ไลฟ์

วิจิตรศิลปกรรมไทย ‘ฉากบังเพลิง’ พระเมรุมาศในหลวง ร.9

  • 15 พฤษภาคม 2560 เวลา 16:28 น.
  • | เปิดอ่าน 240
  • | ความคิดเห็น 0
Share on Google+
LINE it!

วิจิตรศิลปกรรมไทย ‘ฉากบังเพลิง’ พระเมรุมาศในหลวง ร.9

โดย...วราภรณ์ ผูกพันธ์, กองทรัพย์ ชาตินาเสียว ภาพ : ภัทรชัย ปรีชาพานิช

ส่วนประกอบหนึ่งที่สำคัญของงานพระเมรุมาศ หรือพระเมรุ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช คือ ฉากบังเพลิง ซึ่งถือเป็นเครื่องประกอบพระราชอิสริยยศ โดยคติในการทำได้รับแรงบันดาลใจมาจากความเชื่อในเรื่องไตรภูมิ เรื่องราวเกี่ยวกับภพภูมิต่างๆ ในจักรวาล รวมทั้งการเวียนว่ายตายเกิดและบาปบุญคุณโทษ อันงดงาม

ฉากบังเพลิงที่จะใช้ประกอบพระเมรุมาศในหลวง รัชกาลที่ 9 ครั้งนี้เป็นการถ่ายทอดโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เป็นเรื่องราวงานจิตรกรรม วาดลงบนฉากบังเพลิง ที่ใช้สำหรับกั้นลมในงานพระราชพิธีถวายพระเพลิง ถือเป็นหนึ่งในไฮไลต์ที่น่าจับตามอง เพราะได้นำโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริกว่า 4,000 โครงการ คัดเลือกให้เหมาะกับภาพในแต่ละด้านเพื่อน้อมรำลึกถึงพระราชกรณียกิจที่ทรงทำไว้เพื่อปวงชนชาวไทยตลอด 70 ปีแห่งการครองราชย์

กรมศิลปากรคัดเลือกโครงการตามแนวพระราชดำริ

ฉากบังเพลิง มีลักษณะเป็นฉากพับได้ ติดอยู่กับเสาพระเมรุมาศทั้ง 4 ด้าน ใช้สำหรับกำบังลมหรือใช้ประโยชน์ในการปิดบังสิ่งที่ไม่ต้องการให้บุคคลภายนอกเห็นได้สะดวก

อาจารย์มณเฑียร ชูเสือหึง จิตรกรเชี่ยวชาญ สํานักช่างสิบหมู่ กรมศิลปากร ให้สัมภาษณ์ว่า เหตุที่ต้องวาดฉากบังเพลิงขึ้นมาใหม่ เพราะแต่ละพระเมรุมาศ แต่ละพระองค์มีเรื่องราวการทรงงานที่ไม่เหมือนกัน ฉากบังเพลิงจะเป็นการนำเรื่องราวพระราชกรณียกิจมาวาดเป็นภาพ ทางคณะทำงานได้นำเรื่องราวของพระนารายณ์อวตาร พระราชนิพนธ์ของรัชกาลที่ 6 ที่มีทั้งหมด 10 ปาง แต่น้อมนำมาเพียง 8 ปาง วาด 4 ทิศ 4 ด้าน แต่ละด้านมี 4 ชิ้น แต่ละชิ้นมี 2 ส่วน คือด้านบนกับด้านล่าง ด้านบนเป็นเนื้อหาเทวดาที่อวตารลงมาทำความดี และเป็นการรับเทวดากลับคืนสู่สรวงสวรรค์ ส่วนด้านล่างเป็นโครงการพระราชดำริแต่ละด้าน หมวด ดิน น้ำ ลม ไฟ

ภาพแต่ละภาพที่จรดวาดลงไปในแต่ละด้านของฉากบังเพลิง กรมศิลปากร สํานักช่างสิบหมู่ และเจ้าหน้าที่สำนักพระราชวัง ฯลฯ ได้ร่วมกันคัดเลือกโครงการต่างๆ มาถ่ายทอดเป็นเรื่องราวจิตรกรรม อาจารย์มณเฑียร จิตรกรเชี่ยวชาญ สํานักช่างสิบหมู่ กรมศิลปากร ผู้รับผิดชอบงานเขียนจิตรกรรมบนฉากบังเพลิง เล่ารายละเอียดว่า ฉากบังเพลิงสูง 4.4 เมตร กว้าง 5.35 เมตร มี 2 ด้าน คือ ด้านหน้าและด้านหลัง โดยด้านหน้าประกอบด้วย 4 ช่อง ช่องละ 2 ส่วน ช่องบนประกอบด้วยพระนารายณ์อวตาร จำนวนทั้งหมด 8 ปาง โดยในหลวง รัชกาลที่ 9 ประทับอยู่ในพระเมรุมาศทรงบุษบก 9 ยอด เปรียบเป็นพระนารายณ์ปางที่ 9

ดิน น้ำ ลม ไฟ และโครงการพระราชดำริ

บนฉากบังเพลิงยังมีเรื่องราวโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ 24 โครงการ แยกตามหมวด ดิน น้ำ ลม ไฟ

ด้านทิศเหนือ หมวดน้ำ ช่องด้านบน แสดงเรื่องราวพระนารายณ์อวตาร ฉบับพระราชนิพนธ์ รัชกาลที่ 6 ในปางที่ 1 มัสยาอวตาร ทรงอวตารเป็นปลากรายทอง ช่องกลางด้านขวาบน ปางที่ 2 กูรมาวตาร ทรงอวตารเป็นเต่า ช่องกลางด้านซ้ายบน ขนาบซ้ายขวาพระนารายณ์อวตาร ด้วยกลุ่มเทวดาที่ลงมาแสดงความสักการะแด่ในหลวง รัชกาลที่ 9 และรับกลับขึ้นสู่สรวงสวรรค์

สำหรับช่องด้านล่างของทั้ง 4 ช่อง รวมถึงช่องด้านล่างของบริเวณทางขึ้นบันได 2 ด้าน จะมีภาพจิตรกรรมโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ รวมทั้งหมด 6 โครงการ ดังนี้ ฝนหลวงแก้ปัญหาความแห้งแล้ง ภาคอีสาน โดยเลือกพื้นที่วนอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ฝายต้นน้ำ เพื่อชะลอน้ำ ศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยฮ่องไคร้ อ.ดอยสะเก็ด จ.เชียงใหม่ อ่างเก็บน้ำเขาเต่า อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ เพื่อเก็บกักน้ำไว้ในช่วงเวลาที่ขาดแคลนน้ำ โครงการพัฒนาพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนังอันเนื่องมาจากพระราชดำริ กังหันน้ำชัยพัฒนา เครื่องกลเติมอากาศ บำบัดน้ำเสีย

ทิศตะวันออก หมวดดิน ประกอบด้วยช่องด้านบน พระนารายณ์อวตาร ปางที่ 3 วราหาวตาร ทรงอวตารเป็นหมูป่า ปางที่ 4 นรสิงหาวตาร ทรงอวตารเป็นนรสิงห์ มีกลุ่มเทวดาขนาบข้างพระนารายณ์ทั้งซ้ายและขวา ช่องด้านล่างรวมถึงบริเวณทางขึ้นบันได ประกอบด้วยโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ 6 โครงการ ได้แก่ ดินกรวด ศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยฮ่องไคร้ ดินเค็ม ศูนย์ศึกษาการพัฒนาอ่าวคุ้งกระเบน ดินทราย ศูนย์ศึกษาการพัฒนาเขาหินซ้อน และโครงการหุบกะพง-ดอนห้วยขุน ดินดานลูกรัง ศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยทราย ดินพรุ ศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทอง และดินเปรี้ยว ศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทอง

ทิศใต้ หมวดไฟ ประกอบด้วยช่องด้านบน พระนารายณ์อวตาร ปางที่ 6 ปรศุรามาวตาร ทรงอวตารเป็นพราหมณ์ปรศุราม ผู้ใช้ขวานเป็นอาวุธ ปางที่ 7 รามาวตาร ทรงอวตารเป็นพระรามในรามเกียรติ์ มีกลุ่มเทวดาขนาบข้างพระนารายณ์ทั้งซ้ายและขวา

ส่วนด้านล่างรวมถึงทางขึ้นบันไดจะเป็นโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ 6 โครงการ ประกอบด้วยสบู่ดำ ปลูกเพื่อสกัดน้ำมัน สามารถใช้แทนน้ำมันดีเซล ในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ศูนย์ศึกษาการพัฒนาภูพาน โรงงานผลิตไบโอดีเซล ศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทอง เชื้อเพลิงอัดแท่ง แกลบอัดแท่ง โครงการส่วนพระองค์สวนจิตรลดา ก๊าซชีวภาพ โครงการส่วนพระองค์สวนจิตรลดา พลังงานเซลล์แสงอาทิตย์ ผลิตกระแสไฟฟ้า ใช้ไฟฟ้าสำหรับอุปกรณ์รับส่งสัญญาณดาวเทียม ศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยฮ่องไคร้ และกังหันน้ำผลิตไฟฟ้าที่ประตูน้ำคลองลัดโพธิ์

ทิศตะวันตก หมวดลม ประกอบด้วยช่องด้านบน พระนารายณ์อวตาร ปางที่ 8 กฤษณาวตาร ทรงอวตารเป็นพระกฤษณะ ปางที่ 10 กัลกยาวตาร ทรงอวตารเป็นมนุษย์ขี่ม้าขาว มีกลุ่มเทวดาขนาบข้างพระนารายณ์ทั้งซ้ายและขวา

ช่องด้านล่างประกอบด้วยกังหันลม โครงการชั่งหัวมันตามพระราชดำริ บ้านหนองคอไก่ จ.เพชรบุรี เพื่อการผันน้ำจากที่ต่ำชักน้ำขึ้นที่สูง กังหันลม โครงการสถานีพัฒนาเกษตรที่สูงตามพระราชดำริดอยม่อนล้าน จ.เชียงใหม่ กังหันลม โครงการส่วนพระองค์สวนจิตรลดา ผลิตไฟฟ้าด้วยพลังงานลมและกังหันลมสูบน้ำ ศูนย์ช่วยเหลือผู้ประสบวาตภัยแหลมตะลุมพุก จ.นครศรีธรรมราช เป็นที่มาของมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ และบางกะเจ้า ปอดของกรุงเทพฯ พระราชดำริพื้นที่บางกะเจ้า อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ เป็นพื้นที่สีเขียวและเป็นปอดของกรุงเทพฯ เนื่องจากลมมรสุมจากอ่าวไทยจะพัดเอาอากาศบริสุทธิ์ที่ผลิตจากพื้นที่แห่งนี้เข้าฟอกอากาศเสียในกรุงเทพฯ เป็นเวลากว่าปีละ 9 เดือน

“ฉากบังพระเพลิงครั้งนี้ทีมงานได้นำเรื่องราวของพระนารายณ์อวตารจากฉบับพระราชนิพนธ์รัชกาลที่ 6 โดยคัดเลือกมา 8 ปางจากทั้งหมด 10 ปาง ยกเว้นปางที่ 5 และปางที่ 9 ที่ไม่ได้คัดเลือกมา จากนั้นได้มีการออกแบบลวดลายหรือร่างแบบจิตรกรรม ตามมาด้วยการสเกตช์สีต้นแบบ แล้วจึงขยายแบบสัดส่วนเหมือนจริง 1 ต่อ 1 เพื่อให้เห็นรายละเอียด นำไปคัดลอกลงบนผ้าใบแคนวาสก่อนลงสีอะครีลิกอีกครั้ง

ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนของการลงสีบนผ้าใบแคนวาส ตามที่ได้มีการคัดลอกลวดลายลงมา โดยได้ลงสีฉากหลังครบทั้ง 4 ด้านแล้ว อยู่ระหว่างการเก็บรายละเอียดพระนารายณ์ กลุ่มเทวดา และโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ โดยภาพเขียนจิตรกรรมบนผ้าใบแคนวาสทั้ง 4 ด้าน ต้องแล้วเสร็จเพื่อนำไปติดตั้งที่ฉากบังเพลิงที่เป็นไม้ให้แล้วเสร็จภายในเดือน ก.ย.นี้” มณเฑียร กล่าว

ภาพเขียนจิตรกรรมบนฉากบังเพลิงและพระที่นั่งทรงธรรม เป็นศิลปะชั้นสูง รัชกาลที่ 9 ซึ่งนับเป็นอีกหนึ่งความภาคภูมิใจที่ช่างจิตรกรรม กรมศิลปากร ได้ถวายงานแด่ในหลวง รัชกาลที่ 9 ซึ่งประชาชนทั่วไปจะได้เห็นความงดงามของฉากบังเพลิงนี้ตอนจัดเป็นนิทรรศการหลังวันถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชแล้ว

ความภูมิใจ ครั้งหนึ่งในชีวิต

ปัญญา โพธิ์ดี สังกัดกลุ่มศิลปประยุกต์ สำนักช่างสิบหมู่ กำลังขะมักเขม้นกับผ้าใบแคนวาสตรงหน้าเพื่อลงสีเสื้อผ้าอาภรณ์ของเหล่านางฟ้าเทวดาบริวารที่รายล้อมพระนารายณ์ในปางต่างๆ ปัญญา กล่าวว่า หน้าที่ของกลุ่มคือออกแบบตราสัญลักษณ์ต่างๆ แต่ในงานออกพระเมรุมาศพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ตนได้ทำหน้าที่ช่วยลงสีในฉากบังเพลิง ซึ่งเป็นงานที่สร้างสรรค์ใหม่ทั้งหมด เป็นส่วนที่เขาได้ใช้วิชาจิตรกรรมไทยจากวิทยาลัยเพาะช่างได้เต็มประสิทธิภาพ

“ผมเพิ่งได้รับบรรจุให้เข้ามาทำงานที่สำนักช่างสิบหมู่ ดังนั้นงานจิตรกรรมฉากบังเพลิงจึงเป็นงานใหญ่งานแรกที่ผมจะได้ทำถวายในหลวง รัชกาลที่ 9 ความรู้สึกที่ได้มาทำงานรับใช้ในครั้งนี้ จะบอกว่าภูมิใจ หรือปลื้มใจก็ไม่ได้เต็มปาก เพราะก็เสียใจด้วย แต่ผมก็จะทำหน้าที่ให้เต็มที่และดีที่สุด” ปัญญา กล่าว

แชร์ข่าวนี้

Share on Google+
LINE it!

ที่สุดไลฟ์สไตล์ในรอบ 7 วัน

  • เปิดอ่าน
  • แสดงความคิดเห็น
  • แชร์