สัมภาษณ์คนดัง

นาธาน เบลชาร์ชซิค ความมุ่งมั่นคือรากฐานแห่งความสำเร็จ

  • 11 กันยายน 2560 เวลา 14:30 น.
  • | เปิดอ่าน 1,301
  • | ความคิดเห็น 0
Share on Google+
LINE it!

นาธาน เบลชาร์ชซิค ความมุ่งมั่นคือรากฐานแห่งความสำเร็จ

หนึ่งในผู้ร่วมก่อตั้งธุรกิจ ผู้บริหารฝ่ายกลยุทธ์ Airbnb อย่าง นาธาน เบลชาร์ชซิค (Nathan Blecharczyk) บอกกับเราว่า ธุรกิจนี้เริ่มต้นมาจากการแก้ปัญหาให้ลูกค้าและก็โชคดีที่ประสบความสำเร็จ แต่เมื่อเราได้พูดคุยกับผู้บริหารหนุ่มระดับโลกผู้นี้แล้วเราบอกได้เลยว่า โชคอย่างเดียวอาจไม่พอ

เมื่อเราเอ่ยถึงชื่อ แอร์บีเอ็นบี หลายคนจะนึกถึงภาพธุรกิจแบ่งห้องพักภายในบ้าน ธุรกิจสตาร์ทอัพที่เข้ามาปฏิวัติการจองที่พักเพื่อการท่องเที่ยวไปอย่างสิ้นเชิง  

นาธาน หรือชื่อเล่นว่า เนท เกิดและเติบโตที่เมืองบอสตัน สหรัฐอเมริกา คุณพ่อของเขาเป็นวิศวกร ในขณะที่เขาอายุได้ 12 ปี ในวันว่างๆ เขามองเห็นว่าในชั้นหนังสือของคุณพ่อมีหนังสือสอนเกี่ยวกับการเขียนโปรแกรมอยู่ จึงหยิบมาอ่านเล่นๆ ดู ทำให้เขาได้รู้ว่าการเขียนโปรแกรมนั้นทำได้อย่างไร และเราสามารถเขียนโปรแกรมอะไรออกมาได้บ้าง จึงเริ่มหัดเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์มานับแต่นั้น และกลายเป็นพื้นฐานความสามารถที่ทำให้เขาประสบความสำเร็จในทุกวันนี้

 

 

“ตอนแรกๆ ผมเขียนโปรแกรมเป็นแค่งานอดิเรก แต่ต่อมากลายเป็นว่างานอดิเรกที่ผมทำอยู่ตอนนั้น กลายเป็นงานที่สามารถสร้างรายได้ให้กับผมตั้งแต่ตอนเรียนอยู่ไฮสกูล ตอนอายุ 14 มีบริษัทหนึ่งติดต่อมาหาผม บอกว่าได้เห็นผลงานของผมแล้ว มีความสนใจอยากจะจ้างออกแบบโปรแกรมให้บริษัทของเขา โดยจะให้ค่าจ้าง 1,000 ดอลลาร์สหรัฐ

“ผมไปปรึกษากับคุณพ่อว่ามีบริษัทติดต่อมา บอกว่าจะให้เงินพันดอลลาร์กับการจ้างเขียนโปรแกรม ตอนแรกคุณพ่อไม่เชื่อว่าจะมีคนจ้างถึง 1,000 ดอลลาร์ กับเด็กอายุ 14 แต่ปรากฏว่าบริษัทนั้นจ้างให้เขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์และให้เงินมาจริง หลังจากนั้นก็มีอีกหลายบริษัทติดต่อเข้ามาให้ช่วยออกแบบโปรแกรม ซึ่งผลงานชิ้นแรกของผมในตอนนั้น น่าจะเป็นผลงานเกี่ยวกับโปรแกรมการบริหารจัดการอีเมล เพราะว่าอีเมลในยุคแรกๆ ยังไม่มีโปรแกรมอะไรที่จะเข้าไปช่วยในการจัดการบริหารกล่องอีเมลอย่างมีประสิทธิภาพมากนัก”

ตลอดเวลาที่เริ่มเขียนโปรแกรม นาธานซึ่งอยู่ในช่วงเรียนไฮสกูล สามารถทำเงินได้ ราวๆ 1 ล้านดอลลาร์

“คุณพ่อถามผมว่าสนใจอยากจะเข้าเรียนต่อในมหาวิทยาลัยไหม เพราะเห็นว่าผมมีความสนใจที่จะเริ่มทำธุรกิจของตัวเอง และก็มีความสามารถในการเขียนโปรแกรมด้วยทักษะที่หลากหลาย แต่ผมคิดว่าการเรียนต่อในระดับมหาวิทยาลัย อาจจะได้สิ่งที่นอกเหนือจากตำราเรียน อีกทั้งผมมีความฝันอยากจะเข้ามหาวิทยาลัยอยู่แล้ว

“จึงตัดสินใจเรียนต่อที่มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด ในสาขาคอมพิวเตอร์ นอกจากเรื่องของสังคมและเพื่อนๆ แล้ว ผมยังได้ในเรื่องความรู้เพิ่มเติมในการเขียนโปรแกรม ซึ่งช่วยทำให้ทักษะการเขียนโปรแกรมของผมที่ดีอยู่แล้วแน่นขึ้น มีความรู้ในเชิงลึกมากขึ้น”

พอหลังจากเรียนจบมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด นาธานอยากจะย้ายไปทำงานที่ซานฟรานซิสโก เพื่อเริ่มต้นธุรกิจสตาร์ทอัพ ก็เริ่มต้นจากการหาบ้านเช่า จนได้เจอกับโจและไบรอัน (Joe Gebbia และ Brian Chesky) ซึ่งกลายเป็นหุ้นส่วนของแอร์บีเอ็นบีในเวลาต่อมา แต่พอเจ้าของบ้านเช่าขอขึ้นราคา 25 เปอร์เซ็นต์ นาธานก็ขอย้ายออกมาหาที่อยู่ใหม่ เหลือโจกับไบรอันซึ่งมีปัญหาตกงานอยู่ในเวลานั้น ประกอบกับตอนนั้นมีงานประชุมระดับนานาชาติ อินเตอร์เนชั่นแนล ดีไซเนอร์ซึ่งจัดขึ้นที่ซานฟรานซิสโก

 

“ทั้งคู่เลยคิดว่าน่าจะมีคนต้องการห้องเช่าซึ่งเต็มหมดแล้ว เลยเอาห้องว่างที่ผมเพิ่งย้ายออกไป เปิดเป็นห้องพัก ซึ่งมีแต่ห้องโล่ง เลยเอาเตียงลม หรือแอร์เบด มาวางไว้พร้อมกับบริการอาหารเช้า (กลายเป็นที่มาของชื่อ Airbnb (Airbed and Breakfast) ในเวลาต่อมา) โดยมีลูกค้า 3 รายแรกเป็นดีไซเนอร์ ซึ่งทั้งโจกับไบรอันก็ได้บริการพาไปเที่ยวชมมุมต่างๆ ในซานฟรานซิสโก พาไปรับประทานอาหารที่ชอบ เสร็จจากงานนั้นโจกับไบรอันก็ติดต่อชวนผมมาร่วมเป็นหุ้นส่วนทำธุรกิจนี้ด้วยกัน ด้วยความเชื่อว่าน่าจะมีคนที่มีความต้องการแบบนี้เหมือนกับเรา”

อย่างไรก็ตาม เส้นทางไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบเสมอไป ในช่วงประมาณปี 2008 เป็นช่วงเวลาที่ยากที่สุดในการหาผู้ร่วมทุน เนท เล่าว่า นักลงทุนส่วนใหญ่บอกว่ามันไม่น่าจะมีตลาดใหญ่พอ และไม่คิดว่าจะประสบความสำเร็จ เพราะนักลงทุนจะเป็นคนมีเงินซึ่งไม่ได้มีแนวความคิดว่าอยากจะไปนอนบ้านใคร เพราะว่าเขามีศักยภาพทางการเงินมากพอที่จะจองโรงแรมดีๆ ได้อยู่แล้ว และสุดท้ายลูกค้าจะมีความไว้ใจได้อย่างไร ในการไปนอนพักข้างบ้านคนอื่น

“จึงกลับมาคิดกันว่าจะมีความเป็นไปได้ไหม จากประสบการณ์ที่เราได้เปิดแล้วได้สัมผัส เชื่อว่าเราน่าจะมีคนที่คิดแบบเดียวกับเรามากพอที่จะเข้ามาใช้บริการเหล่านี้ในที่สุด แต่จากประสบการณ์ที่ผ่านมาทั้งหมด พวกเขาเชื่อว่าธุรกิจที่เริ่มต้นจากที่นอนเป่าลมของพวกเขาจะไปได้แน่นอน

“การแก้ปัญหาทางธุรกิจในช่วงเริ่มต้น สิ่งแรกที่เราทำ ก็คือ จะต้องมีทำโปรไฟล์ของผู้ที่จะเข้ามาเป็นโฮสต์ (เจ้าของบ้าน) และลูกค้า ด้วยการทำประวัติเล่าความเป็นมาของทั้งสองฝ่าย เกิดความไว้เนื้อเชื่อใจมีทั้งรูปและประวัติ เวลาที่เข้ามาพักด้วยกันจริงๆ จะได้รู้ความเป็นมาของกันและกัน

“ต่อมา ก็คือ วิธีการจ่ายเงินทางแอร์บีเอ็นบีจะเป็นคนกลางในการรับเงิน ในกรณีที่ลูกค้ามีปัญหาได้บ้านที่ไม่ตรงกับรูป หรือมีปัญหาอื่นๆ จะได้ทำการคืนเงินได้ และสุดท้าย ก็คือ การรีวิว ทั้งเจ้าของบ้านและลูกค้า รีวิวซึ่งกันและกัน เฉพาะที่มีการจ่ายเงินเรียบร้อยเท่านั้น ซึ่งทำให้เจ้าของบ้านรู้ว่าพฤติกรรมของลูกค้าเป็นอย่างไร และลูกค้าก็จะได้รู้การบริการของเจ้าของบ้าน ช่วยในการตัดสินใจได้มากขึ้น” เนท เล่าอย่างตั้งใจ

 

 

อย่างไรก็ดี เนท ยังได้เผยถึงเคล็ดลับที่ทำให้เขาประสบความสำเร็จในสิ่งที่เขาทำว่า ผมคิดว่าบทเรียนที่ได้นั้นแรกสำหรับผม ก็คือ เราสามารถที่จะสอนให้ตัวเองทำอะไรก็ได้ตามที่เราต้องการ ต่อมาก็คือเรื่องของความมั่นใจในตัวเอง ด้วยความที่เราเขียนโปรแกรมแล้วมีคนตอบรับให้ความสนใจมาโดยตลอด ความสำเร็จในการเขียนโปรแกรมแต่ละครั้งก็จะช่วยสร้างความมั่นใจให้กับตัวเองเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ทำให้มีความมั่นใจในการที่จะสร้างผลงานชิ้นต่อไป

“อีกอย่างหนึ่งที่คิดว่าทำให้ตัวผมประสบความสำเร็จ ก็คือ สิ่งที่คุณพ่อสอนมาว่า หากเรามีความตั้งใจจะทำอะไรแล้วเรามีความมุ่งมั่นพยายามมากพอที่ทำสิ่งนั้นจริงๆ เราก็จะประสบความสำเร็จอย่างแน่นอน นี่คือ แนวคิดหลักในการที่ผมใช้ในการเรียนรู้สิ่งต่างๆ ว่าไม่มีอะไรที่ยากเกินความสามารถของเราที่จะเรียนรู้จนประสบความสำเร็จ ไม่จำเป็นต้องไปขอร้องคนอื่น ทำให้เราสามารถสอนตัวเอง เหมือนผมเรียนรู้จนประสบความสำเร็จจากหนังสือทั้งหมด

“นับจากเล่มแรก ก็คือ หนังสือที่วางอยู่บนชั้นวางหนังสือของคุณพ่อ ที่ผมหยิบเอามาอ่านจึงเกิดแรงบันดาลใจที่อยากจะเรียนรู้ต่อว่าการเขียนโปรแกรมนั้นทำอย่างไร พอถึงช่วงคริสต์มาสผมก็จะขอของขวัญคุณพ่อเป็นหนังสือเกี่ยวกับการเขียนโปรแกรมความยาวประมาณ 500 หน้า ชื่อหนังสือเล่มนั้น ก็คือ เขียนโปรแกรมด้วยตัวเองให้ได้ภายใน 21 วัน แต่ผมใช้เวลาประมาณ 30 วัน (หัวเราะอารมณ์ดี) อาจจะไม่ได้ 21 วัน ตามที่ชื่อหนังสือบอก แต่นั่นก็คือจุดเริ่มต้นที่ทำให้ผมมีถึงทุกวันนี้”

สุดท้าย ผู้บริหารฝ่ายกลยุทธ์แอร์บีเอ็นบี แนะนำกับสตาร์ทอัพชาวไทย ก็คือ เรื่องความมุ่งมั่นเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดในการที่จะทำให้ธุรกิจให้ประสบความสำเร็จ ทุกคนจะต้องมีช่วงที่ยากเย็นแสนเข็ญเป็นจุดที่จะต้องเดินถอยหลังกลับมา หรืออาจจะมีความคิดที่ใจอยากจะล้มเลิก แต่จงเปลี่ยนอุปสรรคเหล่านั้นเป็นสิ่งที่จะต้องเรียนรู้ปรับปรุงตัวและแก้ไขให้ธุรกิจเดินหน้าได้ต่อไปในอนาคต

ในขณะเดียวกัน ถ้ามีความมุ่งมั่นและความสามารถที่จะปรับปรุงเปลี่ยนแปลงและค้นหาสิ่งใหม่ๆ พัฒนาตัวเองตลอดเวลา โอกาสประสบความสำเร็จก็จะมีเพิ่มมากขึ้น

แชร์ข่าวนี้

Share on Google+
LINE it!

ที่สุดบันเทิงในรอบ 7 วัน

  • เปิดอ่าน
  • แสดงความคิดเห็น
  • แชร์