ไลฟ์

ก้าวต่อไปของ สกายเลน 'มุ่งหน้าสู่สนามที่ดีกว่า..'

  • 19 มีนาคม 2560 เวลา 14:52 น.
  • | เปิดอ่าน 17,977
  • | ความคิดเห็น 0
Share on Google+
LINE it!

ก้าวต่อไปของ สกายเลน 'มุ่งหน้าสู่สนามที่ดีกว่า..'

โดย...Withaya Heng

เส้นทางจักรยานรอบสนามบินสุวรรณภูมินั้น ถือกำเนิดขึ้นตั้งแต่ต้นปี 2557 มูลเหตุดั้งเดิมคือก่อนหน้านี้มีกลุ่มนักปั่นได้ใช้ถนนท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ 3 ซึ่งเป็นทางเข้า-ออกด้านตะวันออกเชื่อมต่อกับถนนบางนา-ตราด เป็นที่ปั่นประลองกำลังกันยามค่ำคืน เริ่มกันตั้งแต่ลานจอดรถระยะยาวไปถึงสุดขอบสนามบินแล้วกลับรถใต้สะพานลอยข้ามคูน้ำ ก็จะได้เส้นปั่นต่อเนื่องเป็นระยะทางร่วม 10 กม./รอบ

นานวันเข้าก็มีนักปั่นมาชุมนุมกันมากขึ้นเรื่อยๆ จากหลักสิบเป็นหลักร้อย จนกลายเป็น 300-500 คน/คืน ผู้บริหารของบริษัท ท่าอากาศยานไทย ในยุคนั้นจึงมีคำสั่งให้ปรับปรุงถนนเลียบคูน้ำล้อมรอบสนามบินสุวรรณภูมิ ซึ่งเดิมเป็นถนนดินอัดแน่นใช้สำหรับตรวจการณ์รักษาความปลอดภัยและการซ่อมบำรุงระบบต่างๆ เท่านั้น ปรับปรุงให้เป็นทางจักรยานขนาด 2 เลน ระยะทาง 23.5 กม./รอบ โดยใช้ยางพาราผสมสีเขียวราดทับถนนดินนั้น เป็นการปรับปรุงที่ทำได้รวดเร็วและใช้งบประมาณต่ำ แต่ผลที่ได้คือถนนไม่ได้ราบเรียบจริงๆ จะเป็นลอนเล็กๆ พอให้รู้สึกได้

หลังจากที่เปิดให้บริการอย่างเป็นทางการเมื่อเดือน เม.ย. 2557 เส้นทางจักรยานรอบคูน้ำท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ หรือที่เรียกกันในสมัยนั้นว่า “สนามเขียว” ได้มีการปรับปรุงย่อยๆ อีกหลายครั้งเพื่อรองรับจำนวนนักปั่นที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ทั้งปรับปรุงผิวทางให้เรียบยิ่งขึ้น การจัดการจราจรภายใน จัดทางเข้า-ออก และที่สำคัญคือที่จอดรถ แต่ดูเหมือนการปรับปรุงจะไล่ตามหลังจำนวนนักปั่นเสมอ คือทำยังไงก็ไม่พอสักที

เหตุผลหลักที่สนามเขียวได้รับความนิยมอย่างสูงนั้น เพราะเป็นเส้นปั่นจักรยานเส้นเดียวที่มีความยาวถึง 23.5 กม./รอบ และปลอดจากรถยนต์มาวิ่งกวนใจ จึงเป็นที่ชื่นชอบของนักปั่นทุกระดับฝีมือ ซึ่งในเวลานั้นจะมีนักปั่นร่วม 3,000 คน/วัน ในวันเสาร์-อาทิตย์ ในที่สุด ทอท.จึงได้จับมือกับธนาคารไทยพาณิชย์ ทำข้อตกลงร่วมกันพัฒนา “โครงการลู่ปั่นจักรยานรอบท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ” หรือ Sky Lane Thailand เมื่อวันที่ 8 เม.ย. 2558 และมีการปิดปรับปรุงใหญ่ครั้งแรกเป็นเวลานานกว่า 6 เดือน ถือเป็นการก้าวเข้าสู่ยุคที่สองของเส้นทางจักรยานที่ได้รับความนิยมสูงสุด

เมื่อสนามเขียวเปิดให้บริการอีกครั้งในเดือน ธ.ค. 2558 แต่คราวนี้เปลี่ยนโฉมเป็นทางจักรยานสีฟ้าสด พร้อมกับชื่อใหม่ Sky Lane ก็ยิ่งได้รับความนิยมมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง ด้วยเลนจักรยานที่กว้างกว่าเก่า การผ่านเข้าออกสะดวกสบายด้วย Snap สายรัดข้อมือที่ใช้เทคโนโลยี RFID มีห้องน้ำให้บริการทั้งจุดพักภายในเลนจักรยานและจุดจอดรถ สนามเล็กสำหรับเด็กและมือใหม่ รวมทั้งลานจอดรถที่รองรับได้กว่า 1,500 คัน

แต่ชั่วเวลาที่กลับมาให้บริการเพียง 1 ปี 3 เดือน ปริมาณนักปั่นได้เพิ่มขึ้นถึงระดับ 2,000-3,000 คนในวันธรรมดา และในวันหยุดสุดสัปดาห์เพิ่มสูงถึง 5,000-1 หมื่นคน ซึ่งจะหนาแน่นมากในช่วงเช้าและช่วงเย็น จนใกล้จะเกินขีดความสามารถในการรองรับจำนวนนักปั่นที่มีมากขึ้นทุกวัน เกิดความแออัดทั้งในเลนปั่นและในส่วนของลานจอดรถ จึงเป็นที่มาของการปิดปรับปรุงใหญ่อีกครั้งในวันที่ 11 เม.ย.ที่จะถึงนี้ และกำหนดเปิดให้บริการอีกครั้งกลางเดือน พ.ย. 2560

ระยะเวลา 7 เดือนที่ปิดให้บริการ จะเป็นการก่อสร้างสิ่งใหม่ๆ และสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ที่น่าสนใจคือการสร้างเลนจักรยานเพิ่มเติมสำหรับขาแรง โดยเฉพาะ เป็น “เลนม่วง” แยกต่างหากคู่ขนานไปกับเลนสีฟ้าดั้งเดิม เป็นการแยกนักปั่นที่มีทักษะประสบการณ์สูง และนิยมปั่นกันด้วยความเร็ว ออกจากนักปั่นระดับธรรมดา ซึ่งจะช่วยลดการเกิดอุบัติเหตุในสนามได้

ในส่วนของลานจอดรถจะปรับปรุงลานจอดรถระยะยาว ซึ่งมีพื้นที่จอดรถมากถึง 3,500 คัน และสร้างสะพานจักรยานลอยฟ้า เชื่อมต่อเข้าสู่โครงการ เรียกว่าเป็น Sky Lane อย่างแท้จริง ส่วนสิ่งอำนวยความสะดวกอื่นๆ ที่เพิ่มขึ้น อาทิ เพิ่มจุดปฐมพยาบาลที่จุดพักที่ 2 สร้างจุดนั่งพักที่มีหลังคาใกล้สนามเล็ก ปรับปรุงผิวลู่วิ่งจ๊อกกิ้งที่ขนานไปกับเลนปั่นในสนามเล็กให้เป็นพื้นยางมาตรฐาน

และสุดท้ายศูนย์บริการนักปั่น (Bike Center) ที่เสร็จสมบูรณ์ซึ่งจะประกอบด้วย ฟู้ดคอร์ต ร้านอาหาร-เครื่องดื่ม ร้านอุปกรณ์จักรยาน ร้านรับฝากและซ่อมจักรยาน และที่สำคัญที่สุดคือ Sky Lane จะให้บริการฟรีเช่นเคย ไม่มีนโยบายเก็บค่าเข้าโดยเด็ดขาด

และในวันที่ 8-9 เม.ย.นี้ จะมีกิจกรรมปั่นส่งท้าย ให้ทุกท่านได้มาพบปะเพื่อนนักปั่นพร้อมรับของที่ระลึกไว้ให้คลายความคิดถึง อดใจรอกันสักนิด เพื่อพบกับยุคที่ 3 ของ Sky Lane สนามปั่นที่ดีกว่าเดิม และน่าจะเป็น Bike Park ทางเรียบแห่งแรกและแห่งเดียวของโลก

แต่ถ้าจะให้สมบูรณ์แบบจริงๆ ขอเพิ่มทางจักรยาน MTB ให้มีเนินไต่-ไหลลงเล่น รอบละสัก 5 กม. จักเป็นพระคุณอย่างสูงเลยครับ

แชร์ข่าวนี้

Share on Google+
LINE it!

ที่สุดไลฟ์สไตล์ในรอบ 7 วัน

  • เปิดอ่าน
  • แสดงความคิดเห็น
  • แชร์