ไลฟ์

สมชาย ตระกูลภิรมย์ จาก Passion สู่ Mission

  • 13 พฤษภาคม 2560 เวลา 09:52 น.
  • | เปิดอ่าน 1,632
  • | ความคิดเห็น 0
Share on Google+
LINE it!

สมชาย ตระกูลภิรมย์ จาก Passion สู่ Mission

โดย...พลพัต สาเลยยกานนท์

 ชีวิตคืองานศิลป์... บริหารให้เป็นก็ชนะทุกสิ่ง กว่า 40 ปี บนเส้นทางยานยนต์ของ สมชาย ตระกูลภิรมย์ ผู้มากด้วยประสบการณ์ชนิดหาตัวจับยากคนหนึ่ง และด้วยดีกรีความสามารถระดับเซียนในแวดวงค้ารถมือสอง แน่นอนว่าทุกอย่างไม่ได้มาเพียงเพราะโชคช่วย แต่นั่นเพราะการเป็นนักสู้ผู้อดทนและเข้มแข็งมาตลอดเส้นทางการใช้ชีวิต

 วันนี้ สมชาย รับบทบาทผู้จัดการทั่วไป มาสเตอร์ เซอร์ทิฟายด์ ยูสคาร์ ผู้จำหน่ายรถยนต์มือสองแบบครบวงจรในเครือบริษัท เอ็มจีซี-เอเชีย อาณาจักรค้ารถที่น่าจับตาในฐานะผู้ถือสิทธิแบรนด์รถระดับอัลตร้าพรีเมียมถึง 3 แบรนด์ดัง ไล่มาตั้งแต่ อัครยนตรกรรม โรลส์-รอยซ์ แอสตัน มาร์ติน สปอร์ตลักซ์ชัวรี่คาร์คู่ใจเจมส์ บอนด์ และมาเซราติ รถในฝันของหลายๆ คน ไม่นับรวมการเป็นตัวแทนจำหน่ายรถอีกหลายยี่ห้อและธุรกิจในเครืออีกรวม 8 กลุ่มธุรกิจ

 ท่ามกลางภารกิจที่มากมาย แต่เขากลับหาจุดสมดุลความสุขให้ชีวิตได้อย่างน่าสนใจ สมชาย เล่าว่า

 "ผมเป็นนักขายรถมาทั้งชีวิต เป็นระดับท็อปเซลส์ ขณะเดียวกันผมก็เป็นนักสะสมตัวยงเช่นกัน อีกมุมของชีวิตที่เป็นอีกประกายความฝันและความสุข คือการได้สะสมนาฬิกามือสอง ผมว่านาฬิกาก็เหมือนศิลปะชิ้นเอกจากฝีมือมนุษย์ที่บวกด้วยหลักกลศาสตร์ ซึ่งมีความคล้ายกับรถยนต์ที่มากด้วยศิลปะและเทคโนโลยี แต่เพิ่มเติมคือนาฬิกานั้นกาลเวลากลับทำให้คุณค่าของตัวเค้าไม่ลดลงในระยะยาว มันเป็นกลศาสตร์ที่อยู่กับเราไปได้ตลอดชีวิตถ้าคุณรักษามันให้ดี ซึ่งความสนใจนี้เกิดขึ้นในช่วงปี 2531 ที่ผมเข้าสู่วงการค้ารถได้ไม่นาน 

 "การเป็นนักสะสมเป็นครูที่ดี เพราะเป็นการสอนให้เราต้องเป็นผู้ใฝ่รู้ ต้องศึกษาเพิ่มเติม ช่างสังเกต ละเอียดรอบคอบ ต้องมีสติ ต้องมีขันติ มีความอดทน ขณะเดียวกันก็รู้จักปล่อยวาง รู้แพ้ รู้ชนะ รู้อภัย มันได้ครบเลย หลายๆ ครั้งของบางชิ้น นาฬิกาบางเรือนที่ซื้อมา ความงามสิ่งที่เห็นอาจไม่เป็นอย่างที่เราคิด พอต่อราคาหลายครั้งเราดีใจ แต่พอมาถึงมือเรามันกลับไม่ใช่ เพราะอุปกรณ์กว่า 280 ชิ้นของนาฬิกา ไม่ได้แปลว่าจะไม่ชำรุดอยู่ข้างใน แม้แต่การซื้อรถเก่าที่วิ่งมาระยะ 6,000 กิโลเมตร ได้ราคามาดีสภาพเยี่ยม แต่เอาจริงๆ กลับพบว่าไปจมน้ำมา สุดท้ายนำมาขายไม่ได้ ต้องตัดขายเต็นท์ขาดทุนไป 6-7 หมื่นบาทอีก การคบคนก็เหมือนกัน ผมว่าการใช้ชีวิตมันมีรายละเอียดมากมาย และผู้ที่มีศิลปะในการใช้ชีวิตเท่านั้น เค้าถึงจะมีความสุขอย่างแท้จริง"

 สมชาย เล่าต่อว่า นี่เป็นสิ่งที่สำคัญมาก ถ้าเราขาดความอดทน ชีวิตไม่มีวันนี้แน่ๆ

 "อย่างตอนที่ต้องรอนาฬิกาอยู่เรือนหนึ่ง จำได้ว่าผมทนมากนะ อดทนถึง 2 ปี กว่าจะได้จังหวะไปซื้อของชิ้นนั้นที่อเมริกา และอีกเรือนก็รอเหมือนกันเพื่อไปซื้อที่เยอรมนี จากการฝีกตัวเองมาอย่างต่อเนื่อง จนนำไปสู่เหตุการณ์ครั้งหนึ่งในชีวิต จำได้ว่าช่วงปี 2540 ที่ประเทศไทยเกิดวิกฤตเศรษฐกิจ ชีวิตผมก็ไม่ต่างอะไรจากคนไทยที่หนีไม่พ้นผลกระทบตรงนั้น โดนบีบจากฝ่ายบริหาร มีการโยกย้ายหน้าที่มากมาย แต่ผมก็ใช้ความอดทนจนผ่านวิกฤตนั้นมาได้ เพียงแค่เราเป็นสุภาพบุรุษในทุกมิติ รับผิดชอบในหน้าที่อย่างเต็มความสามารถ

 ความเป็นนักวิเคราะห์และใฝ่รู้ ขยัน อดทน และมีวินัย ทำให้ชีวิตก้าวมาถึงจุดนี้ สมชาย ขยายภาพถึงคีย์สำคัญในชีวิตของตัวเอง

 "Passion นำมาสู่ Mission และไปให้ถึง Vision เป้าหมายของงาน เป้าหมายของชีวิต ผมไม่เคยละทิ้งความฝัน และเมื่อมีโอกาสผมพร้อมที่จะสู้ สู้อย่างมีสติ และเฝ้าอดทนรอ ซึ่งนอกจากรอนาฬิกาเรือนโปรดที่กว่าจะได้มีโอกาสสะสมแล้ว ชีวิตก็เช่นกัน เมื่อมีจังหวะเหมาะผมก้าวสู่กลุ่มเอ็มจีซี-เอเชีย และก่อนที่จะมาดูแลธุรกิจรถมือสอง ผมได้รับงานโปรเจกต์ที่สำคัญหลายงาน หนึ่งในนั้นคือช่วงปี 2003 ซึ่งมีประชุมเอเปกที่ประเทศไทย BMW ได้ถูกเลือกให้เป็นรถสำหรับรับรองคณะผู้เข้าร่วมประชุมจากชาติต่างๆ โดยมิลเลนเนียมออโต้เป็นผู้เข้าไปบริหารจัดการรถยนต์ BMW ซีรี่ส์ 7 กว่า 100 คัน ซึ่งผมดูส่วนงานบริหารรถฟรีดอยู่พอดี

 "จากนั้นก็ไปดูโชว์รูม BMW ที่เยาวราช และมาเริ่มบุกเบิกธุรกิจยูสคาร์ในนาม มาสเตอร์ เซอร์ทิฟายด์ ยูสคาร์ ช่วงปลายปี 2004 เริ่มจากการมีรถแค่กว่า 20 คัน จากยอดขายปีแรก 120 คัน สู่เป้าขาย 2,000 คันในปีนี้ ผมตั้งเป้าหมายท้าทายความสามารถเสมอ และเมื่อมันเดินไปถึงจุดนั้น มันจึงเป็นชัยชนะที่งดงามและเพิ่มพลังให้เราพร้อมจะสู้ต่อไป ซึ่งผมตั้งเป้าหมายว่าในอนาคตอันใกล้เราต้องก้าวสู่ผู้นำในตลารถลักซ์ชัวรี่ยูสคาร์"

 อย่างไรก็ตาม สูตรสำคัญคือ "ชีวิตต้องคิดบวก" สมชาย บอกลูกน้องเสมอว่า ไม่มีอะไรที่เป็นไปไม่ได้ เว้นแต่จะไม่ได้ทำมัน

 "แม้ว่าจะต้องผิดพลาดในบางครั้ง แต่หากเราเรียนรู้ที่จะแก้ไข ทุกอย่างจะสำเร็จได้ ขอแค่ทุกคนไม่ท้อ ประสบการณ์ที่ลูกน้องและทีมงานต้องเจอ นั่นก็เป็นเรื่องที่ผมผ่านมาหมดแล้ว แต่เราต้องให้เค้าได้เรียนรู้โจทย์จากชีวิตจริงด้วย สำหรับผมไม่ต้องการอะไรมาก แค่ลูกน้องยิ้มให้เราก็มีความสุขแล้วครับ และเมื่อเราหันด้านบวกให้ทุกคนแม้กระทั่งคู่แข่ง เราก็สามารถชนะโดยไม่ต้องสู้รบ เช่น เรามีรถ 100 คัน คู่แข่งมี 100 คัน ถ้าเราแข่งกันขายมากเกินไป เราก็กอดคอกันตายด้วยสงครามราคา แต่ถ้าเรารู้จักบริหาร เราก็ไม่เจ็บตัวด้วยกันทั้งคู่"

 แม้กระนั้นงานเลี้ยงย่อมมีวันเลิกรา เมื่อถึงวันนั้นเขาได้วางแผนชีวิตหลังเกษียณไว้อย่างน่าสนใจว่า

 "ผมว่าชีวิตวัยเกษียณของแต่ละคนก็มีสีสันต่างกัน จะให้ผมไปทำการเกษตร ทำฟาร์มปลูกผักคงไม่ใช่วิถีชีวิตหรือไลฟ์สไตล์ของผม ผมจึงเลือกวางแผนการออมแบบซื้อกองทุนหุ้นระยะยาว (LTF) มาอย่างต่อเนื่องทุกเดือนในช่วงเกือบ 10 ปีที่ผ่านมา เช่นเดียวกับการศึกษาตลาดหุ้นมาอย่างต่อเนื่อง ในวันหนึ่งตอนที่เกษียณก็มีอะไรให้ท้าทายทำได้ตลอดชีวิต ควบคู่ไปกับการเป็นที่ปรึกษา และงานอดิเรกที่รักคือ นาฬิกา แต่ที่แน่ๆ อีกสเต็ปของแผน คือการทำโรงเรียนสอนเต้นรำตามความฝันของภรรยา เพราะอายุเยอะคนก็ยิ่งจำเป็นต้องออกกำลังกาย ตรงนี้ลงทุนไม่มากแต่ได้ความสุขใจ เป็นฟลอร์เต้นรำที่แอดวานซ์ขึ้นมาอีกนิดหนึ่ง แค่นี้ก็สุขล้นรับวัยเกษียณแล้วครับ

 "ถึงแม้ว่าวันนี้อายุผมย่างเข้าปีที่ 58 แล้วก็ตาม แต่ไม่ว่าจะวันนี้ หรือจะอีก 10 หรือ 20 ปีข้างหน้า หัวใจของผมไม่คิดจะเกษียณจากงานที่รัก เพียงแต่ว่าบทบาทอาจแปรเปลี่ยนไปตามความเหมาะสม เพราะเมื่อไหร่ก็ตามตราบใดที่ไฟแห่งการใฝ่รู้และการต่อสู้ยังไม่จบสิ้น ผมพร้อมเสมอที่จะถ่ายทอดจิตวิญญาณนี้สู่คนรุ่นหลังที่เค้าพร้อมรับมอบสิ่งดีๆ จากเรา" สมชายทิ้งท้าย

แชร์ข่าวนี้

Share on Google+
LINE it!

ที่สุดไลฟ์สไตล์ในรอบ 7 วัน

  • เปิดอ่าน
  • แสดงความคิดเห็น
  • แชร์