ไลฟ์

‘อี๊พ้ง’ อาสากู้ภัยวัย 80!

  • 14 พฤษภาคม 2560 เวลา 07:23 น.
  • | เปิดอ่าน 15,306
  • | ความคิดเห็น 0
Share on Google+
LINE it!

‘อี๊พ้ง’ อาสากู้ภัยวัย 80!

โดย...วันพรรษา อภิรัฐนานนท์ ภาพ เสกสรร โรจนเมธากุล/มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง

ตั้งตี้ แซ่โง้ว ชื่อเดิมของวราภรณ์ งามประดิษฐกร หากทั้งชื่อตั้งตี้และชื่อวราภรณ์ เชื่อว่าน้อยคนจะรู้จัก แต่ถ้าเอ่ยชื่อ “อี๊พ้ง” รับรองว่าทั้งคนทั้งผีรู้จักทันที อี๊พ้งคือหนึ่งในสี่ของอาสาสมัครกู้ภัยแห่งมูลนิธิป่อเต็กตึ๊งหรือมูลนิธิฮั่วเคี้ยวป่อเต็กเซี่ยงตึ๊งที่ปัจจุบันอายุเกิน 80 ปี และยังคงทำงานอาสาอยู่อย่างแข็งขัน ผู้คนในวงการกู้ภัยจึงรู้จักรักใคร่ ส่วนผีได้ยินชื่ออี๊พ้งเมื่อไหร่ ถ้าไม่เหลียวก็ต้องหัน

เรียกชื่อแล้วผีเหลียวหลัง เพราะอี๊พ้งทำงานอาสาล้างป่าช้า เก็บกระดูกผีไร้ญาติมากว่า 40 ปี หรือครึ่งหนึ่งของชีวิต เรื่องราวของอี๊พ้งเป็นเรื่องราวที่น่าศึกษา เพราะเป็นเรื่องของคนที่พบเจอหัวใจตัวเอง หัวใจที่ขออาสาทำเพื่อผู้อื่น แม้ผู้นั้นจะได้ชื่อว่าสิ้นลมหาไม่ หมุดหมายแห่งกีหรือไม้เสี่ยงทายศพ อาจหมายถึงหมุดหมายแห่งชีวิตของอี๊เองที่จะได้ติดตามดั้นด้นไป

อี๊พ้งเกิดปีหนูหรือปีชวด พ.ศ. 2479 เกิดและเติบโตขึ้นกลางถิ่นเยาวราช ย่านซอยมิตรพันธ์ บิดามารดาเป็นชาวจีนโพ้นทะเลที่เข้ามาตั้งรกราก บิดาเปิดร้านขายกาแฟเล็กๆ ส่วนมารดาเป็นแม่บ้าน ช่วยค้าขายและดูแลลูกชายหญิงทั้งหมดจำนวน 8 คน อี๊พ้งเป็นลูกสาวคนสุดท้อง อัธยาศัยใจคอเก่งกล้าแต่เด็ก ช่วยพ่อแม่ทำกินขยันขันแข็ง

“ตอนเด็กๆ ไปรับจ้างห่อทอฟฟี่ โตขึ้นมาหน่อยไปเรียนเย็บเสื้อ เรียนที่โน่นที่นี่หลายที่” อี๊พ้งเล่า

เนื่องจากครอบครัวจีนไม่นิยมให้ลูกผู้หญิงเรียนหนังสือ อี๊พ้งจบแค่ ป.4 อี๊พูดไทยไม่ค่อยได้ ประกาศนียบัตรใบแรกและใบเดียวในชีวิต คือประกาศนียบัตรการตัดเย็บที่วัดเจ้าฟ้า ได้วิชาเย็บเสื้อเย็บกางเกงกระโปรงแถมด้วยการตัดผ้าม่านเป็นวิชาหาเลี้ยงชีพมาจนทุกวันนี้

บิดาอายุได้ 90 กว่าปีก็จากไป ส่วนมารดาอายุยืนถึง 80 ปีเศษ พี่น้องล้มหายตายจาก ปัจจุบันอี๊อายุ 82 ปี อยู่ตัวคนเดียว ไม่ได้แต่งงานมีครอบครัว ถามอี๊ทำไมถึงไม่แต่งงาน เค้าโครงหน้าของอี๊น่ามอง ย้อนกลับไปวัยสาวเชื่อว่าจะเป็นผู้หญิงที่สวยมากคนหนึ่ง อี๊ยิ้มอายๆ ตอบว่า ไม่ได้แต่งก็เพราะ “อี๊เป็นคนชอบเล่น ชอบอยู่ชอบไปคนเดียว ไม่อยากอยู่กับใคร”

ปัจจุบันมีความสุขดีในบ้านเช่าหลังเล็ก(มาก) ย่านพระราม 4 อาศัยอยู่กับเพื่อนผู้หญิงที่เย็บผ้าเหมือนกันอีก 1 คน เฉพาะเสาร์-อาทิตย์เพื่อนจึงจะกลับมาอยู่ด้วย บ้านทั้งหลังมีโทรทัศน์เครื่องหนึ่ง เก้าอี้ตัวหนึ่ง และจักรเย็บผ้าอีกตัวหนึ่ง

แล้วอี๊มาอาสากู้ภัยล้างป่าช้าได้อย่างไร จุดเริ่มต้นของเรื่องนี้ ก็เมื่อเพื่อนคนหนึ่งได้ชักชวนอี๊ไป “ช่วยเขา” ล้างป่าช้าที่กบินทร์บุรี อี๊บอกด้วยน้ำใสใจคอว่า ไม่กลัว ไม่ยาก ไม่เหนื่อยและสนุก คำว่าสนุกของอี๊ตีความได้ว่า รู้สึกดีมากที่ได้ช่วย “คน” หรืออันที่จริงคือผี ที่ไม่สามารถลุกขึ้นมาทำอะไรๆ เพื่อตัวเองได้อีกแล้ว

“เราได้ช่วยเขา ได้ทำให้เขาในสิ่งที่เขาไม่มีวันทำได้ด้วยตัวเองอีก”

อี๊เฉยๆ ไม่กลัวผี ก็เพราะคิดว่าเราไม่เคยทำอะไรเขา เรามาช่วยเขา แล้วเราก็ไม่เคยทำร้ายใคร อี๊บอกว่า เฉยๆ กับเขา เขาก็เฉยๆ กับเรา ถ้า “เข้า” ไม่ได้ หมายถึงถ้าเข้าไปในป่าช้าไม่ได้อีก ทำไม่ได้ต่อไป เช่น เหนื่อยหรือมี “อะไร” ก็หยุด ถือหลักว่าไม่เป็นภาระให้ใคร งานที่อี๊ทำเริ่มจากการเตรียมตัวข้ามวัน ส่วนใหญ่ต้องไปนอนค้างคืนหนึ่งก่อน เพราะงานล้างป่าช้าต้องเริ่มแต่เช้า

การล้างป่าช้าคือมิติที่ซ้อนทับ เหมือนการมาประชุมกันของโลกความจริงและโลกความฝัน นัยหนึ่งคือการประชุมกันระหว่างสองภพ ภพมนุษย์กับภพที่ไม่ใช่มนุษย์ ทับๆ กึ่งๆ กันอยู่ พิธีเริ่มด้วย “เซียนวิ่ง” 2-3 คนที่ถือ “กี” วิ่งไป บางคนเรียกไม้กี มีลักษณะเป็นแท่งสามเหลี่ยมเหลา เซียน 2-3 คนทะยานวิ่งนำไปเหมือนลอยละล่อง กีเสี่ยงทายชี้ลงตรงไหนก็ตรงนั้นเองที่มีศพหรือเถ้ากระดูกผี ไม่มีพลาดและไม่เคยพลาด

ตัง-ไซ-หนั่ม-ปักๆๆๆๆๆ (ตะวันออก-ตะวันตก-ใต้-เหนือ) ทิศไหนผีเต็ม ไปทิศนั้นก่อน ฟังอี๊เล่าแล้วเห็นภาพสโลโมชั่นแบบในหนัง เซียนวิ่งหรือเทพประทับทรงไม้กีเมื่อปักไม้ชี้บอกไว้ตรงที่ใด ทีมขุดก็จะตามไปขุด ทีมหนึ่งมี 4-6 คนไม่แน่นอน

งานของอี๊เริ่มจากตรงนี้ ขุดศพห่อศพเสร็จสรรพก็ยกเอาขึ้นมา นำไปล้างทำความสะอาดก่อนจะเรียงเป็นตัวอย่างสวย ทั้งหัวกะโหลกขัดถู อีกกระดูกระยางครบถ้วนและฟันด้วย ฟันสำคัญที่สุด อย่าให้ตกหล่นหาย แล้วก็อย่าถือดีเก็บเอาไป เพราะเจ้าของจะตามทวงคืนถึงบ้าน

ทำไปทำมาก็ยาวนานมาขนาดนี้ อี๊เล่าสบายๆ เหมือนชั่วกะพริบตา งานล้างป่าช้าสำหรับอี๊แล้วเรียกได้ว่าไปมาเกือบทั่วประเทศ ไปหลายที่ไปหลายป่าช้า แต่ที่ไม่เคยพลาดคืองานล้างป่าช้าที่สุสานสมุทรสาครของมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ซึ่งอี๊ถือเป็นสำคัญ ได้มาช่วยงานอย่างยาวนานไม่แพ้ที่ไหน รวมทั้งงานการกุศลอื่นๆ ของมูลนิธิฯ จะมาช่วยงานไม่ขาด

งานสาธารณกุศลต่างๆ เช่น งานเก็บกระดาษ งานกระถางธูป งานแจกหนังสือ แจกถังโรงทาน งานแพ็กของช่วยไฟไหม้น้ำท่วม อี๊ช่วยได้ทุกจุด ได้รับมอบหมายให้ทำสิ่งใดอี๊ตรงเข้าใส่ งานพ่อหลวงที่สนามหลวง 100 วัน อี๊ไปวันเว้นวันจนครบ 50 วัน กระทั่งงานคนสาคูและแจกสาคูมงคลของมูลนิธิฯ วันเกิดหลวงปู่ไต่กงกงเมื่อต้นเดือน พ.ค.ที่ผ่านมาอี๊ก็ขมีขมัน เหน็ดเหนื่อยบ้างตามประสา หากใบหน้าของอี๊ลองดูเถอะ จะพบรอยยิ้มละไมไม่จาง

“ร่างกายหัวใจมอบถวายแด่หลวงปู่ไต่กงกง ไม่คิดว่ายังไม่ได้ทำอะไร สิ่งที่อยากทำได้ทำแล้ว คือการช่วยคนและช่วยผี ชีวิตนี้ไม่เสียใจ” อี๊พ้งเล่า ร่างกายเมื่อเสียชีวิตอุทิศเป็นอาจารย์ใหญ่ให้โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์

ณิชาภา วชิรอมรเดช วัย 44 ปี หัวหน้าแผนกอาสาบริการ มูลนิธิป่อเต็กตึ๊งฯ เล่าว่า เห็นอี๊พ้งผอมบางอย่างนี้ ทว่าแข็งแรงแข็งแกร่ง ขึ้นชื่อว่าอาสาทำงานแล้วไม่เคยเป็นภาระใคร หนักเอาเบาสู้ มาตรงเวลา เอาเป็นว่าเพื่อนร่วมงานรุ่นหลานรุ่นเหลนยังอายก็แล้วกัน

อาภาศรี ชินสกุลพงศ์ หรือน้องโบว์ หนึ่งในเจ้าหน้าที่อาสาบริการ เล่าว่า เจออี๊พ้งตั้งแต่เริ่มมาอาสาใหม่ๆ อี๊เป็นตัวอย่างการทำงานที่ดี รวมทั้งเรื่องส่วนตัวก็น่านับถือ ทั้งความเป็นอยู่ง่ายๆ อยู่ง่ายกินง่ายไม่เรียกร้อง มีน้อยใช้น้อย ไม่รู้จักคำว่าเหนื่อย

ไม่ลำพังแต่ช่วยผี คนยากคนจนคนลำบากอี๊ช่วยหมด ช่วยได้แค่ไหนก็ช่วยเท่านั้น นั่งรถเมล์จากป่อเต็กตึ๊งกลับบ้านที่คลองเตย ยังเอาข้าวกล่องที่ให้อาสาขอเอากลับมาด้วย เผื่อให้คนขับรถเมล์สายที่อี๊นั่ง เนื่องจากกลับบ้านดึกทีไรเจอคนขับและกระเป๋าไม่มีข้าวกินเสมอ ขอทานหน้ามูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง หรือ เจอหน้าอี๊ก็ยิ้มแล้วเนื่องจากรู้ว่าเดี๋ยวจะได้กินข้าว ยาดมหอมๆ อี๊พกติดตัว ไม่ใช่เพื่อตัวเองหรือไว้ดมเอง อี๊ไม่ชอบกลิ่น แต่อี๊พกไว้สำหรับเจอใครที่อยากได้หรือกำลังจะเป็นลม อี๊ควักปั๊บให้เขาไป

ชีวิตความเป็นอยู่ของอี๊ไม่สบายนัก แต่เพราะอยู่ง่ายกินง่าย จึงไม่เดือดร้อน อายุมาก กำลังก็ถดถอยบ้าง การตัดเย็บผ้าม่านไม่ค่อยได้ทำแล้ว อี๊ถนัดไปทางรับซ่อมเสื้อผ้าเล็กๆ น้อยๆ แก้ซิปเปลี่ยนกระดุมทำนองนี้ เงินได้มาพออาศัยกินอยู่ ส่วนใหญ่เก็บสะสมเป็นค่ารถเมล์ในการเดินทางไปล้างป่าช้าหรือทำสาธารณประโยชน์ตามที่ต่างๆ

เรื่องของอี๊พ้ง ถือเป็นแบบอย่างของคนตัวเล็กหากหัวใจยิ่งใหญ่ ไม่มีเงินไม่มีทอง ไม่มีอำนาจยศถาบรรดาศักดิ์ใดๆ แต่น้ำใจดุจสายมหาธาร จิตสาธารณะของอี๊แผ่ไพศาลทั้งกับคนและทั้งกับผีไม่มีญาติ ควรหรือไม่ที่เราจะได้ดูอย่างไว้ ถามตัวเองว่า ได้ทำอะไรแม้เพียงครึ่งหนึ่งของอี๊พ้ง ผู้หญิงตัวเล็กๆ แต่ทรงพลังผู้นี้

แชร์ข่าวนี้

Share on Google+
LINE it!

ที่สุดไลฟ์สไตล์ในรอบ 7 วัน

  • เปิดอ่าน
  • แสดงความคิดเห็น
  • แชร์