ภาคตะวันออก

กสทช.-3ค่ายมือถือเช็คซิมการ์ดแก๊งสร้างยอดไลค์

  • 17 มิถุนายน 2560 เวลา 16:43 น.
  • | เปิดอ่าน 9,185
  • | ความคิดเห็น 0
Share on Google+
LINE it!

กสทช.-3ค่ายมือถือเช็คซิมการ์ดแก๊งสร้างยอดไลค์

สระแก้ว-กสทช. พร้อม 3 ค่ายมือถือ ลงพื้นที่อรัญประเทศ จ.สระแก้ว เพื่อตรวจซิมการ์ด ที่แก๊งชาวจีนประกอบธุรกิจกดไลค์ กดแชร์

เมื่อเวลา 09.30 น.วันที่ 17 มิย. 60 ที่ศูนย์ปฏิบัติการสถานีตำรวจภูธร อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว พ.ต.ท.เกษม วงค์ทอง ผกก.หัวหน้าสอบสวน สภ.อรัญประเทศ ร.ต.อ.ทวิทย์ ประกอบนันท์ รอง สว.(สอบสวน) นำเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.อรัญประเทศต้อนรับ เจ้าหน้าที่จากสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) นำโดย นายพิชัย สุวรรณกิจบริหาร ผู้อำนวยการสำนักกำกับดูแลกิจ การโทรคมนาคม พร้อมด้วยนักกฎหมายและ กสทช.ภูมิภาค สำนักงานปราจีนบุรี และผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือ (โอเปอเรเตอร์) ทุกค่ายจาก 3 ค่ายมือถือ ประกอบด้วย บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ เอไอเอส, บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ ดีแทค และ บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ได้เดินทางมาร่วมประชุมและทำตรวจสอบซิมของกลางกว่า 3 แสนซิม ซึ่งเจ้าหน้าที่ทหารและตำรวจสามารถจับกุมแก๊งชาวจีน รับจ้างกดไลค์ เพิ่มยอดวิว พร้อมโทรศัพท์มือถือไอโฟนจำนวนมาก

หลังจากเจ้าหน้าที่ กสทช. และ 3 ค่ายมือถือ และฝ่ายกฎหมายมาถึง ที่ สภ.อรัญประเทศ ได้มีการเดินทางเข้าประชุมที่ห้องประชุม สภ.อรัญประเทศ ทันที และประชุมประมาณ 1 ชม. โดย กสทช. และเจ้าหน้าที่ของบริษัทค่ามือถือ ได้ร่วมกันตรวจสอบว่า โทรศัพท์มือถือของกลาง รวมถึงการนำซิมมาใช้บริการถูกต้องหรือไม่ มีการเปิดใช้บริการ และลงทะเบียนถูกต้องหรือยัง หากพบว่า มีความผิดเกิดขึ้น จะแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษเพิ่ม

 

นายพิชัย สุวรรณกิจบริหาร ผอ.สำนักกำกับดูแลกิจการโทรคมนาคม กสทช.กล่าวว่า ต้องตรวจสอบข้อมูลว่า ซิมที่ยึดได้มีเบอร์อะไรบ้าง วันนี้ตัวแทนได้มีการตรวจสอบขั้นต้นด้วยการเอาไปสแกนบาโค๊ด รู้จำนวนและตัวแทนจำหน่ายมาจากชายแดน เมื่อได้ข้อมูลทั้งหมดจะส่งให้ กสทช.ตรวจสอบอีกครั้ง ซึ่งวันนี้ได้แจ้งความเพื่อให้ดำเนินคดีเพิ่ม กับ ร.ต.อ.ทวิทย์ ประกอบนันท์ พนักงานสอบสวน สภ.อรัญประเทศ ฐานมีเครื่องวิทยุโทรคมนาคมโดยไม่ได้รับอนุญาต ตาม พรบ.วิทยุโทรคมนาคม 2549 ซึ่งมีโทษจำคุก 5 ปี ปรับไม่เกิน 1 แสนบาท

จากการตรวจสอบอย่างไม่เป็นทางการโดยโอเปอเรเตอร์ พบว่า ซิมบางส่วนมีการลงทะเบียนถูกต้อง โดยใช้หนังสือเดินทางของชาวต่างประเทศ บางส่วนเป็นการลงทะเบียนโดยผู้ขาย บางซิมใช้ได้ บางซิมใช้ไม่ได้หรือหมดอายุ ต้องดูข้อเท็จจริงว่า มีการลงทะเบียนทั้งหมดหรือไม่ ถ้าลงทะเบียนเป็นการลงทะเบียนอย่างไร ซึ่งผู้ให้บริการต้องตรวจสอบ ส่งให้ กสทช.ภายในวันจันทร์( 19 มิ.ย.)นี้  เพื่อสรุปส่งให้เลขาธิการ กสทช.พิจารณาในวันพุธ(21 มิ.ย.) นี้ ทั้งนี้ พบว่า มีซิมบางส่วนมาจากประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งถ้าเป็นซิมไทยต้องเปิดตามระเบียบไทย โดยเฉพาะการแสดงตน ไม่ได้จำกัดจำนวนเบอร์ต่อคน ซึ่งคนที่แสดงตนกับผู้ต้องหา หากไม่ใช่คนเดียวกัน พนักงานสอบสวนจะต้องไปสืบสวนต่อไป กสทช. เป็นผู้รักษาการณ์ ตาม พ.ร.บ.วิทยุโทรคมนาคม หากพบว่า มีการเอาอุปกรณ์โทรศัพท์ ซึ่งเป็นวิทยุโทรคมนาคมไปใช้โดยไม่ได้ขออนุญาต ถือว่า มีความผิดที่เกิดขึ้น เป็นการประกอบกิจการโดยไม่ได้รับอนุญาต เป็นความผิด ที่ กสทช. จะร้องทุกข์กล่าวโทษตามกฎหมาย

ส่วน นายประวิตร จิตรปัญญา ผช.กก.ผจก.อาวุโส สำนักงานภูมิภาค ภาคตะวันออก ผู้ให้บริการเครือข่ายเอไอไอ กล่าวว่า ได้ตรวจซิมเบื้องต้นแล้วจำนวน 105,485 ซิม ส่วนใหญ่เป็นซิมเติมเงิน ส่วนใหญ่เปิดใช้งานในพื้นที่ชายแดน ขณะนี้กำลังเอาข้อมูลไปตรวจสอบเชิงลึกอยู่ ทางด้านผู้ให้บริการเครือข่าย ดีแทค แจ้งว่า ตรวจซิมไปแล้ว 104,000 ซิม เป็นซิมเติมเงิน รวมทั้งเครือข่ายทรู ตรวจข้อมูลไปแล้ว 7,000 ซิม โดยใช้วิธีส่งให้สำนักงานใหญ่ตรวจสอบบาร์โค๊ดอยู่อย่างไรก็ตาม การจับกุมครั้งนี้ ถือเป็นครั้งแรกที่มีการจับกุมมากขนาดนี้ ซึ่งก่อนหน้านี้พนักงานสอบสวน แจ้งข้อหากับชาวจีนทั้ง 3 ราย ทำงานโดยไม่ได้รับอนุญาต และนำเข้าไม่เสียภาษี โดยให้การว่า เข้ามาทำธุรกิจรับจ้างกดไลค์ กดแชร์ในแอพพลิเคชั่น วีแชท เนื่องจากประเทศจีนไม่เล่นเฟซบุ๊ค และการซื้อซิมในจีนต้องแสดงบัตร ประชาชน หนึ่งคนสามารถซื้อได้

พ.ต.ท.เกษม วงค์ทอง ผกก.หัวหน้าสอบสวน สภ.อรัญประเทศ กล่าวว่า นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการ กสทช.ได้มอบให้ นายพิชัย สุวรรณกิจบริหาร ผอ.สำนักกำกับดูแลกิจกาโทรคมนาคม กสทช. เพื่อให้ฝ่ายตำรวจได้สอบสวนผู้เกี่ยวข้อง กรณีนี้ กสทช. ได้เชิญผู้ประกอบการโทรศัพท์เคลื่อนที่ทั้ง 3 ราย ได้แก่ เอไอเอส ดีแทค และทรูมูฟเอช มาชี้แจงข้อเท็จจริง โดยผู้ประกอบการได้ชี้แจงว่ายังไม่แน่ชัดว่าซิมการ์ดมีการเปิดใช้งานทั้งหมดหรือไม่ แต่ยืนยันว่าการใช้งานทุกซิมการ์ดต้องผ่านการลงทะเบียน มิเช่นนั้นจะไม่สามารถเปิดใช้งานได้ แต่ยอมรับว่าการลงทะเบียนซิมการ์ดนั้นมีช่องโหว่ที่หนึ่งบุคคลสามารถลงทะเบียนเป็นเจ้าของกี่ซิมการ์ดก็ได้ อย่างไรก็ดีทาง กสทช. และผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่จะร่วมกันลงพื้นที่ สำรวจของกลาง ณ สถานีตำรวจภูธรอรัญประเทศ จ.สระแก้ว ในวันนี้ เพื่อตรวจสอบของกลางที่ยึดได้ว่าเป็นซิมการ์ดที่มีการลงทะเบียนเท่าใด มีการปล่อยให้มีการใช้งานได้โดยไม่มีการลงทะเบียนหรือไม่ และผู้กระทำความผิดซื้อหามาจากที่ใด รวมทั้ง กสทช. จะทำการตรวจสอบอุปกรณ์ในการใช้งานของผู้ที่กระทำความผิดที่มีลักษณะสามารถใช้งานซิมการ์ดต่าง ๆ ได้โดยที่ไม่ต้องนำออกจากกรอบในจำนวนมากพร้อมกัน หากพบว่าอุปกรณ์ดังกล่าวสามารถใช้งานซิมการ์ดโทรศัพท์ได้จริง ทาง กสทช. จะดำเนินการแจ้งความเพิ่มในความผิดข้อหาลักลอบนำอุปกรณ์โทรคมนาคมมาใช้งานโดยไม่ได้รับอนุญาต ตาม พ.ร.บ.วิทยุโทรคมนาคม พ.ศ.2498 และ พ.ร.บ.การประกอบกิจการโทรคมนาคม พ.ศ.2544 ซึ่งจะมีโทษจำคุก 5 ปี ปรับไม่เกิน 100,000 บาท นอกจากนี้ทาง กส.ทช. ยังได้รับรายงานจากผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ด้วยว่า มีผู้ประกอบการรายย่อยจำนวนไม่น้อยที่ลงทะเบียนใช้งานเป็นชื่อตนเอง ก่อนนำเอาซิมการ์ดมาจำหน่าย รวมถึงยังมีการลงทะเบียนซิมการ์ดเพื่อให้นักท่องเที่ยวนำไปใช้งาน ซึ่งมักพบตามจุดการค้าชายแดนจังหวัดต่าง ๆ ทั้งนี้ กสทช. จึงอยากขอเตือนผู้ที่กระทำการลงเบียนใช้งานแทนบุคคลอื่นว่า หากผู้ที่นำซิมการ์ดไปกระทำความผิด ผู้ลงทะเบียนซิมการ์ดนั้น ๆ จะมีความผิดหรือโดนตรวจสอบเป็นคนแรกๆ อีกด้วย

 

แชร์ข่าวนี้

Share on Google+
LINE it!

ที่สุดกทม.-ภูมิภาคในรอบ 7 วัน

  • เปิดอ่าน
  • แสดงความคิดเห็น
  • แชร์