเปิดร้านไอศกรีมโฮมเมดที่ชื่อ “บัตเตอร์ สกอตช์” ขึ้นที่เอกมัย มอลล์ (ปากซอยเอกมัย 10) โดยร้านนี้เน้นขายไอศกรีมรสชาติแปลกใหม่และวาฟเฟิลเป็นหลัก


“หลังจากเปิดร้านไอศกรีมได้ 1 ปีก็ปิดไป เพราะแนตตั้งใจจะเปิดร้านใหม่ที่ขายทั้งอาหารเช้าเมนูต่างๆ และไอศกรีมไปพร้อมกัน ล่าสุดจึงมาลงเอยด้วยร้านมูลา ที่เปิดมาได้ 2-3 เดือนแล้ว ก็ได้รับฟีดแบ็กที่ดี ซึ่งแนตขอยกเครดิตทั้งหมดให้หุ้นส่วนและพนักงานในร้านทุกคนเลยค่ะ ลูกค้าส่วนใหญ่มักเป็นชาวต่างชาติ ทั้งชาวญี่ปุ่นและฝรั่งที่อาศัยอยู่ในเมืองไทย รวมทั้งนักท่องเที่ยวด้วย

นอกจากเมนูอาหารเช้าต่างๆ ที่มีขนมปังโฮมเมดที่เราทำเองแล้ว ยังมีแยมผลไม้หลายรสชาติ เช่น มะม่วง-สตรอเบอร์รี่-แบล็กเบอร์รี่, พีช-แมงโก้, ลิ้นจี่-ราสพ์เบอร์รี่ และอื่นๆ ขายเป็นกระปุกอีกด้วย

กลับมาที่การทำไอศกรีมโฮมเมดบ้าง ล่าสุดไอศกรีมที่แนตคิดค้นสูตรขึ้นเองมีหลายรสชาติมาก อาทิ รสเบคอนชีส รสวานิลลา-ราสพ์เบอร์รี่-เมอแรง รสตรอเบอร์รี่-บัลซามิก-วิเนก้า รสโยเกิร์ต วิธ เจลลี่ รสลำไย-ข้าวเหนียว ฯลฯ ซึ่งไอศกรีมแต่ละรสชาติจะใช้นมวัวสดใหม่จากฟาร์มที่ จ.ลพบุรี และเลือกครีมอย่างดีที่มีคุณภาพสูง และน้ำตาล นำมาเป็นส่วนผสมหลัก รวมกับผลไม้สดชนิดอื่นๆ แล้วจึงนำไปปั่น ก็จะทำให้เนื้อไอศกรีมเนียน ไม่เป็นเกล็ดน้ำแข็ง”

แนตตี้เสริมว่า ตอนนี้ที่ร้านมีไอศกรีมทั้งหมด 11 รสชาติด้วยกัน แต่ในอนาคตเธออาจจะคิดค้นรสชาติใหม่ๆ ออกมาอีกเรื่อยๆ อย่างที่เพิ่งทำออกขายในสัปดาห์ไอศกรีมไทยของร้าน ก็มีทั้ง รสนมเย็น-แมงลัก รสข้าวเหนียวดำ และรสข้าวเม่า ซึ่งผลตอบรับของลูกค้าค่อนข้างดี เพราะลูกค้าไม่เคยเจอไอศกรีมรสชาติแบบนี้มาก่อน

“แนตว่าถ้าเราทำไอศกรีมรสนมได้อร่อยแล้ว ต่อไปเราก็จะสามารถปรับหรือสร้างสรรค์ไอศกรีมสูตรใหม่ๆ เพิ่มขึ้นได้อีกหลายรสชาติ ในอนาคตแนตคิดไว้ว่าอาจจะเพิ่มไอศกรีมซอร์เบตขึ้นมาหลายๆ รส เพราะทุกวันนี้ก็มีลูกค้ามาถามหากันเยอะ ไอศกรีมร้านเราขายไม่แพงมาก เริ่มต้นที่สกู๊ปละ 65-70 บาท ซึ่งต้องบอกเลยว่าไม่ได้กำไรหรอกค่ะ (ยิ้ม) เพราะเราใช้ของดีๆ มาเป็นส่วนผสมทุกชนิดเลย เรียกว่าแค่ได้ต้นทุนกลับคืนมาก็ดีแล้ว จุดประสงค์สำคัญคือแนตอยากให้ลูกค้าได้กินไอศกรีมอร่อยๆ รสชาติแปลกใหม่ซะมากกว่า

The Giraffe

ส่วนผสม

- แป้งโคนวาฟเฟิลชนิดแผ่น 2 แผ่น
- ไอศกรีมวานิลลา ช็อกโกแลต และสตรอเบอร์รี่-บัลซามิก
- บราวนี่โฮมเมดหั่นเป็นชิ้นสี่เหลี่ยม 4-5 ชิ้น
- ซอสราสพ์เบอร์รี่โฮมเมด
- ซอสวานิลลามาดากัสการ์โฮมเมด
- วิปครีมและอัลมอนด์

วิธีทำ

- นำแป้งโคนวาฟเฟิลวางบนถ้วยไอศกรีมเป็นชั้นแรก จากนั้นตักไอศกรีมวานิลลาและช็อกโกแลตอย่างละ 1 สกู๊ปวางลงบนแป้งโคนวาฟเฟิล
- ราดซอสราสพ์เบอร์รี่รอบๆ แผ่นแป้งวาฟเฟิล วางก้อนบราวนี่ 4 ก้อน 4 มุมบนแผ่นแป้ง
- จากนั้นนำแผ่นแป้งอีก 1 แผ่นวางซ้อนบนไอศกรีมทั้งสองสกู๊ป แล้วตักไอศกรีมรสสตรอเบอร์รี่-บัลซามิก วางบนแผ่นแป้งอีกที ราดด้วยซอสราสพ์เบอร์รี่และซอสวานิลลามาดากัสการ์รอบแผ่นแป้ง วางบราวนี่อีก 1 ก้อนข้างๆ ไอศกรีม
- ตกแต่งด้านบนไอศกรีมด้วยวิปครีมและท็อปปิ้งด้วยอัลมอนด์อีกที พร้อมเสิร์ฟได้เลย

แชร์ข่าวนี้

Share on Google+
LINE it!

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ที่สุดบันเทิงในรอบ 7 วัน

  • เปิดอ่าน
  • แสดงความคิดเห็น
  • แชร์