สุขภาพ

โอกาสเป็นงูสวัด

  • 14 พฤษภาคม 2560 เวลา 12:48 น.
  • | เปิดอ่าน 71,715
  • | ความคิดเห็น 0
Share on Google+
LINE it!

โอกาสเป็นงูสวัด

โดย...ศ.นพ.ดร.ประวิตร อัศวานนท์ หัวหน้าสาขาตจวิทยา ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

ช่วงนี้มีหลายคนมาปรึกษา หรือเล่าให้ฟังว่าคนนั้นคนนี้เป็น “งูสวัด”

แล้วก็มีคำถามว่าเป็นโรคติดต่อหรือไม่ เป็นแล้วเป็นซ้ำได้ไหม หรือคำถามยอดฮิตว่า ถ้ามันพันรอบตัวจะตายหรือไม่

เลยขอถือโอกาสเล่าเรื่องนี้ให้ฟังกันสักหน่อยนะครับ

งูสวัด (Herpes Zoster) (ไม่ใช่สวัสดิ์ นะครับ) เป็นโรคที่มีมานานแล้ว เกิดจากเชื้อไวรัสตัวเดียวกับที่ทำให้เกิดอีสุกอีใสหรือสุกใสตอนเราเด็กๆ นั่นละครับ (Varicella Zoster Virus)

พอเราเป็นสุกใส ถึงแม้ผื่นจะหายหมดแล้ว แต่เชื้อโรคสุกใสนี้จะยังซ่อนอยู่ในตัวเรานะครับ ปกติเชื้อจะซ่อนอยู่ใน “ปมประสาท” ของเรา อยู่เฉยๆ ไม่ทำอันตราย ไม่มีอาการผิดปกติและไม่สามารถแพร่ไปยังผู้อื่นได้

การที่เชื้อโรคสุกใสอยู่เฉยๆ ได้ ก็เพราะภูมิต้านทานของเราควบคุมเขาอยู่ แต่พอเราอายุมากขึ้นภูมิต้านทานเกิดลดลง ไม่ได้แปลว่าเราเป็นเอดส์หรือภูมิคุ้มกันหายไปถึงจะเป็นโรคนี้ได้นะครับ แต่หมายถึงภูมิเฉพาะที่เอาไว้ต้านเชื้อนี้เกิดลดลง เชื้อก็จะออกมาทางเส้นประสาท

แต่ในผู้ป่วยที่มีภูมิคุ้มกันลดลงหรือได้รับยากดภูมิคุ้มกัน ก็มีโอกาสจะเกิดภาวะนี้มากขึ้น เส้นประสาทคนเรานั้นซ้ายก็ชุดหนึ่ง ขวาก็ชุดหนึ่ง เพราะฉะนั้นเวลาเชื้อออกมาจนถึงปลายประสาท ก็เลยมีลักษณะเป็นแถบๆ เป็นแนวๆ เห็นเป็นผื่น เป็นตุ่มน้ำใสๆ ข้างซ้ายหรือขวา ตามแนวของเส้นประสาท (Dermatome) โดยไม่ข้ามแนวกลางลำตัว เพราะฉะนั้นข่าวลือ (ของคนไทย) ว่าผื่นจะพันรอบตัว เพราะมีชื่อว่า “งู” นั้นจึงเป็นไปไม่ได้นะครับ

คราวนี้ความยากในการวินิจฉัยก่อนจะเห็นผื่น ก็คือระหว่างเชื้อโรคกำลังเดินทางออกจาก “ปม” ประสาท มาตามเส้นประสาทจนมาถึงผิวหนังนั้นน่ะ หลายๆ ท่านก็จะมีอาการปวดโดยยังไม่มีผื่น เพราะฉะนั้นถึงได้ยินกันบ่อยๆ  ว่าบางท่านปวดเหมือนปวดฟันมาก่อน ปวดท้องมาก่อน (จนไปโดนผ่าไส้ติ่งมาก็มี) หรือปวดคอต้องไปดึงคอ

ต่อมามีผื่นขึ้นถึงได้รู้ว่า อ๋อ...อาการทั้งหมดนั้นมาจากงูสวัดนั่นเอง โดยอาการปวดนี้มักมีอาการนำมาก่อนที่จะมีผื่นขึ้นหลายๆ วันได้ หลังจากนั้นก็จะมีตุ่มน้ำใสเกิดขึ้น ซึ่งมักจะคงอยู่ประมาณ 5-7 วันครับ โดยงูสวัดนั้นเป็นแล้วหายเองนะครับ พอภูมิเราเริ่มกลับขึ้นมาจนคุมเขาได้ เขาก็จะแห้งไป แล้วตกสะเก็ดจนหายไปภายในเวลา 2-4 สัปดาห์

ข้อดี คือ มักจะไม่ค่อยเป็นซ้ำอีก ไม่เหมือนเริม ซึ่งเกิดจากไวรัสญาติๆ กัน บางท่านอาจเป็นซ้ำได้สักครั้งหนึ่ง แต่เป็น 3-4 รอบนี้ค่อนข้างพบน้อยมากครับ ผู้ป่วยส่วนน้อยที่มีภาวะภูมิคุ้มกันไม่ดี อาจมีภาวะที่มีการติดเชื้อกระจายไปทั่วร่างกายได้ โดยจะพบว่ามีการกระจายของผื่นออกไปยังส่วนอื่นๆ และอาจพบที่ร่างกายอีกด้านได้

ปัญหาสำคัญของงูสวัดก็คือ ถ้าเป็นตอนอายุมากๆ ถึงแม้ผื่นหายแล้วก็ยังมีอาการปวดแปลบๆ คล้ายๆ ไฟชอร์ตได้อีกหลายเดือน (Post Herpetic Neuralgia) แต่ก็จะค่อยๆ ลดลงไปเรื่อยๆ ตามเวลา และหายสนิทในที่สุดนะครับ

งูสวัดนี่ติดต่อไม่ง่ายเหมือนสุกใสนะครับ ถึงแม้จะเกิดจากเชื้อตัวเดียวกัน เพราะเชื้อจะอยู่ในตุ่มน้ำเท่านั้น ไม่เหมือนตอนเป็นสุกใสซึ่งเชื้ออยู่ในเลือด และบรรดาน้ำมูก น้ำลายทั้งหลาย เพราะฉะนั้นเลยติดต่อได้ง่ายครับ

แต่ถ้าผู้ที่ไม่เคยเป็นสุกใสมาก่อนและไม่เคยได้รับ Vaccine ป้องกันโรคสุกใสและมาสัมผัสกับผิวหนังที่มีแผลของผู้ป่วยงูสวัด ก็มีโอกาสป่วยเป็นโรคสุกใสได้ครับ

ประการสุดท้าย งูสวัดส่วนมากขึ้นเฉพาะที่ผิวหนัง แต่ถ้าขึ้นใกล้ตา หรือแถวๆ หู ต้องระวังนะครับ เพราะเข้าตาทำให้ตาบอด หรือเข้าประสาทหูก็ได้ครับ ควรต้องรีบปรึกษาแพทย์ครับ

การรักษาโรคงูสวัด จะประกอบด้วยการรักษาตามอาการคือการใช้ยาแก้ปวด ส่วนการใช้ยาต้านไวรัสชนิดรับประทาน จะสามารถช่วยลดระยะ

เวลาที่มีผื่น และโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อนในผู้ป่วยที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่องได้ และอาจลดโอกาสเกิดอาการปวดหลังที่แผลหายได้ โดยต้องให้ยาภายในเวลา 72 ชั่วโมง หลังมีผื่นขึ้น โดยควรให้แพทย์เป็นผู้แนะนำว่าควรใช้ยาต้านไวรัสหรือไม่

ปัจจุบันนี้มีวัคซีนที่สามารถช่วยลดโอกาสเกิดโรคงูสวัดได้ (Herpes Zoster Vaccine) โดยพบว่าจะสามารถลดโอกาสเกิดงูสวัดลงได้ประมาณ 50% ถ้าฉีดในผู้สูงอายุ (ไม่สามารถป้องกันได้ 100% นะครับ) มีคำแนะนำให้สามารถฉีด Vaccine นี้ในผู้ที่อายุเกิน 60 ปีขึ้นไป โดยฉีด 1 ครั้ง และไม่จำเป็นต้องมีการฉีดเพื่อกระตุ้นอีกครับ

แชร์ข่าวนี้

Share on Google+
LINE it!

ที่สุดไลฟ์สไตล์ในรอบ 7 วัน

  • เปิดอ่าน
  • แสดงความคิดเห็น
  • แชร์