ไลฟ์

รักนะ สุดยอด ‘คุณสามี’

  • 18 พฤษภาคม 2560 เวลา 11:00 น.
  • | เปิดอ่าน 71,641
  • | ความคิดเห็น 0
Share on Google+
LINE it!

รักนะ สุดยอด ‘คุณสามี’

โดย...ภาดนุ

ใครว่า “สามีในอุดมคติ” ไม่มีจริง ต้องไปถามสาวผู้โชคดีทั้งสองคนนี้เสียก่อน!

ตั้งแต่ เฌอลี่-ชลธิชา วงษ์โสภา กรรมการผู้จัดการ บริษัท ขอบฟ้ากรุ๊ป (ขอบฟ้าพีอาร์ เอเจนซี่) เล่าว่า ได้รู้จักกับสามี ทัช-สุทัศน์ วงศ์สุขศิริ ไดเรกเตอร์ ออฟ สเปเชียล โปรเจกต์ บริษัท สปอร์ต เอ็นจิเนียริ่ง & รีครีเอชั่นเอเชีย ตอนที่ทั้งคู่เรียนปริญญาโทที่เอแบค

“ตอนนั้นทัชเป็นดาวเด่นและเป็นที่หมายปองของสาวๆ เลยละ เพราะเป็นหนุ่มตี๋ (ไต้หวัน) หน้าตาดี ตัวสูง หุ่นนักกีฬา ที่อยู่เมืองไทยมาตั้งแต่เด็ก ครั้งแรกที่เห็นก็รู้สึกว่าเขาคือหนุ่มในสเปกเรา แต่ตอนนั้นเพราะเป็นเพื่อนกัน ดิฉันจึงไม่แสดงออกมากนัก

มาเริ่มปิ๊งกันจริงๆ ก็ตอนที่ใกล้จะเรียนจบโท ตอนนั้นเรายังไม่มีใคร ตัวเขาเองก็เช่นกัน ต่างคนต่างโสด วันหนึ่งเขาก็พูดว่า ขอสมัครเป็นแฟนได้มั้ย โหย! ตอนนั้นเขินมาก ทำให้รู้ว่าเขาก็มองเรามาตลอด แต่เราก็ทำเป็นไว้เชิง แล้วตอบไปว่า ขอคบแบบเพื่อนสนิทไปก่อนนะ

แต่สรุปแล้วเราสองคนเจอกันทุกวันเลย เพราะดิฉันไปจอดรถใกล้ๆ สถานีรถไฟฟ้าซึ่งอยู่ใกล้ๆ บ้านเขา (หัวเราะ) คือตอนนั้นเขาเปิดบริษัทกับคุณพ่อ ก็เลยทำงานที่บ้าน ตกเย็นก็เลยมารอรับเราที่สถานีรถไฟฟ้าและรอกินข้าวเย็นด้วยกันทุกวัน”

ความสัมพันธ์ของทั้งคู่พัฒนาไปอย่างรวดเร็ว วันไหนไม่ได้เจอกัน ก็เหมือนขาดอะไรไป กระทั่งฝ่ายชายเอ่ยปากขอแต่งงาน เธอก็ตอบตกลงทันที

“หลังกลับจากฮันนีมูน ดิฉันก็ตั้งท้องเลย สามีก็ดูแลเอาใจใส่ดีมาก จนคุณแม่ดิฉันยังพูดเลยว่า เธอโชคดีมากที่สามีไม่เคยเรียกร้องให้ทำอะไรให้เลย นั่นก็เพราะเขาเข้าใจดีว่าภรรยาต้องทำงานนอกบ้าน เลิกงานดึก กลับบ้านมาก็คงเหนื่อยแล้ว เขาจึงดูแลตัวเองโดยทำอาหารกินเองบ้างหรือซื้อกินบ้าง สิ่งที่ดิฉันทำได้ตอนกลับมาก็คือเตรียมผลไม้ให้เขากิน หรือโทรถามว่าอยากกินอะไรมั้ย จะได้ซื้อเข้ามาให้

ก่อนแต่งงานเคยคุยกันว่า เรามีจุดมุ่งหมายเดียวกัน นั่นคือจะอยู่ด้วยกันไปจนแก่เฒ่า ซึ่งความเป็นแฟมิลี่แมนของเขานี่แหละที่ตอบโจทย์ได้ตรงใจ ตั้งแต่ลูกสาว (น้องป้อน-ขอบฟ้า) ยังเด็ก เขาเคยดูแลเราสองคนแม่ลูกดียังไง ปัจจุบันก็ยังเป็นแบบนั้น โชคดีที่เขาไม่ใช่คนเจ้าชู้ เราสองคนจึงไว้ใจกันและทำดีต่อกันให้มากที่สุดเท่าที่ทำได้ วันหยุดเขามักจะชอบชวนดิฉันและลูกสาวไปออกกำลังกายเสมอ เช่น ไปวิ่งเพื่อสร้างความแข็งแรงให้ร่างกาย สอนลูกว่ายน้ำ เป็นต้น จุดประสงค์ของเขาก็คืออยากให้เรามีสุขภาพที่ดีกันทั้งครอบครัว”

เฌอลี่ทิ้งท้ายว่า ถ้าจะให้คำจำกัดความถึงสามี คำที่ดีที่สุดในใจเธอก็คือ Family Comes First ซึ่งเป็นสิ่งที่มีอยู่ในตัวเขาแบบเต็มเปี่ยม เรียกว่าเป็นสุดยอดคุณสามีผู้ทุ่มเทเวลาและให้ความสำคัญกับครอบครัวเป็นอันดับ 1 จริงๆ

อีกคู่กำลังเป็นที่ “ตาร้อน” ของสาวทั่วบ้านทั่วเมืองอย่างที่สุด นักแสดงสาว เอ้ก-บุษกร เล่าถึงคุณสามี กัปตัน-ภูธเนศ หงษ์มานพ ว่า เจอกันในกองถ่ายซิตคอม “บ้านนี้มีรัก” เมื่อ 6 ปีที่แล้ว

“ตอนแรกเอ้กก็ไม่ได้คิดอะไร เพราะรู้สึกว่าพี่ตันเป็นรุ่นพี่ที่น้องๆ ให้ความเคารพ แต่ความรู้สึกดีๆ ของเราสองคนมาเริ่มต้นขึ้นตอนที่พี่ตันบวช เอ้กก็คุยกับทีมงานว่าจะไปงานบวชพี่เขานะ เมื่อทีมงานไปบอกพี่ตัน เขาก็คงรู้สึกว่า น้องคนนี้มันใส่ใจดี ก็น่าจะเริ่มประทับใจตั้งแต่ตอนนั้น

พี่ตันไม่ได้แสดงออกว่าจีบเอ้กชัดเจน แต่เรามาเริ่มคุยกันเยอะๆ ก็ช่วงที่เล่นซิตคอมด้วยกันนั่นแหละ เจอกันอยู่บ่อยๆ เป็นปี จนวันหนึ่งมีงานเลี้ยงของกองถ่าย ตอนนั้นเอ้กยังไปไม่ถึงงาน เขาก็โทรมาถามว่า ถึงไหนแล้ว ตอนนั้นเราก็ยังแปลกใจ พอมาถึงงาน พี่ตันก็รอเพื่อเดินเข้างานพร้อมกับเรา แถมพอใครถามเขาก็ยังบอกว่ามาพร้อมกันอีกด้วย”

เอ้กบอกว่า จากวันนั้นคนก็เริ่มรู้แล้วว่าทั้งคู่คบกัน แต่ด้วยความที่กัปตันไม่ใช่คนโรแมนติก เขาก็เลยไม่เคยพูดว่า “เรามาเป็นแฟนกันนะ” เลยสักครั้ง แต่เธอจะสังเกตจากการกระทำของเขามากกว่า

“เอ้กเริ่มมาแน่ใจว่าพี่ตันคิดกับเอ้กจริงจัง ก็ในวันที่เขาบอกว่าจะซื้อบ้าน แล้วมาชวนให้ไปดูด้วยกัน (ยิ้ม) ปรากฏว่าเขาดันซื้อบ้านหลังที่เอ้กชอบ เอ้กก็กลับมานั่งคิดว่า เอ๊ะ! พี่เขาจะซื้อบ้านของตัวเอง แล้วทำไมต้องให้เราเลือกด้วยล่ะ

หลังจากวันนั้นเขาก็เนียนๆ ไม่พูดอะไรเลย วันต่อมาเขาก็พูดว่า พี่มีของจะให้นะ พอเปิดดูปรากฏว่าเป็นแหวนทองลงยาสลักนามสกุลหงษ์มานพ ที่คุณแม่เขาให้มา แล้วเขาก็พูดว่า มาใช้นามสกุลเดียวกันนะ เพราะเขาไปดูฤกษ์ยามมาเรียบร้อยแล้ว บอกเลยว่าตอนนั้นเซอร์ไพรส์มาก

หลังจากแต่งงาน เอ้กกับพี่ตันก็อยู่ด้วยกันเกือบครบปีแล้ว ตอนนี้เอ้กท้องได้ 3 เดือนแล้วค่ะ ตั้งแต่อยู่ด้วยกันมา พี่ตันเป็นสามีที่ดีมาก แรกๆ เขาอาจจะคาดหวังให้เราเป็นแม่บ้าน ซึ่งเอ้กก็ทำนะ (หัวเราะ) แต่หลังๆ ไม่ทันใจ เขาก็จะทำเองเลย ตื่นเช้ามาเขาจะทำอาหารเช้าให้กิน ทาเนยบนขนมปังให้ คือเขาจะแสดงออกด้วยการกระทำมากกว่าคำพูด”

เอ้กบอกว่า แม้เดิมทีทั้งคู่จะตกลงกันก่อนแต่งงานว่า ฝ่ายหญิงจะทำหน้าที่ดูแลบ้าน ส่วนฝ่ายชายจะออกไปหาเงินเลี้ยงภรรยา แต่เมื่อถึงวันนี้ที่เธอท้อง ทำอะไรไม่ค่อยไหว สามีก็จะตื่นมาเตรียมให้หมดทุกอย่าง แถมเลิกงานกลับมาถึงบ้านค่ำๆ ยังมาช่วยล้างจานอีกด้วย

“ในช่วงวันหยุดอยู่บ้าน พี่ตันก็จะถามว่าอยากกินอะไรมั้ย หรืออยากออกไปเที่ยวไหนรึเปล่า บางทีก็ชวนเอ้กไปวิ่งจ๊อกกิ้งเบาๆ หรือไปว่ายน้ำ เขารู้ว่าเอ้กชอบกินอะไร เขาก็จะคอยซื้อมาฝาก ที่ตลกคือตอนนี้พี่ตันหันมาชอบกินผลไม้เปรี้ยวๆ ตามเอ้กไปแล้ว ทั้งที่เมื่อก่อนเขาไม่ชอบเลย เรียกว่าแพ้ท้องตามภรรยา (หัวเราะ)

ตอนที่แต่งงานกัน เอ้กก็ไม่ได้คาดหวังในตัวพี่เขามากมาย แต่พออยู่ด้วยกันจริงๆ แล้วเขากลับทำเรื่องดีๆ ให้เราเซอร์ไพรส์หลายเรื่อง ดูแลเราทุกอย่างเลย เอ้กยังพูดกับพี่ตันเลยว่า สิ่งที่เขาทำให้เรา มันคือสิ่งที่ผู้หญิงที่กำลังตั้งท้องทุกคนต้องการจากสามีเลยนะรู้มั้ย เด็กจะคลอดมาสุขภาพดีและแข็งแรงหรือไม่ คุณพ่อมีส่วนเป็นอย่างมาก ซึ่งพี่ตันก็ไม่เคยทำให้เอ้กไม่สบายใจ อีกอย่างเขาไม่ใช่คนเจ้าชู้ ก็เลยทำให้เราสบายใจมากๆ”

เอ้กทิ้งท้ายว่า สำหรับเธอแล้วสามีในอุดมคติก็คือ สามีที่รักในสิ่งที่ภรรยาเป็น โดยไม่ไปเปลี่ยนแปลงอะไรในตัวเธอ ถ้าสามีเป็นฝ่ายทำผิด ก็ต้องกล้ายอมรับ และปรับปรุงตัวให้ดีขึ้น ซึ่งทั้งหมดนี้คือสิ่งที่สามีของเธอเป็น

นั่นไง ตาร้อนกันเป็นแถวๆ

แชร์ข่าวนี้

Share on Google+
LINE it!

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ที่สุดไลฟ์สไตล์ในรอบ 7 วัน

  • เปิดอ่าน
  • แสดงความคิดเห็น
  • แชร์