ผู้หญิง

ครบสูตรผู้หญิงยุคใหม่ สวย…มีดีกรี

  • 09 มีนาคม 2560 เวลา 21:02 น.
  • | เปิดอ่าน 1,386
  • | ความคิดเห็น 0
Share on Google+
LINE it!

ครบสูตรผู้หญิงยุคใหม่ สวย…มีดีกรี

โดย...พุสดี สิริวัชระเมตตา ภาพ (ดรีม ดลนภา) เครดิต : กฤษณ์ พรหมสาขา ณ สกลนคร

นิยามความสวยของผู้หญิงแต่ละคนอาจจะแตกต่างกัน แต่ที่แน่ๆ นิยามความสวยของผู้หญิงยุคนี้ ไม่ได้จำกัดกรอบอยู่แค่หน้าตา แต่ยังรวมถึงอีกหลายๆ ปัจจัย บางคนสวยแบบสตรอง สุขภาพกายและใจแข็งแกร่งดั่งหินผา บางคนสวยสง่า เป็นผู้บริหารที่เป๊ะเว่อร์ในทุกองศา ขณะที่บางคนมาสายเด็กเรียน ขอสวยแบบมีดีกรี (ดอกเตอร์) ซึ่งต้องยอมรับว่าเป็นความสวยแบบ Rare Item เพราะกว่าจะได้ดีกรีดอกเตอร์มาประดับหน้าชื่อนั้น ไม่ใช่เรื่องง่าย

ไม่เชื่อลองไปฟังความในใจจากสองสาวเก่ง ที่เป็นตัวแทนของผู้หญิงยุคใหม่มาบอกเล่าชีวิตนักเรียนปริญญาเอกที่สุดหินให้ฟังกัน...

ปริญญาเอกคือการวิ่งมาราธอนพิชิตฝัน

“มุกไม่ใช่เด็กเรียนเก่ง ไม่เคยคิดมาก่อนว่าตัวเองจะเรียนปริญญาเอก สำหรับมุกนี่คือการวิ่งมาราธอน ตอนนี้เราวิ่งมาครึ่งทางแล้ว” นี่คือความรู้สึกของ ไข่มุก-ชุติมา ดุรงค์เดช อดีตมิสไทยแลนด์ยูนิเวิร์ส ปี 2009 ซึ่งขณะนี้เธอกำลังแบกความฝันของคุณพ่อ ด้วยการคว้าปริญญาเอก หลักสูตรวิทยาศาสตรดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาธุรกิจเทคโนโลยีและการจัดการนวัตกรรม (สหสาขาวิชา) จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยมาครองให้สำเร็จ

“มุกไม่เคยคิดว่าชีวิตนี้จะเรียนถึงปริญญาเอก ตั้งใจว่าแค่ปริญญาโทก็พอแล้ว เพราะกว่าจะจบปริญญาโทได้ก็หนักเอาเรื่อง ตอนที่จบบอกกับตัวเองว่า พอกันทีกับชีวิตการเรียน แต่สุดท้ายมุกก็ยังอยู่ในโลกการเรียน เพราะคุณพ่ออยากเห็นลูกคนใดคนหนึ่งจบปริญญาเอก ภารกิจนี้เลยมาตกที่มุกทั้งที่ในจำนวนพี่น้อง มุกเรียนไม่เก่งเท่าคนอื่น เพราะตอนนั้นมุกเป็นคนเดียวที่ว่างสุด (หัวเราะ) พี่น้องคนอื่นเข้ามาช่วยงานที่บ้านหมดแล้ว เหลือมุกที่ยังก้ำกึ่งทำงานในวงการบันเทิงด้วย ทุกคนเลยลงความเห็นว่าให้มุกไปเรียน”

ไข่มุก-ชุติมา ดุรงค์เดช

 

ด้วยความที่ไม่อยากรบกวนกระเป๋าเงินคุณพ่อคุณแม่ ไข่มุกจึงตัดสินใจสมัครขอทุนในสาขาที่มองว่าจะเอื้อต่อธุรกิจครอบครัว และเรียนต่อปริญญาเอกในฐานะนักเรียนทุน ผ่านมา 3 ปีแล้วกับถนนที่เธอเลือก ซึ่งเจ้าตัวออกปากว่ามหาโหดไม่เบา ยิ่งตอนนี้เธอเหลือเก็บชั่วโมงเรียนอีกไม่มาก ก็จะเข้าสู่ด่านหินที่สุดอย่างการทำวิทยานิพนธ์

“ช่วงที่ชีวิตพีกหนักๆ บาลานซ์เวลาในชีวิตไม่ได้ ก็ทำเอาเขวอยากจะเลิกเรียนเหมือนกันนะ แต่ก็บอกตัวเองว่า ไหนๆ ก็มาครึ่งทางแล้ว เปรียบเทียบง่ายๆ ก็เหมือนเราวิ่งมาราธอนมาครึ่งทางแล้ว จะกลับไปจุดเริ่มต้นหรือลากร่างตัวเองไปให้ถึงปลายทางให้ได้ ซึ่งถ้ามองในแง่บวกว่า มุกว่าการเรียนปริญญาเอกสอนอะไรเราหลายอย่างนะ ช่วยฝึกความอดทนให้เรารู้ว่าไม่มีอะไรได้มาง่ายๆ และยิ่งมันได้ยากเท่าไหร่ เราจะยิ่งเห็นคุณค่าของสิ่งนั้น”

ถามว่า ถ้าย้อนเวลากลับไปได้ จะตัดสินใจเลือกเส้นทางนี้หรือไม่ สาวสวยที่มีตำแหน่งการันตีตอบว่า ถ้าถามวันที่เหนื่อยหรือท้อมากๆ เธออาจจะตอบว่า “ไม่” แต่ถ้าวันหนึ่งเธอไปถึงจุดหมายได้จริง ได้นำความรู้ที่มีมาสร้างนวัตกรรมอย่างที่ใจคิดจริง นี่คงเป็นการลงทุนที่คุ้มค่า

“ตอนนี้มุกเหมือนนักลงทุน ที่ลงทุนไปแล้วยังไม่เห็นผลตอบแทน มีแต่หยาดเหงื่อที่ลงไป บางครั้งเลยท้อบ้าง แต่มุกเชื่อว่า ถ้าวันไหนที่เราไปถึงปลายทาง และเห็นผลลัพธ์ของความทุ่มเท มาถึงจุดคุ้มทุนเมื่อนั้นมุกจะตอบได้อย่างเต็มปากว่า ถ้าย้อนเวลากลับไปได้ก็พร้อมเลือกเดินเส้นทางนี้”

 

ปริญญาเอกคืออีกหนึ่งโปรเจกต์ที่ต้องทำให้จบ

อีกหนึ่งสาวเก่งที่มีแรงยุจากครอบครัวเป็นแรงผลักดันให้ก้าวไปให้ถึงปริญญาเอก คือ ดรีม-ดลนภา ธรรมวัฒนา เอ็มดีของ บริษัท ดีบีกรุ๊ป ผู้นำเข้าแบรนด์ชีสเค้กสุดพรีเมียมจากเมืองโอตารุ เลอ ทาโอะ (Le Tao) พร้อมควบตำแหน่งผู้อำนวยการสายงานบริหารการตลาด บริษัท บีจีที คอร์ปอเรชั่น ผู้จำหน่าย บอดี้ โกลฟ ตอนนี้เธอกำลังมุ่งมั่นกับการสานฝันในโลกธุรกิจ ควบคู่ไปกับการเรียนปริญญาเอก

“ตอนนี้ดรีมเรียนปริญญาเอก สาขาบริหารธุรกิจ อยู่ที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ผ่านมา 3 ปี เรียกว่ามาได้ครึ่งทางแล้ว เพราะเรียนภาคทฤษฎีหมดแล้ว เหลือแค่การทำธีซิส ซึ่งถ้าตามหลักสูตรจริงๆ 3 ปีก็จบได้นะ แต่ตั้งแต่เปิดหลักสูตรนี้มาจากรุ่น 1 มาถึงรุ่น 4 ที่ดรีมเรียน ยังไม่มีใครเคยจบได้ใน 3 ปี ส่วนใหญ่จะประมาณ 5-6 ปี” สาวเก่งบอกเล่าอย่างอารมณ์ดี

สำหรับแรงจูงใจที่ทำให้สาวเก่งมุ่งมั่นคว้าดีกรีดอกเตอร์มาครองนั้น เธอบอกว่ามีคุณพ่อซึ่งเรียนจบปริญญาเอกเป็นโรลโมเดล พอคุณพ่อเรียนจบ ทั้งคุณพ่อคุณแม่เลยอยากให้ดรีมซึ่งเป็นลูกสาวคนเดียวไปให้สุดทางด้านการศึกษา แต่กว่าจะผลักและดันจนมีวันนี้แผนการเรียนก็ดีเลย์ไปถึงเกือบ 3 ปี

“ตอนนั้นดรีมก็ยังลังเล ถึงจะเริ่มหาข้อมูล หาที่เรียนแล้ว แต่ยังไม่เริ่มต้นซักที เพราะดรีมยังหาเพื่อนเรียนด้วยไม่ได้ พยายามไปชวนเพื่อนสนิทอยู่หลายคน ทุกคนก็ปฏิเสธหมด จนสุดท้ายรุ่นน้องที่สนิทซึ่งทุกวันนี้ก็เป็นหุ้นส่วนที่เลอ ทาโอะ ตอบตกลงจะเรียนด้วย ชีวิตนักศึกษาปริญญาเอกของดรีมจึงเริ่มต้น”

 

แน่นอนว่า ชีวิตนักศึกษาปริญญาเอกนั้นไม่ง่ายเลย ต้องอาศัยความอดทน ความตั้งใจที่เพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าในการเรียน ดรีมบอกว่าต้องท่องไว้เสมอว่า “ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน” เพราะการเรียนปริญญาเอกไม่มีอาจารย์มาคอยเคี่ยวเข็ญ ทุกคนต้องมีความรับผิดชอบและขวนขวายเพื่อที่จะเรียนรู้เอง

“ถามว่าเคยท้ออยากเลิกเรียนมั้ย ไม่นะ เพราะลังเลมาเยอะแล้วก่อนที่จะตัดสินใจเรียน ดังนั้นพอเริ่มเรียนจริง เราบอกตัวเองเสมอว่า เข้ามาแล้ว เลิกไม่ได้หรอก อายคนอื่น (หัวเราะ) เรามาครึ่งทางแล้วยังไงก็ต้องไปต่อ ดรีมมองว่า คนเราเรียนรู้ไม่มีที่สิ้นสุด ไม่ว่าจะวัยไหนก็ยังเรียนได้ การศึกษาทำให้เราได้พัฒนาตัวเอง เมื่อไหร่ที่เราหยุด หมายถึงเราหยุดพัฒนาตัวเองไปด้วย”

ดรีม ยังบอกด้วยว่า ด้วยความที่เธอเป็นเจ้าแม่โปรเจกต์ มีโปรเจกต์ธุรกิจในหัวมากมาย ดังนั้นเธอจึงเปรียบเทียบการเรียนปริญญาเอกว่า เหมือนเป็นอีกโปรเจกต์สำคัญของชีวิต ซึ่งเมื่อเริ่มแล้ว ต้องทำให้สำเร็จ และเธอเชื่อว่า โปรเจกต์นี้ก็ไม่ต่างจากโปรเจกต์ธุรกิจอื่นๆ ที่ทำอยู่ คือไม่มีคำว่าง่ายที่จะไปถึง ต้องอาศัยความมุ่งมั่นและความพยายามเท่านั้นจึงจะสำเร็จ 

แชร์ข่าวนี้

Share on Google+
LINE it!

ที่สุดไลฟ์สไตล์ในรอบ 7 วัน

  • เปิดอ่าน
  • แสดงความคิดเห็น
  • แชร์