สัมภาษณ์คนดัง

พลากร ผินทอง เชฟเบเกอรี่สุดครีเอท

  • 08 กันยายน 2560 เวลา 14:00 น.
  • | เปิดอ่าน 1,102
  • | ความคิดเห็น 0
Share on Google+
LINE it!

พลากร ผินทอง เชฟเบเกอรี่สุดครีเอท

เก็ต-พลากร ผินทอง เชฟเบเกอรี่หนุ่มไฟแรงวัย 34 ปี เลือกเดินบนเส้นทางอาชีพเชฟขนมเพราะมีโอกาสได้เข้าไปสัมผัสกับประสบการณ์การทำงาน จนสามารถต่อยอดทักษะของตัวเองให้กลายเป็นอาชีพที่ใช่เหมือนอย่างในปัจจุบัน

 

“เดิมทีแล้วผมเรียนจบมาทางด้านการโรงแรม หลักสูตรแบบ 2 ปี จนได้รับประกาศนียบัตรมา และเมื่อทราบว่าที่ออสเตรเลียมีสถาบันที่สามารถโอนหน่วยกิตเพื่อไปเรียนต่อที่นั่นได้ ผมจึงตัดสินใจไปเรียน แต่พอได้เรียนจริงๆ กลับรู้สึกว่าทำไมมันยังไม่ใช่สิ่งที่เป็นตัวเราจริงๆ ผมจึงเรียนได้แค่ 1 ปี และหยุดเรียนเพื่อค้นหาตัวเอง ระหว่างนั้นก็หางานพาร์ตไทม์ทำควบคู่ไปด้วย โดยทำงานในครัวของโรงแรม 3 ดาว

 

หลังจากทำพาร์ตไทม์ได้ 1 ปี ผมก็ลองไปสมัครงานร้านเบเกอรี่ หลังเห็นประกาศรับสมัครงานในหนังสือพิมพ์ ซึ่งเขียนว่าแม้ไม่มีประสบการณ์ในการทำเบเกอรี่ก็รับ ผมจึงสมัครไปแล้วได้งานในร้านที่ชื่อว่า เบเกอร์ส ดีไลท์ (Bakers Delight) ที่เมืองเพิร์ท ตอนนั้นผมทำเบเกอรี่ไม่เป็นสักอย่าง แต่เชฟที่ร้านก็สอนให้ ผมจึงทั้งฝึกฝนฝีมือทั้งทำงานไปด้วย เรียกว่าช่วง 6 เดือนแรกนี่ลุยเต็มที่ แถมทางร้านยังส่งไปเรียนคอร์สวิชาชีพการทำขนมปังอีกด้วย”

หลังจากทำงานที่นี่ได้สักพัก ผมก็จำเป็นต้องย้ายที่ทำงานด้วยเหตุผลในการขอต่ออายุวีซ่า คือตอนนั้นผมใช้วีซ่านักเรียนอยู่ ถ้าย้ายออกไปอยู่นอกเมืองก็จะทำให้ต่อวีซ่าได้ง่ายขึ้น ซึ่งร้านเบเกอรี่ที่ผมย้ายไปทำนั้น เจ้าของร้านก็เป็นเพื่อนกับเจ้าของร้านแรกนั่นเอง พอทำได้สักพักผมก็ย้ายที่ทำงานอีกครั้ง โดยไปอยู่ที่เมืองบัสเซลตัน ทางตอนใต้ของเพิร์ท ที่ร้านใหม่นี้ผมจะทำขนมปังเป็นหลัก แต่ก็มีทำเบเกอรี่บ้างนิดหน่อย ทำให้ผมมีโอกาสได้เรียนเกี่ยวกับการทำเบเกอรี่เพิ่มเติมอีกหลายปี พร้อมกับทำงานไปด้วยจนเรียนจบ”

ต่อมาเจ้าของร้านขายกิจการให้คนอื่น เขาจึงเปลี่ยนที่ทำงานอีกครั้ง เพราะอยากลองหาประสบการณ์ใหม่ๆ “ผมได้ไปทำงานในร้านทำช็อกโกแลต ที่มาร์กาเรต ริเวอร์ (ออกจากเมืองบัสเซลตันไป 15 กม.) ที่นี่ผมได้ฝึกฝนการทำช็อกโกแลตอยู่ 6 เดือน ด้วยความที่ร้านช็อกโกแลตแห่งนี้เป็นช็อกโกแลต แฟกทอรี คนทั่วไปจึงสามารถมายืนดูตอนเราทำขนมผ่านกระจกร้านได้

ระหว่างที่ทำงานไปด้วยเรียนไปด้วย ก็มีช่วงที่ผมบินกลับมาเยี่ยมครอบครัวที่เมืองไทยทุกปี กระทั่งปี 2012 ผมจึงตัดสินใจบินกลับมาทำงานที่เมืองไทย โดยเป็นครูสอนทำขนมที่สถาบันไอ-ทิม หรือ International Hotel and Tourism Industry Management School (I-TIM) อยู่ 2 ปี ที่จริงงานสอนทำขนมเป็นงานที่ดีและสบายนะ แต่ผมก็อยากหาประสบการณ์เพิ่มเติมในชีวิตอีกแหละ เมื่อมีโอกาสได้งานที่เมืองย่างกุ้ง ประเทศเมียนมา ผมก็ตัดสินใจลองไปทำดู โดยเป็นเชฟขนมประจำบริษัท ฟีล กรุ๊ป ในเมืองย่างกุ้ง ซึ่งมีชื่อเสียงทางด้านอาหารเมียนมา ตอนนั้นบริษัทกำลังจะเปิดร้านอาหารไฟน์ไดนิ่งขึ้นพอดี งานของผมคือการคิดเมนูขนมต่างๆ ที่ส่วนใหญ่แล้วจะเป็นเค้กให้กับบริษัท”

เก็ต เล่าว่า หลังจากทำงานที่เมียนมาได้ 1 ปี เขาก็ได้งานที่โรงแรมบันยันทรี กรุงเทพฯ ในตำแหน่งเชฟเบเกอรี่ โดยดูแลการทำขนมปังและเบเกอรี่ทั้งหมดของโรงแรม หลังจากเก็บเกี่ยวประสบการณ์อยู่ 1 ปี เขาก็ได้มาเป็นหัวหน้าเชฟแผนกเบเกอรี่ของโรงแรมอนันตรา สาทร กรุงเทพฯ จนถึงปัจจุบัน

“หน้าที่โดยรวมของผมที่โรงแรมอนันตราฯ ก็คือเป็นหัวหน้าแผนกเบเกอรี่ ดูแลเรื่องการทำขนมปังและเบเกอรี่ให้กับห้องอาหารต่างๆ ในโรงแรมทุกวัน พร้อมกับดูว่าช่วงนั้นๆ ที่โรงแรมมีอีเวนต์อะไรบ้าง อีกอย่างผมจะดูแลเรื่องขนมหวานและเบเกอรี่ทั้งหมดในไลน์เบรกฟาสต์ หรืออาหารเช้า ซึ่งผมอาจจะไม่ได้ลงมือทำเองทั้งหมด แต่ก็จะมีพนักงานคนอื่นๆ ร่วมช่วยทำด้วยครับ

สำหรับการครีเอทเบเกอรี่เมนูใหม่ๆ ส่วนใหญ่เวลาคิดขึ้นมาแล้ว ผมจะปรึกษากับเชฟประจำห้องอาหารซูม สกาย เลานจ์ (Zoom Sky Lounge) และซูม สกาย บาร์ แอนด์ เรสเทอรองต์ (Zoom Sky Bar & Restaurant) ทุกครั้ง เพราะเราต้องทำงานด้านอาหารและขนมด้วยกัน จากนั้นเราก็จะช่วยกันออกความเห็นว่า เมนูขนมที่เราคิดขึ้นใหม่นั้นดีพอหรือสมควรจะบรรจุลงในห้องอาหารหรือไม่

ล่าสุดที่เราคิดกันก็คือเมนูขนมชื่อว่า ‘เซน’ ซึ่งประกอบด้วยช็อกโกแลตที่ทำให้รูปลักษณ์ดูคล้ายๆ กับก้อนหิน 3 ก้อน ที่ข้างในจะเป็นเนื้อมูสนุ่มๆ และตกแต่งจานให้ดูเหมือนสวนเซนของญี่ปุ่น

แล้วก็มีเมนู ‘Golden Eggs’ หรือไข่ทองคำ ที่เนื้อด้านในเป็นเนื้อลิ้นจี่ผสมไข่แดงและเนื้อเสาวรส โดยตัวเปลือกไข่ด้านนอกทำจากช็อกโกแลต พ่นด้วยสีผสมอาหารสีทอง แล้วใช้โรตีสายไหมมารองด้านล่างทำเป็นรัง เป็นต้น ซึ่งคอนเซ็ปต์หลักของขนมที่นี่จะเป็นสไตล์อินเตอร์ผสมผสานกับความเป็นไทย แล้วจะเน้นการพรีเซนเทชั่นให้สวยงามแปลกตา แต่พอรับประทานแล้วรสชาติก็ยังคงความอร่อย”

เก็ต บอกว่า จุดเด่นของเขาก็คือการทำเบเกอรี่ที่มีรูปลักษณ์แปลกใหม่ ซึ่งถือว่าเป็นความถนัดของเขาอย่างหนึ่งเลยก็ว่าได้ ที่ผ่านมาเขามักจะสังเกตเทรนด์ของขนมจากต่างประเทศอยู่เสมอ แล้วนำมาปรับสไตล์ให้เป็นตัวเองด้วยการสร้างสรรค์ขนมเมนูใหม่ที่ดูแปลกตาขึ้นมา

“อย่างเบเกอรี่หรือขนมที่จะทำให้ชิมในวันนี้ ที่จริงแล้วมันก็คือเค้กแบล็กฟอเรสต์นั่นแหละ ซึ่งส่วนผสมหลักก็จะมีวิปปิ้งครีม ลูกเชอร์รี่เชื่อม และเนื้อเค้กแบล็กฟอเรสต์ แต่พรีเซนเทชั่นเมนูของผม หน้าตาขนมจะแตกต่างออกไปจากแบบเดิมๆ ซึ่งแต่ละเมนูจะใช้ทั้งวัตถุดิบที่มีในบ้านเรา และวัตถุดิบจากต่างประเทศผสมผสานกัน

 

 

 

ปัจจุบันผมทำงานที่นี่มาได้ 7 เดือนแล้ว ในอนาคตก็คิดไว้ว่าอยากจะครีเอทเบเกอรี่หน้าตาใหม่ๆ ออกมาเรื่อยๆ แต่ก็อาจจะพัฒนาต่อยอดโดยใส่ความเป็นขนมไทยลงไป หรือไม่ก็ทำเมนูขนมไทยที่มีรสชาติอร่อยแบบไทยๆ ให้รูปลักษณ์ดูมีความโมเดิร์นมากยิ่งขึ้นครับ”

เอาเป็นว่าใครที่อยากชิมขนมฝีมือเชฟหนุ่มสุดติสต์และสุดแสนจะครีเอทคนนี้ ก็มาได้ที่ซูม สกาย เลานจ์ (ชั้น 38) และร้านฮันเดรด อีสต์ (ชั้น 2) ของโรงแรมอนันตรา สาทร กรุงเทพฯ ได้เลย &O5532;

แชร์ข่าวนี้

Share on Google+
LINE it!

ที่สุดบันเทิงในรอบ 7 วัน

  • เปิดอ่าน
  • แสดงความคิดเห็น
  • แชร์