สัมภาษณ์คนดัง

ใบเตย อาร์สยาม VS ลุกซ์ ชาญวิทย์ พี่น้องคู่ซี้...เรามีกันและกันเสมอ

  • 02 กันยายน 2560 เวลา 13:45 น.
  • | เปิดอ่าน 5,558
  • | ความคิดเห็น 0
Share on Google+
LINE it!

ใบเตย อาร์สยาม VS ลุกซ์ ชาญวิทย์ พี่น้องคู่ซี้...เรามีกันและกันเสมอ


โดย ภาดนุ ภาพ : ภัทรชัย ปรีชาพานิช 

ลุกซ์-ชาญวิทย์ ทวีสิน (วัย 25 ปี) คือน้องแท้ๆ คนเดียวของนักร้องสาวคนดัง ใบเตย อาร์สยาม (สุธีวัน ทวีสิน) หลังจากจบปริญญาตรี คณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ (เกียรตินิยมอันดับ 1) เขาก็ได้ทุนเรียนต่อปริญญาโท สาขาสื่อสารการตลาด คณะนิเทศศาสตร์ ที่มหาวิทยาลัยเดิม จนตอนนี้ก็ใกล้จะจบปริญญาโทแล้ว

ลุกซ์ พูดถึง ใบเตย 

“ตอนนี้นอกจากเรียนแล้ว หลักๆ ชีวิตลุกซ์จะอยู่กับพี่เตยซะส่วนใหญ่ เรียกว่าคอยติดตามช่วยเหลือนาง ตัวติดกันตลอดเวลา แม้พี่เตยจะมีผู้จัดการส่วนตัวแล้วก็ตาม แต่ด้วยความเป็นพี่น้องที่สนิทกันมากตั้งแต่เด็กๆ ลุกซ์ก็จะทำหน้าที่ไปรับไปส่ง พาพี่เตยไปนู่นไปนี่ หรือไปทำธุระที่ไม่เกี่ยวกับงานด้วย พูดง่ายๆ ว่าตัวติดกันประหนึ่งพี่น้องฝาแฝดเลยก็ว่าได้ (หัวเราะ)

 "ด้วยความชอบในเรื่องเสื้อผ้าและแฟชั่นเป็นการส่วนตัว หลังๆ มานี้ลุกซ์จะดูแลเสื้อผ้าให้พี่เตยด้วย ความที่เราไม่ใช่ผู้หญิง มันแต่งไม่ได้ไง (หัวเราะ) ก็เลยจับพี่สาวมาแต่งตัวให้สวยแซ่บในแบบฉบับที่เราคิดว่าดี ถามว่าบางตัวที่เลือกให้ พี่เตยถูกใจมั้ย บางทีนางก็ไม่ได้ชอบนะ (หัวเราะ) สุดท้ายแล้วนางก็ต้องเป็นผู้ตัดสินใจอีกที ว่าเสื้อผ้าที่เราเตรียมให้นั้นเหมาะกับนางหรือเปล่า ลุกซ์จะเตรียมไว้สัก 2-3 ตัว ถ้ารู้สึกว่าเหมาะนางก็จะใส่เอง”

 ลุกซ์บอกว่า ที่ผ่านมาเขาเคยก้าวเข้ามาในวงการบันเทิงแว่บๆ โดยเล่นภาพยนตร์มา 1เรื่องเมื่อปีที่แล้ว แล้วยังเคยเข้าประกวดเดอะสตาร์ปี 12 จนติดรอบ 16 คนสุดท้ายด้วย

 “หลังจากประกวดเดอะสตาร์ฯ ก็มีงานเข้ามาเรื่อยๆ เช่น เชิญไปออกรายการเกมส์โชว์บ้างประปราย เรียกว่าเข้าวงการมาครึ่งตัว ความจริงลุกซ์เคยคิดอยากจะเปิดร้านเสื้อผ้าเหมือนกัน ช่วงนี้ก็กำลังสร้างฐานคนที่ชื่นชอบเสื้อผ้าสไตล์เราโดยโพสต์ลงในไอจี ถ้ามีคนมาฟอลโลว์เราเยอะๆ ก็น่าจะเป็นฐานของลูกค้าเราได้ในอนาคต ซึ่งอาจจะเป็นเสื้อผ้าสไตล์เฟมินีนหน่อย

"กลับมาที่พี่เตย ด้วยความที่เราสองคนโตมาด้วยกัน เราจึงสนิทกันมาก ชีวิตลุกซ์จะไม่มีวันนี้ได้เลย ถ้าไม่มีพี่เตย เพราะนางเป็นเสาหลักของครอบครัวเลยก็ว่าได้ เราทุกคนสุขสบายได้ก็เพราะพี่เตย สิ่งที่อยากบอกพี่เตยก็คือ ขอบคุณมากๆ ที่ดูแลทุกคนในบ้านและดูแลลุกซ์มาอย่างดี ไม่มีอะไรจะตอบแทนได้ดีเท่าอยู่กับพี่เตย และสัญญาว่าจะดูแลกันแบบนี้ตลอดไป จนกว่าพี่เตยจะแต่งงานมีครอบครัวไป และไม่ต้องการเราแล้ว” (หัวเราะ)

 ลุกซ์บอกว่า เขาและพี่สาวไม่ค่อยทะเลาะกันสักเท่าไหร่ จำได้ว่าครั้งสุดท้ายที่ทะเลาะกันคือเด็กมาก คือทะเลาะกันเพราะแย่งขนม พอโตมาก็ไม่ค่อยทะเลาะกันมากนัก อาจมีบ้างที่ปรี๊ดแตกใส่กัน แล้วแกล้งด่ากันว่า “อีดอกไม้” บ้าง ซึ่งคนทั่วไปอาจมองว่าแรง แต่นั่นก็เพราะทั้งคู่รักและสนิทกันมาก จึงดูเหมือนเพื่อนซี้กันซะมากกว่า

 “ความเป็นห่วงในตัวพี่เตย ถ้าถามลุกซ์ตอนนี้ ความเป็นห่วงในตัวนางก็ลดน้อยลงไปเยอะ เพราะพี่เตยเป็นผู้ใหญ่แล้ว จึงคิดอะไรรอบคอบขึ้น อีกอย่างพี่เตยจะเชื่อลุกซ์ทุกอย่าง เรียกว่าชีวิตนี้ไม่เคยเชื่อใคร แต่นางเชื่อน้องเสมอ (หัวเราะ) ตัวเราก็ยังยึดหลักว่าเราเป็นคนที่หวังดีกับนางที่สุด บางทีลุกซ์ก็คิดแทนเหมือนเป็นตัวนางเองเลยนะ คือแนวโน้มความคิดของเราทั้งสองคนจะไปในทิศทางเดียวกัน จึงไม่ค่อยมีปัญหา

 "สำหรับเรื่องของสุขภาพ เดี๋ยวนี้ก็ไม่น่าเป็นห่วง ไม่เหมือนเมื่อหลายปีก่อนนู้น ที่พี่เตยป่วยเป็นนู่นนี่นั่นบ่อยมาก มีทั้งไซนัส เกล็ดเลือดต่ำ ปัญหาระบบภายในของผู้หญิง ก็เพราะนางทำงานหนัก แล้วร่างกายอ่อนแอ พักผ่อนน้อย แต่ตอนนี้พี่เตยปรับเปลี่ยนการใช้ชีวิต ดูแลตัวเอง และรักตัวเองมากขึ้น ก็เลยไม่น่าห่วง หลังๆ นางจะเลือกรับงานและบริหารเวลาได้ดีขึ้น สุขภาพก็เลยดีขึ้นตามไปด้วย”

 ส่วนเรื่องความรักของพี่สาว ลุกซ์บอกว่ายิ่งไม่น่าเป็นห่วง เพราะดีเจแมน-พัฒนพล กุญชร ณ อยุธยา ก็รักและดูแลพี่สาวได้ดี พอเห็นแบบนี้ก็รู้สึกโอเคกับว่าที่พี่เขยคนนี้มาก

 “สิ่งที่ลุกซ์ประทับใจในตัวพี่เตย อย่างที่บอกว่านางเป็นเสาหลัก ดูแลทุกคนในครอบครัว ซื้อบ้านให้พ่อแม่ที่ จ.นครศรีธรรมราช ซื้อบ้านที่กรุงเทพฯ ซื้อรถให้เรา ซื้อรถของนางเอง เรียกว่าดูแลความเป็นอยู่ของทุกคนเป็นอย่างดี คือเรารู้ว่าพี่สาวรักเรา รักพ่อรักแม่ แค่นี้ก็ประทับใจไม่รู้ลืม แม้จะมีใครเข้ามาในชีวิต แต่นางก็ไม่เคยทำให้ครอบครัวรู้สึกขาดความรักหรือห่างเหินกันเลยละ

 "ในความน่ารักของนางก็แอบมีเรื่องเปิ่นๆ ให้ขำเหมือนกัน คือพี่เตยจะเป็นคนที่ไม่คิดอะไรเลย เป็นคนสบายๆ เรื่อยๆ จนกระทั่งเราต้องเตือนว่า พี่เตยต้องคิดอะไรบ้างนะในแต่ละเรื่องของชีวิต คือพี่เตยจะเป็นคนโลกสวย มองโลกในแง่ดี ซึ่งตรงข้ามกับลุกซ์ที่จะนิสัยเหมือนผู้หญิง แต่พี่เตยจะนิสัยแมนๆ เหมือนว่าเราสลับขั้วกัน แต่พออยู่ด้วยกันก็กลับเป็นความลงตัวได้เหมือนกัน สำหรับเราสองคนคงไม่มีอะไรที่ต้องเปลี่ยน”

 ด้าน ใบเตย-สุธีวัน ทวีสิน (วัย 29 ปี) พี่สาวที่แสนดี ซึ่งเร็วๆ นี้ก็กำลังจะมีผลงานภาพยนตร์ไทยแนวโรแมนติก-คอเมดี้ เรื่องใหม่กับค่ายพระนครฟิล์ม “ดอกฟ้ากับหมาแจ๊ส” ซึ่งเธอเป็นนางเอกเรื่องแรกในชีวิต คู่กับพระเอกสายฮา แจ๊ส ชวนชื่น ที่น่าจะเข้าฉายช่วงปลายปีนี้ ส่วนงานเพลงก็กำลังจะมีซิงเกิ้ลใหม่ให้แฟนๆ ได้ฟังกันเร็วๆ นี้เช่นกัน แถมตอนนี้ยังออกผลิตภัณฑ์ใหม่ของตัวเองเป็นแป้งพัฟฟ์ทาหน้าแบรนด์ Zasa by Charm อีกด้วย ติดตามได้ที่ IG : bitoeyrsiam

ใบเตย พูดถึง ลุกซ์

 “น้องลุกซ์เป็นคนที่น่ารักมากมาตั้งแต่เด็กๆ แล้ว เขาเกิดมาพร้อมความน่ารักเลยค่ะ โตมาเตยก็เห็นเขาเต้นและทำกิจกรรมมาตั้งแต่เด็กๆ เลยละ ทุกวันนี้เห็นหน้ากันแล้วรู้สึกว่าเหมือนมีพี่น้องฝาแฝด ที่อีกคนผมสั้น แต่อีกคนผมยาว (หัวเราะ) ตอนเด็กๆ น้องลุกซ์ซนมาก แล้วเตยจะเป็นพี่ประเภทที่ชอบแกล้งน้อง เขาก็จะรำคาญ ก็เรามีน้องคนเดียว เราก็รัก แถมตอนเด็กๆ เตยยังชอบจับลุกซ์แต่งตัวเป็นผู้หญิงด้วย คืออยากมีน้องผู้หญิงไงคะ เขาก็เลยโตมาเป็นแบบนี้ (หัวเราะ)

 "การที่เรามีน้องคนเดียว ในความรู้สึกเตยก็เหมือนคุณแม่ที่มีลูก เราก็อยากให้ลูกรักของเราประสบความสำเร็จในชีวิต เตยจึงพยายามสนับสนุนน้องทุกอย่าง โดยเฉพาะด้านการศึกษา ซึ่งตอนนี้ก็หายห่วงได้แล้ว เพราะเขาก็ใกล้เรียนจบปริญญาโทแล้ว ส่วนการใช้ชีวิตเราก็ต้องดูแลกันให้ดีต่อไป พูดได้เต็มปากเลยว่าลุกซ์ไม่เคยทำให้ครอบครัวผิดหวัง เพราะเขาเป็นเด็กดี เรียนเก่ง ก็เลยต้องสนับสนุนเต็มที่ค่ะ ที่สำคัญเตยเชื่อว่าเขาดูแลตัวเองได้ เพราะการเกิดเป็นคน ถ้ามีความดีและความฉลาด รับรองเลยว่าคนคนนั้นเอาตัวรอดได้ ซึ่งคุณสมบัติ 2 ข้อนี้น้องลุกซ์มีครบเลย” (ยิ้ม)

 ใบเตยบอกว่า ปัจจุบันก็ไม่มีเรื่องอะไรน่าห่วงสำหรับน้องคนนี้ เพราะยังไง้ ยังไง ทั้งคู่ก็ตัวติดกันอยู่เสมอ แม้เธอจะมีแฟน แต่ก็ยังตัวติดกับน้องอยู่ตลอด เรียกว่าชีวิตนี้ขาดกันไม่ ได้เลย ลุกซ์เคยบอกว่า ถึงแม้เธอจะแต่งงานมีลูกไปแล้ว เขาก็จะไปช่วยเลี้ยงดูหลานอยู่ดี

 “เห็นเราสองคนนิสัยร่าเริง สนุกสนานแบบนี้ ชนะทุกเรื่องในชีวิต แต่มีอยู่เรื่องเดียวที่เราทั้งคู่มักจะแพ้ นั่นก็คือ การมีความรักหรือมีแฟน เพราะทุกครั้งที่เราทั้งคู่ผิดหวังเรื่องความรักนะ เราเสียใจปางตาย ไม่ได้เข้มแข็งเหมือนภาพที่เห็น เห็นน้องร่าเริงแบบนี้นะ ถ้าเห็นตอนเขาอกหักเนี่ย เขาร้องไห้ 3 วัน 3 คืนเลยละ (หัวเราะ) ความเข้มแข็งหายไปหมดสิ้น ตัวอ่อน เข่าพับ คืออาการนี้เราทั้งคู่เป็นเหมือนกันเลย แต่ดีที่ไม่ได้เป็นพร้อมกัน ไม่งั้นคงสนุกน่าดู

 "สิ่งที่เตยประทับอีกอย่างก็คือ น้องลุกซ์จะพูดอะไรตรงๆ ถ้าหวังดีกับใคร เขาก็จะพูดตรงสุดๆ กับคนคนนั้นไปเลย ผิดกับเตยที่บางครั้งอาจจะไม่ค่อยกล้าพูด แต่จะค่อยๆ ติดตามดูต่อไปด้วยความหวังดี ตรงข้ามกับลุกซ์ สิ่งไหนถูก สิ่งไหนผิด เขาก็จะพูดตรงๆ ไปเลย อย่างเพื่อนเตยคบแฟน แล้วแฟนเพื่อนนิสัยไม่โอเค เตยก็จะไม่กล้าเตือนเพื่อน แต่น้องลุกซ์รู้จักกับเพื่อนคนนี้ด้วยไง เขาก็เลยพูดตรงๆ ซึ่งเพื่อนเราก็ไม่โกรธเขานะ นี่คือเรื่องที่เตยเองก็ยังเซอร์ไพรส์เลยที่น้องลุกซ์กล้าพูด”

 ใบเตยทิ้งท้ายว่า มีสิ่งที่เธอห่วงน้องอยู่อย่างหนึ่ง แต่ออกแนวขำๆ คือลุกซ์เป็นคนขี้ลืมมาก แค่ปีเดียวทำโทรศัพท์มือถือหายไปถึง 4 เครื่อง ทำหล่นหายบ้าง ลืมไว้บนแท็กซี่บ้าง และอื่นๆ ซึ่งถ้าลุกซ์หัดระมัดระวังให้มากขึ้นอีกนิด คงจะดีกว่านี้แน่นอน

แชร์ข่าวนี้

Share on Google+
LINE it!

ที่สุดบันเทิงในรอบ 7 วัน

  • เปิดอ่าน
  • แสดงความคิดเห็น
  • แชร์