ไลฟ์

สุดารัตน์ เทียรจักร์ ผู้ชนะโชคชะตาด้วยปาฏิหาริย์ที่สร้างเอง

  • 07 พฤษภาคม 2560 เวลา 07:37 น.
  • | เปิดอ่าน 3,545
  • | ความคิดเห็น 0
Share on Google+
LINE it!

สุดารัตน์ เทียรจักร์ ผู้ชนะโชคชะตาด้วยปาฏิหาริย์ที่สร้างเอง

โดย...กาญจนา อายุวัฒน์ธนชัย ภาพ กิจจา อภิชนรจเรข

“ฉันไม่เคยมีความฝันอยากจะดำน้ำมาก่อน” ประโยคแรกของคำนำผู้เขียนบันทึกไว้ ในหนังสือที่เต็มไปด้วยแรงบันดาลใจเรื่อง How deep is your dream

องุ่น-สุดารัตน์ เทียรจักร์ ผู้เขียนวัย 26 ปี ได้รวบรวมเรื่องราวตั้งแต่การตั้งเป้าหมายในชีวิต ไปจนถึงการพบเจอคนที่คอยช่วยนำทางและฝ่าฟันหาวิธีการเพื่อไปถึงมัน

ปี 2547 เธอประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์จนทำให้กระดูกสันหลังทับเส้นประสาทไขสันหลังบริเวณคอ ร่างกายไร้ความรู้สึกและสั่งการไม่ได้ ต้องนอนอยู่แต่บนเตียง นั่งอยู่บนวีลแชร์ และขลุกตัวอยู่แต่ในห้อง แต่เมื่อ 2 ปีที่แล้ว เธอได้ลุกขึ้นมาหัดจับปากกาอีกครั้ง และเขียนหนังสือเกี่ยวกับชีวิตหลังอุบัติเหตุเรื่องพลังที่ซ่อนอยู่

“พอมีความฝันอยากเขียนนิยายก็ต้องเริ่มตั้งแต่หัดเขียนใหม่ เพราะมือไม่มีแรง ต้องค่อยๆ จับปากกา ขยับมือเขียนบันทึกเป็นไดอารี่ไปเรื่อยๆ จนสามารถรวบรวมเป็นหนังสือเรื่องหลังที่ซ่อนอยู่ได้ เกี่ยวกับเรื่องราวหลังอุบัติเหตุว่ารู้สึกยังไงบ้าง สู้ชีวิตมายังไงบ้าง เป็นหนังสือเกี่ยวกับความหวังและทำให้เราต้องยอมรับความจริงไปด้วย อีกอย่างคือ เราเป็นคนพิการจะออกไปทำงานอื่นจะยาก สิ่งที่พอทำได้ที่บ้านโดยไม่ต้องเดือดร้อนใครก็คือ การเขียนบันทึกด้วยปากกาไปเรื่อยๆ จนถึงตอนนี้ก็ยังเขียนอยู่สะสมเป็นสิบๆ เล่มแล้ว” องุ่น กล่าว

ความฝันอยากเป็นนักเขียนได้สำเร็จลุล่วงถึงเล่มที่ 2 ซึ่งเล่มนี้ได้เล่าถึงความฝันอีกอย่างกับการอยากเป็น “นักดำน้ำ” เธอเล่าว่า ตนอยากรู้ว่าตอนที่ร่างกายลอยอยู่ในน้ำนั้นจะรู้สึกอย่างไร ทำให้เธอพยายามขยับตัวเพื่อลุกออกจากเตียง ทำให้ต้องออกแรงเข็นวีลแชร์เอง ทำให้ได้คิดและลองทำอะไรหลายอย่างเพื่อหาทางออกไปจากจุดเดิมๆ

“ตอนที่ประสบอุบัติเหตุใหม่ๆ ไม่ได้คิดว่าตัวเองต้องสู้ เพราะเรายังมีความหวังว่าเราจะหาย เราไม่รู้จักโรคที่เราเป็น และเราก็เชื่อตามหมอที่เขาให้กำลังใจว่าเดี๋ยวก็หาย เรามีความหวังอยู่ตรงนั้น แต่พอนานๆ เข้าก็ต้องยอมรับแล้วว่า เราคงไม่หายกลับไปเป็นเหมือนคนอื่น และต้องอยู่กับมันให้ได้ หลังจากนั้นเราก็เริ่มมีเป้าหมายในชีวิตอย่างอื่นและเริ่มทำตามฝันนั้นให้สำเร็จ ซึ่งนอกจากจะได้เป็นนักเขียนแล้ว ตอนนี้องุ่นสามารถทำตามฝันได้อีกอย่าง คือ การดำน้ำ”

เธอเล่าต่อว่า จุดเริ่มต้นของการดำน้ำเกิดจากอยากไปเที่ยวทะเล แต่ถ้าไปทะเลอย่างเดียวคงไม่สนุก เธอจึงอยากรู้ว่า ร่างกายอย่างเธอจะสามารถเล่นน้ำทะเลหรือดำน้ำตื้นได้หรือไม่ เมื่อตั้งใจเช่นนั้นเธอจึงเริ่มพัฒนาตัวเอง ทั้งออกกำลังกายและทำกายภาพบำบัดเพื่อให้ร่างกายพร้อมมากที่สุด ทั้งที่มันแทบจะเป็นไปไม่ได้เลยสำหรับคนพิการที่ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้

ปี 2558 เธอเป็นผู้ชนะกิจกรรมก้าวออกจากฝัน (แล้ว) สร้างสรรค์ให้เป็นจริงของเว็บไซต์ pantip.com ร่วมกับสิงห์ คอร์เปอเรชั่น จนได้ไปดำน้ำแบบสกูบาตามฝัน องุ่นต้องเรียนดำน้ำกับนักดำน้ำและนักกายภาพที่สามารถดำน้ำได้เพื่อความปลอดภัย โดยก่อนลงทะเลจริงเธอต้องทำธาราบำบัดและฝึกอยู่ในน้ำให้คุ้นชิน ซึ่งเธอได้ค้นพบว่า ชอบมันมาก

“การอยู่ในน้ำคือความรู้สึกอิสระ” เธอกล่าวต่อ “ทำให้เราสามารถเคลื่อนไหวร่างกายได้เอง ได้ทิ้งรถเข็นที่ติดตัวเรามานาน เพราะน้ำทำให้เราตัวเบาเหมือนสภาวะไร้น้ำหนัก ซึ่งเป็นความรู้สึกที่ดีมากๆ ตอนครั้งแรกที่ได้ลงดำน้ำลึก 6 เมตรไม่รู้สึกกลัว เพราะองุ่นมั่นใจกับคนที่พาเราลงไป และมันเป็นความรู้สึกใหม่ รู้สึกอัศจรรย์ และอยากอยู่ใต้น้ำนานๆ นอกจากนี้ การได้ไปทะเล (เกาะราชา) อีกครั้งหลังจากเคยไปตั้งแต่ตอนเด็กๆ มันเป็นความรู้สึกที่ดีใจมาก เพราะเราเป็นคนแพร่ ไม่เห็นทะเลบ่อยๆ และคราวนี้องุ่นไปทะเลแบบที่เดินไม่ได้ มันแตกต่างจากเดิม แต่ก็น่าตื่นเต้นกว่าเดิม แค่เห็นริ้วทรายใต้น้ำองุ่นก็รู้สึกดี แค่มีน้ำผ่านตัวเราก็รู้สึกว่ามหัศจรรย์แล้ว”

การดำน้ำทุกครั้ง เธอต้องมีบัดดี้เป็นนักดำน้ำและนักกายภาพลงไปพร้อมกัน คนหนึ่งช่วยจับถังออกซิเจน และอีกคนคอยอยู่ข้างๆ โดยเธอเคยดำน้ำมาแล้ว 7 ไดรฟ์ ไดรฟ์ที่ลึกที่สุดคือ 12 เมตร ซึ่งเทียบเท่ากับนักดำน้ำระดับโอเพนวอเตอร์

“การอยู่ใต้น้ำทำให้เรามีสมาธิ ได้ยินเสียงหายใจของตัวเอง เห็นสิ่งที่ผ่านตาเราไปอย่างชัดเจน และรู้สึกสบาย บางคนอาจรู้สึกอึดอัดใต้น้ำ แต่ถ้าเราสามารถควบคุมตัวเอง มีสมาธิ มันก็จะเกิดเป็นความรู้สึกที่ดี”

การเดินทางครั้งนี้สามารถช่วยตอบสิ่งที่เธอสงสัยว่าร่างกายสามารถทำอะไรได้ หรือไม่ได้บ้าง และทำให้เธอไม่นำข้อจำกัดที่ตัวเองมีมาใช้เป็นข้ออ้างที่จะละทิ้งความฝันหรือสิ่งที่อยากทำต่อไป การดำน้ำยังทำให้เธอรู้ว่า เธอสามารถไปไหนก็ได้และทำอะไรก็ได้ เพียงแค่เตรียมพร้อมและพัฒนาตัวเองให้ดีที่สุด

“องุ่นต้องยอมรับตัวเองที่เป็นแบบนี้และปรับชีวิตให้เป็นไปตามสิ่งที่เป็นอยู่ องุ่นชอบการเดินทางเพราะเวลาเจอปัญหาหรือรู้สึกน้อยใจกับโชคชะตา พอได้ไปเห็นโลกภายนอกจะทำให้เรารู้ว่าปัญหาของเราเป็นแค่เรื่องนิดเดียว และชอบท้าทายตัวเองไปเรื่อยๆ ไม่อยากใช้ชีวิตอยู่แต่ในบ้าน แต่อยากมีเป้าหมายที่ทำให้กล้าออกไปทำอะไรใหม่ๆ ออกจากสิ่งแวดล้อมเดิมๆ ถึงแม้ว่าเป้าหมายจะทำให้เราผิดหวังที่ไม่สามารถทำได้ แต่เราก็ยังดีใจที่ชีวิตยังมีเป้าหมายอยู่”

นอกจากนี้ องุ่นยังได้รับเชิญไปเป็นวิทยากรสร้างแรงบันดาลใจอยู่บ่อยๆ โดยเฉพาะกับกลุ่มผู้พิการที่คิดว่าโชคชะตาไม่เข้าข้าง แต่จริงๆ แล้วไม่ใช่เลย

“ชีวิตคนเราไม่มีข้อจำกัดจริงๆ ขนาดองุ่นขยับร่างกายไม่ได้แต่สามารถลงไปดำน้ำได้ สามารถว่ายน้ำได้เอง ซึ่งองุ่นคิดว่า ร่างกายของเรามีเรื่องที่เราเองยังไม่รู้อีกเยอะ และการได้เจอคนที่รู้ก็ทำให้เราขยายโลกตัวเองให้กว้างขึ้น แต่ที่สำคัญที่สุดคือการส่งต่อแรงบันดาลใจ เพราะหลังจากที่เราสามารถทำได้แล้ว ก็มีกลุ่มคนพิการที่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ลงดำน้ำเหมือนกัน” รวมถึงการเขียนหนังสือที่เธอต้องใช้เวลากว่า 2 ปีก่อนกลับมาเขียนได้เหมือนเดิม

“How deep is your dream เป็นหนังสือเกี่ยวกับประสบการณ์การดำน้ำขององุ่นเอง ซึ่งแม้ว่าจะไม่ใช่เล่มแรกในท้องตลาด แต่องุ่นอยากสื่อสารให้ทุกคนเห็นว่าการดำน้ำไม่ใช่เรื่องยาก และโลกใต้น้ำในเมืองไทยสวย สำหรับคนพิการ หรือคนธรรมดาที่มีความฝัน หรือสิ่งที่คิดว่าตัวเองจะทำไม่ได้ อยากให้อ่านเรื่องขององุ่นที่ดูเหมือนจะเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ แต่องุ่นอยากให้ทุกคนลองกลับไปทำหรือเริ่มต้นทำในสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ของตัวเอง องุ่นคิดว่าทุกอย่างมันเป็นไปได้ แค่ต้องใช้เวลา แค่ต้องใช้โอกาส แค่ต้องใช้ความพยายาม”

กระทั่งย่อหน้าสุดท้ายของคำนำผู้เขียนได้บันทึกไว้ว่า จนถึงตอนนี้ ฉันรู้สึกขอบคุณร่างกายตัวเองด้วยซ้ำที่ช่วยให้ฉันเห็นคุณค่าของสิ่งที่ตัวเองทำได้ แม้จะเป็นแค่เรื่องเล็กๆ อย่างการขยับตัว การลุกขึ้นจากที่นอน หรือเรื่องยากๆ อย่างการดำน้ำใต้ทะเลลึก ถ้ามีความตั้งใจและความพยายามแล้ว คนเราก็สามารถก้าวข้ามข้อจำกัดของตัวเองได้เสมอ อย่างเป้าหมายต่อไปในชีวิต เธออยากเดินทางแบ็กแพ็กไปต่างประเทศกับคุณแม่สองคน

“องุ่นเชื่อในทฤษฎีต่อจุด วันนี้เราอาจจะมีจุดหมายจุดนั้นอยู่ แต่เรายังทำไม่ได้ เราก็ทำจุดที่ทำได้อยู่ไปเรื่อยๆ แล้วสักวันหนึ่งมันอาจจะไปถึงจุดนั้นก็ได้ เหมือนที่องุ่นกำลังต่อจุดโดยเริ่มจากตัวเอง เริ่มหัดเขียน เริ่มทำกายภาพบำบัด เพราะองุ่นเองก็ไม่คิดเหมือนกันว่า จุดหนึ่งของตัวเองจะไปอยู่ใต้ทะเล แต่มันก็เกิดขึ้นแล้วและเป็นจุดหนึ่งที่ทำให้ชีวิตขององุ่นสมบูรณ์ขึ้น และเมื่อมันมีจุดต่อไปหรือจุดใหม่ที่ยังมองไม่เห็น เราก็จะไม่รู้สึกกลัว ถึงแม้ว่ากราฟชีวิตขององุ่นจะไม่เหมือนคนธรรมดาที่จะเรียนจบ ทำงาน แต่งงานมีครอบครัว ซึ่งจุดขององุ่นในมุมหนึ่งอาจดูว่างเปล่า แต่จริงๆ แล้วมันไม่ว่างเปล่าเลย แค่เรายังมองไม่เห็นจุดนั้นเท่านั้นเอง” เธอกล่าวทิ้งท้าย

ติดตามจุดอื่นๆ ขององุ่นได้ทางเพจเฟซบุ๊ก A ngun อินสตาแกรม a_ngun_st และหนังสือทั้งสองเล่มของเธอ


แชร์ข่าวนี้

Share on Google+
LINE it!

ที่สุดไลฟ์สไตล์ในรอบ 7 วัน

  • เปิดอ่าน
  • แสดงความคิดเห็น
  • แชร์