สกู๊ปภูมิภาค

คุมเข้มชายแดนใต้ สกัดป่วนต่อเนื่อง

  • 21 เมษายน 2560 เวลา 06:00 น.
  • | เปิดอ่าน 867
  • | ความคิดเห็น 0
Share on Google+
LINE it!

คุมเข้มชายแดนใต้ สกัดป่วนต่อเนื่อง

โดย...ทีมข่าวภูมิภาคโพสต์ทูเดย์

เหตุความไม่สงบ 13 จุด ในพื้นที่ 12 อำเภอ ใน จ.สงขลา ปัตตานี และนราธิวาส เมื่อกลางดึกวันที่ 19 เม.ย.ที่ผ่านมา ทำให้กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า (กอ.รมน.ภาค 4 สน.) ต้องเพิ่มมาตรการคุมเข้มพื้นที่เขตเมืองชายแดนภาคใต้ โดยเฉพาะ 7 พื้นที่เศรษฐกิจสำคัญ ประกอบด้วย อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา, อ.เมือง จ.ปัตตานี, อ.เมือง จ.ยะลา, อ.เบตง จ.ยะลา, อ.เมือง จ.นราธิวาส, อ.ตากใบ และ อ.สุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส หลังจากที่เคยคุมเข้มมาอย่างต่อเนื่องหลังเกิดเหตุวินาศกรรมเสาไฟฟ้าในหลายพื้นที่มาตั้งแต่วันที่ 6 เม.ย.ต่อเนื่องมาถึงช่วงเทศกาลสงกรานต์

พ.อ.ปราโมทย์ พรหมอินทร์ โฆษก กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า เปิดเผยว่า ที่ผ่านมาได้บูรณาการกำลังร่วม 3 ฝ่าย ดูแลรักษาความปลอดภัยอยู่แล้ว โดยมีการกำหนดพื้นที่ความรับผิดชอบอย่างต่อเนื่อง แต่ พล.ท.ปิยวัฒน์ นาควานิช แม่ทัพภาคที่ 4 ได้เน้นย้ำเพิ่มเติมว่า จะต้องเฝ้าระวังชุมชนล่อแหลม พื้นที่เสี่ยง และเป้าหมายอ่อนแอ โดยเฉพาะพื้นที่เขตเมือง ซึ่งเชื่อว่ากลุ่มคนร้ายต้องการก่อเหตุสร้างสถานการณ์ความรุนแรง

พ.อ.ปราโมทย์ กล่าวว่า จากการตรวจสอบจุดเกิดเหตุต่างๆ พบว่าเป็นการสร้างสถานการณ์ก่อกวนด้วยการใช้ระเบิดแสวงเครื่อง และประทัดยักษ์ขว้างใส่ฐานปฏิบัติการและจุดตรวจเจ้าหน้าที่

อย่างไรก็ตาม การก่อเหตุในพื้นที่ อ.สะบ้าย้อย จ.สงขลา ห่างจากฐานชุดคุ้มครอง ต.ธารคีรี ประมาณ 200 เมตร ฝ่ายผู้ก่อเหตุเสียชีวิต 2 คน คือ มะบีดี ลามะดอ ชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน (ชรบ.) หมู่ 6 บ้านกอแลบีเละ และ มะซากี เจะเละ ซึ่งมีฐานะเป็นหัวหน้าชุดปฏิบัติการ กลุ่มก่อความไม่สงบในพื้นที่

พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่สามารถหาเหตุผลในการก่อเหตุได้ชัดเจนว่าจะเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ระเบิด 40 จุดในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ก่อนหน้านี้หรือไม่ แต่คนร้ายที่เสียชีวิตในครั้งนี้ก็เคยร่วมก่อเหตุในครั้งนั้น

“ตามหลักแล้วการก่อเหตุพร้อมกันในหลายพื้นที่ก็เพื่อต้องการแสดงตัวตนของตัวเองว่ายังมีศักยภาพอยู่ ในช่วงที่ผ่านมามีกลุ่มผู้ก่อเหตุเข้ามอบตัวกับแม่ทัพภาคที่ 4 จำนวนมาก ถือเป็นส่วนหนึ่งที่ก่อให้เกิดความหวั่นไหว และพยายามที่จะดำรงสถานะของตัวเองอยู่” พล.อ.เฉลิมชัย กล่าว

ผบ.ทบ. กล่าวว่า การก่อเหตุครั้งนี้เป็นการแสดงศักยภาพของกลุ่มผู้ก่อเหตุ เนื่องจากมีการก่อเหตุพร้อมกันในหลายๆ พื้นที่ เลือกเป้าหมายที่สามารถเข้าถึงได้ง่าย และเป็นเป้าหมายที่อยู่ในวิถีเส้นทางหลัก ใช้ยุทธวิธีคือการโยนระเบิดเข้าไป ส่วนความรุนแรงของเหตุการณ์นั้นถือว่าไม่มีผลเสียหายมากนัก

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ค่อนข้างมั่นใจที่จะขยายผลไปถึงขบวนการผู้ก่อเหตุ โดยเฉพาะข้อมูลของผู้ก่อเหตุที่เสียชีวิต และที่สำคัญหลักฐานรถจักรยานยนต์ที่ใช้ก่อเหตุนั้น ก็พบว่าเป็นของผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านรายหนึ่ง ซึ่งเจ้าหน้าที่ควบคุมตัวมาสอบสวนแล้ว

พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคงและ รมว.กลาโหม ก็กล่าวว่า หลังจากนี้จะมีการขยายผลว่าผู้ก่อเหตุเป็นกลุ่มใด ต้องเชื่อมโยงไปถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในวันที่ 6 เม.ย.ที่ผ่านมาด้วย ผู้ต้องสงสัยที่ควบคุมตัวได้นั้นมีความชัดเจนว่ามีส่วนเกี่ยวข้องเพราะเคยพบดีเอ็นเอในที่เกิดเหตุ

ขณะที่การรักษาความปลอดภัยพื้นที่เศรษฐกิจสำคัญนั้น พ.ต.อ.สุชาติ สอิด ผกก.สภ.เบตง จ.ยะลา ได้สั่งการให้เพิ่มมาตรการคุมเข้มให้หัวหน้าโรงพักแบ่งกำลังในการปฏิบัติตามยุทธวิธีพร้อมกับดูแลความปลอดภัยสถานที่ราชการ สถานบันเทิง และประชาชนอย่างเต็มที่

ข้อมูลการข่าวของเจ้าหน้าที่นั้นค่อนข้างเชื่อมั่นว่าจะมีการก่อเหตุอย่างต่อเนื่อง ซึ่งมีการแจ้งเตือนกันมาแล้วตั้งแต่ต้นเดือน เม.ย. โดยพบความเคลื่อนไหวของกองกำลังผู้ก่อความไม่สงบในพื้นที่รอยต่อระหว่าง อ.หนองจิก โคกโพธิ์ จ.ปัตตานี อ.กาบัง จ.ยะลา และ อ.สะบ้าย้อย จ.สงขลา เพื่อหลบหนีการกดดันของเจ้าหน้าที่

นอกจากนี้ ยังพบความเคลื่อนไหวการฝึกเยาวชนรุ่นใหม่ให้ก่อเหตุ โดยมีการตั้งศูนย์ฝึกในพื้นที่ ต.เขาแดง อ.สะบ้าย้อย ซึ่งมีพื้นที่ติดต่อกับมาเลเซีย รวมทั้งมีกองกำลังติดอาวุธจำนวนประมาณ 12-15 คน เคลื่อนไหวอยู่ตามบริเวณพรมแดนไทย-มาเลเซีย ด้าน อ.กาบัง จ.ยะลา และ อ.สะบ้าย้อย จ.สงขลา เตรียมที่จะก่อเหตุ

เหตุความไม่สงบครั้งนี้ ส่งผลต่อบรรยากาศการท่องเที่ยวของไทยทันที บุษฎี สันติพิทักษ์ อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวว่า สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงมอสโก ประเทศรัสเซีย แจ้งว่าสำนักงานการท่องเที่ยวของรัสเซียออกประกาศผ่านทางเว็บไซต์แจ้งเตือนทั่วไปว่าหลังจากเกิดเหตุระเบิดในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้เมื่อคืนวันที่ 19 เม.ย.ที่ผ่านมา ขอให้พลเมืองชาวรัสเซียหลีกเลี่ยงการเดินทางไปในพื้นที่ที่มีคนหนาแน่น หรือบริเวณที่มีสถานการณ์ไม่ปลอดภัย

โฆษกกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวว่า แต่พื้นที่ที่เกิดเหตุไม่ใช่พื้นที่ที่ชาวรัสเซียนิยมไปท่องเที่ยวอยู่แล้ว ขณะเดียวกันหน่วยงานด้านความมั่นคงของไทยสามารถควบคุมดูแลสถานการณ์ได้

แชร์ข่าวนี้

Share on Google+
LINE it!

ที่สุดกทม.-ภูมิภาคในรอบ 7 วัน

  • เปิดอ่าน
  • แสดงความคิดเห็น
  • แชร์