สัมภาษณ์คนดัง

ทศพล ไหลมา สุขภาพดีคือเรื่องสำคัญของคนทุกวัย

  • 04 กรกฎาคม 2560 เวลา 12:53 น.
  • | เปิดอ่าน 1,966
  • | ความคิดเห็น 0
Share on Google+
LINE it!

ทศพล ไหลมา สุขภาพดีคือเรื่องสำคัญของคนทุกวัย

โดย...อณุสรา ทองอุไร ภาพ กฤษณ์ พรหมสาขา ณ สกลนคร

เขาเป็นตัวแทนของผู้ชายวัยทำงาน ที่ใส่ใจกับสุขภาพและการออกกำลังกายอย่างจริงจัง เขาเล่นกีฬาหลายประเภท เนื่องจากมีคุณแม่เป็นสัตวแพทย์ที่ให้ความสำคัญในเรื่องการดูแลเรื่องอาหารการกินมาตั้งแต่เขายังเป็นเด็กๆ และส่งเสริมให้เขารักกีฬา เขาจึงเห็นความสำคัญในเรื่องการเลือกอาหารการกินอยู่พอสมควร แม้ในวัย 30 ปลายๆ ร่างกายเขาก็แน่นไปด้วยกล้ามเนื้อ แทบจะไม่มีไขมันให้รำคาญตาเลยสักเล็กน้อย

โอม-ทศพล ไหลมา ผู้บริหาร บริษัท เจแอลซี แดรี่ฟู้ด เจ้าของแบรนด์แล็คโยเกิร์ต โฮมเมด ทางด้านการศึกษานั้นเขาจบวิศวกรรมศาสตร์ ทำงานสักพักเขาก็ไปเรียนต่อปริญญาโทที่ต่างประเทศ โดยความสนใจอย่างแท้จริงของเขานั้นชอบงานด้านธุรกิจและอยากเรียนด้านบริหารมากกว่า แต่ในขณะเดียวกัน คุณพ่อของเขานั้นเป็นทหาร เขาก็มีคุณพ่อเป็นโรลโมเดล ก็เลยเลือกเป็นทหารเรือตามอย่างคุณพ่อ

เขาเกิดและเติบโตที่เชียงใหม่ จนกระทั่งมาเรียนหนังสือที่กรุงเทพฯ ก็พำนักอยู่ที่กรุงเทพฯ โดยตลอด เขาเล่าว่าตอนเขาเป็นเด็กอยู่ที่เชียงใหม่นั้น คุณแม่ของเขาทำโยเกิร์ตธรรมชาติให้เขารับประทานเอง โยเกิร์ตของคุณแม่อร่อยจนมีคนมาขอซื้อกันเยอะจนแทบจะไม่พอขาย เป็นโยเกิร์ตแบบโฮมเมดทำเองกับมือครั้งละไม่มาก จำได้ว่ามียอดจองทุกครั้งที่ทำไม่เคยพอสักครั้ง ซึ่งคุณแม่ทำเพื่อให้คนในครอบครัวรับประทาน ถ้าเหลือจึงจะขาย แต่ออร์เดอร์จองมีล้นทุกวัน คุณแม่เลยต้องทำขายเกือบทุกวัน ก็ขายดิบขายดี เขาก็มีหน้าที่ช่วยคุณแม่แพ็กของส่งของตั้งแต่เด็ก

จนกระทั่งเรียนจบเป็นนายทหารเรือและเป็นทหารจนกระทั่งไปเรียนต่อปริญญาโทแล้วสนใจด้านธุรกิจ คิดว่าควรจะหาธุรกิจเล็กๆ แต่ดีมีประโยชน์ทำบ้าง เป็นงานอดิเรกทำช่วงวันหยุด

เขาจึงนึกถึงโยเกิร์ตฝีมือคุณแม่ โดยทำเป็นโยเกิร์ตโฮมเมดเช่นเดิม “โยเกิร์ตสูตรคุณแม่ทำจากนมสดแท้ๆ เป็นโยเกิร์ตระดับพรีเมียมเน้นตลาดระดับบนแบบนิชมาร์เก็ต ซึ่งเน้นขายสมาชิกและซูเปอร์มาร์เก็ตระดับพรีเมียม เป็นสเตอริไลซ์ โยเกิร์ต กำลังการผลิตเพียง 5,000 ขวด/วัน

“ที่ผมเลือกทำธุรกิจนี้ เพราะสนใจเรื่องสุขภาพ ต้องการนำเสนอของดีกับร่างกายและเป็นของคุณภาพดี คือเรากินเองอย่างไรเราก็ทำขายอย่างนั้น เพราะผมเป็นคนระมัดระวังและเลือกกิน เพราะอยากมีสุขภาพที่ดี อะไรที่ไม่ดีกับร่างกายก็พยายามเลี่ยงไม่กิน” เขาเล่าให้ฟังอย่างตั้งใจ

เขาอธิบายต่อไปว่าที่เลือกทำธุรกิจนี้เพราะมองว่า สุขภาพเป็นเรื่องสำคัญใครๆ ก็อยากมีสุขภาพดี สุขภาพดีมาจากการกินและการออกกำลังกาย เขาจึงเริ่มที่ของกิน เพราะโยเกิร์ตเป็นของกินที่ดีต่อสุขภาพ รสชาติดี อร่อยกินง่าย ราคาไม่แพง สะดวกจะกินตอนไหนก็ได้ จะกินคู่กับอะไรก็ได้ เหมาะสำหรับทุกเพศทุกวัย

โยเกิร์ตของเขานั้นทำจากนมโคสดแท้ 100 เปอร์เซ็นต์ มีน้ำตาลต่ำเพียง 3 เปอร์เซ็นต์ เนื่องจากจุลินทรีย์ดีจะต้องการน้ำตาลน้อยรสชาติจึงออกเปรี้ยวมากกว่าหวาน เพราะน้ำตาลน้อย มีสองรสชาติคือชาเขียว กับรสธรรมชาติแบบดั้งเดิม และปลายปีนี้เขาจะเพิ่มรสใหม่อีก 1-2 รส โดยเขามีจุดขายเป็นโยเกิร์ตออร์แกนิกมีความเป็นธรรมชาติปรุงแต่งน้อย

แม้ว่าจะเกิดมาในครอบครัวราชการ ไม่ได้เกิดมาในครอบครัวของคนทำธุรกิจ เขาบอกว่าก็ไม่ใช่อุปสรรค เพราะเขายังหาความรู้เพิ่มเติมจากการอ่านหนังสือการบริหารและการฟังอยู่เสมอ อีกทั้งงานประจำที่เขาทำอยู่นั้นก็อยู่ทางฝ่ายการวางแผนกลยุทธ์อยู่แล้ว และเขาก็ชอบเรื่องธุรกิจมาตั้งแต่เด็ก

นอกจากมีใจรักจะทำธุรกิจเล็กๆ เพื่อสุขภาพแล้ว เขาเชื่อว่าเทรนด์ของสุขภาพยังเป็นเรื่องที่ได้รับความสนใจ เนื่องจากใครๆ ก็อยากมีสุขภาพที่ดี กระแสสุขภาพยังมาแรงอย่างต่อเนื่อง การทำธุรกิจที่มีแนวโน้มดี มีทิศทางการเติบโตที่ดีทำให้เขามีความมั่นใจมากยิ่งขึ้น ซึ่งเขาเริ่มทำธุรกิจนี้มาได้เกือบ 2 ปี ก็ถือว่ามีแนวโน้มดีขึ้นมาโดยตลอด แถมยังมีคุณแม่ผู้มีประสบการณ์เป็นกำลังหลักในการดูแลการผลิต

อีกทั้งตัวเขาเองก็เข้ามาดูแลการทำงานอย่างใกล้ชิดทุกขั้นตอน และเขาเชื่อว่าธุรกิจจะโตขึ้นเรื่อยๆ และเขาจะขยายงานมากขึ้นในอีก 1-2 ปีข้างหน้านี้ สำหรับเงินลงทุนก้อนแรกที่เขาเริ่มธุรกิจก็เกือบ 10 ล้านบาท มียอดขายปีที่แล้วเกือบ 6 ล้านบาท ส่วนปีนี้ตั้งเป้ายอดขายไว้ที่ 10 ล้านบาท เนื่องจากเขามั่นใจว่าผลิตภัณฑ์ที่เขาทำนั้นมันดีและเป็นมิตรกับสุขภาพ ที่สำคัญน้ำตาลน้อยกว่าทุกแบรนด์ที่อยู่ในตลาดตอนนี้ แม้การแข่งขันจะรุนแรง แต่เขามั่นใจว่าถ้าผลิตภัณฑ์ใดดีจริงคุณภาพเหมาะสมกับราคาก็จะอยู่ในตลาดได้อย่างยาวนาว

ทศพล ยังเล่าต่อไปถึงหลักการบริหารงานของเขาว่า สำหรับตัวเขาเองนั้นคิดว่าการเป็นผู้นำที่ดีต้องมีวิสัยทัศน์และมีเป้าหมายในการทำงานที่ชัดเจน ดูภาพรวมขององค์กรได้ทั้งความกว้างและลึก โดยเขารับผิดชอบทั้งการตลาด การผลิต การจัดจำหน่าย เขามีโปรโมชั่นสั่ง 1 โหลส่งฟรีในเขตกรุงเทพฯ

“บริษัทของผมเพิ่งเริ่มต้นมีพนักงานเพียง 10 กว่าคน เราบริหารงานแบบพี่กับน้องเหมือนคนในครอบครัว แน่นอนว่าในอนาคตเราจะต้องเติบโตมากกว่านี้ มีทีมงานมากกว่านี้ แต่เราจะยังคงรักษาวัฒนธรรมองค์กรแบบนี้ไว้เป็นเพราะวัฒนธรรมองค์กรที่อบอุ่นแบบไทย” เขากล่าวด้วยรอยยิ้ม

สำหรับแผนการในอนาคตอันใกล้นี้เขาจะขยายไลน์สินค้าเพิ่มขึ้นอีก 2-3 ชนิด เช่นไอศกรีมโยเกิร์ต หรือรสชาติใหม่ๆ รวมทั้งขยายตลาดส่งออกไปต่างประเทศในย่านประเทศเพื่อนบ้าน เช่น ลาว เมียนมา

แม้ว่าจะอยู่ในระยะสร้างเนื้อสร้างตัวเริ่มต้นทำธุรกิจของตัวเองในวัย 38 ปี พร้อมที่จะลุยงานอย่างเต็มที่ทั้งงานประจำและงานเสริม เขาก็ยังคงแบ่งเวลาไว้สำหรับการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอต่อเนื่องทั้งเข้าฟิตเนส  วิ่ง ตีกอล์ฟ เนื่องจากยังโสดเขาจึงบริหารเวลาได้อย่างลงตัวระหว่างงานและการออกกำลังกาย

นอกจากนี้ เขายังสนใจเรื่องการศึกษาพุทธศาสนาเพิ่มเติม เพราะคนไทยส่วนใหญ่จะนับถือศาสนาพุทธตามคุณพ่อคุณแม่มาตั้งแต่เด็ก ฟังอะไรมาก็ผ่านหูไปโดยไม่ได้ลงมือศึกษาจริงจัง ในบางช่วงของชีวิตที่รู้สึกเหนื่อยหรือหมดกำลังใจ เขาจึงเริ่มหันมาศึกษาพุทธศาสนาอย่างจริงจัง และเริ่มปฏิบัติธรรมบ่อยขึ้น ทุกครั้งที่มีโอกาสเข้าจะไปเข้าคอร์สปฏิบัติธรรม

เขาเล่าว่าสมัย 10 ปีที่แล้วเขาเป็นคนที่ตึงกับชีวิตมาก ไม่ยืดหยุ่นเท่าไรนัก ต้องการความสมบูรณ์แบบไปเสียทุกอย่างสุดโต่งมากมีแต่ขาวกับดำไม่มีพื้นที่สีเทาในสมองเลย แต่ชีวิตจริงมันไม่ใช่แบบนั้น หลายครั้งทำให้เกิดความเครียด เขาจึงเริ่มหาวัคซีนใจให้กับตัวเอง ด้วยการไปศึกษาธรรมะอย่างลึกซึ้งมากขึ้น เพียงระยะเพียงปีกว่าเขาก็สามารถนำธรรมะมาบำบัดจิตใจให้คลายทุกข์ไปได้มาก ตั้งแต่นั้นมาเขาจึงเริ่มศึกษาธรรมะอย่างต่อเนื่องตลอดเวลา 3-4 ปีที่ผ่านมา ทำให้จิตใจสงบ ปล่อยวาง ไม่วุ่นวายและหายทุกข์ไปได้มาก

“เพราะเราอยากเป็นที่ 1 ในทุกสิ่งที่ทำ พอทำไม่ได้ทุกครั้งมันก็เครียด ผิดหวัง แล้วก็แบกความคาดหวังนั้นไว้จึงทุกข์ แต่พอพบสัจธรรมว่าไม่มีใครเป็นที่ 1 ได้ตลอดกาล แต่ใช้ชีวิตแบบคนธรรมดาๆ พอเพียงสายการ รู้จักหน้าที่ความรับผิดชอบแล้วพยายามทำให้ดีก็เพียงพอแล้ว ไม่ต้องเป็นที่ 1 ไม่ต้องแสวงหาการยอมรับมากนักก็ได้ เป็นสุขในทุกจุดที่ยืนก็เพียงพอแล้ว ตอนนั้นจัดการกับชีวิตไม่ได้ เมื่อศึกษาธรรมะได้พบทางที่ทำให้เบาสบายคลายทุกข์ไปได้เยอะธรรมสอนให้เดินสายกลางไม่มาก ไม่น้อยเกินไปและควรมองโลกด้วยความเป็นจริง” เขากล่าวทิ้งท้ายอย่างมีความสุข

แชร์ข่าวนี้

Share on Google+
LINE it!

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ที่สุดบันเทิงในรอบ 7 วัน

  • เปิดอ่าน
  • แสดงความคิดเห็น
  • แชร์