สกู๊ป กทม.

เยาวราช-ข้าวสาร สตรีทฟู้ดโมเดล

  • 11 พฤษภาคม 2560 เวลา 06:41 น.
  • | เปิดอ่าน 1,117
  • | ความคิดเห็น 0
Share on Google+
LINE it!

เยาวราช-ข้าวสาร สตรีทฟู้ดโมเดล

โดย...นิติพันธุ์ สุขอรุณ

กรุงเทพมหานคร (กทม.) ตัดสินใจกำหนดให้ถนนเยาวราชและถนนข้าวสารเป็นพื้นที่สตรีทฟู้ดสำหรับนักท่องเที่ยว ที่ต้องการเดินทางมาชิม ชม ช็อป เลือกซื้ออาหารอันเป็นเอกลักษณ์ที่สร้างชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วโลก ถือเป็นนโยบายส่งเสริมการท่องเที่ยวของรัฐบาลในจุดที่มีศักยภาพ ทั้งยังสามารถสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจได้จำนวนมหาศาล

พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าฯ กทม. เปิดเผยว่า ย่านเยาวราชมีชื่อเสียงโด่งดังทำให้มีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเดินทางเข้ามาเป็นจำนวนมาก และสร้างรายได้ทางเศรษฐกิจให้กับประเทศจำนวนกว่า 5 แสนล้านบาท/ปี โดยนักท่องเที่ยวประมาณ 90% เป็นคนจีน ดังนั้นรูปแบบของการปรับโฉมย่านเยาวราชจะทำให้มีบรรยากาศ อัตลักษณ์เหมือนอยู่ในประเทศจีน

เริ่มที่การกำหนดให้ใช้พื้นที่นำร่อง 2 แห่ง คือ ถนนเยาวราช และ ถนนข้าวสาร ภายหลังการหารือร่วมกับกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว พบว่าพื้นที่ทั้งสองแห่งมีศักยภาพด้านการท่องเที่ยวสูง เป็นที่รู้จักมีชื่อเสียงในด้านอาหารระดับโลก ทว่าเป็นร้านค้าขายอาหารอยู่ริมถนน จึงจำเป็นต้องใช้พื้นที่ถนนไปบางส่วน แต่ต้องไม่กระทบต่อสภาพการจราจรในช่วงเร่งด่วน โดยถนนข้าวสารกำหนดให้ปิดถนนทุกช่องตั้งแต่เวลา 18.00-02.00 น. ส่วนถนนเยาวราช กำหนดปิดการจราจรบนถนน 1 ช่องจราจรด้านซ้ายตลอดแนว จากซอยผดุงด้าว-ตลาดเก่า ระยะทางประมาณ 350 เมตร เพื่อใช้เป็นพื้นที่ให้ตั้งวางแผงค้าและเป็นช่องทางสัญจรให้แก่นักท่องเที่ยวตั้งแต่เวลา 18.00-24.00 น. ซึ่งผู้ค้าสามารถตั้งวางแผงค้าได้ในเวลาที่กำหนดเท่านั้น

 

อย่างไรก็ตาม กทม.กำลังวางหลักเกณฑ์การตั้งวางแผงค้า เช่น ขนาดแผงค้า การจัดสรรพื้นที่สำหรับผู้ค้าอย่างเท่าเทียม และห้ามไม่ให้ผู้ค้ามีการล้างจานชามทิ้งเศษอาหาร ทิ้งน้ำเสียลงท่อระบายน้ำโดยเด็ดขาด ส่วนขยะอื่นๆ จะต้องมีการคัดแยกและทิ้งอย่างเป็นระบบ อีกทั้งการจำหน่ายอาหารต้องผ่านการอบรมด้านสุขอนามัย ซึ่งต้องใส่หมวก ถุงมือ และสวมเอี้ยมให้ถูกต้อง หากเป็นอาหารที่ต้องใช้มือสัมผัสทางสำนักอนามัย กทม.จะออกใบอนุญาตการเป็นผู้สัมผัสอาหารให้หลังตรวจสอบแล้วว่าผ่านเกณฑ์ความสะอาด

พล.ต.อ.อัศวิน กล่าวอีกว่า ด้านราคาสินค้าประเภทอาหาร ทางกระทรวงพาณิชย์จะเข้ามาดูแลกำหนดราคาให้ชัดเจนและเป็นธรรม ซึ่งทุกร้านค้าต้องติดป้ายแสดงราคาอาหาร 3 ภาษา คือ ไทย จีน และอังกฤษ เพื่อแจ้งต่อผู้บริโภครับทราบก่อนตัดสินใจซื้อ โดยเริ่มการปฏิบัติอย่างเป็นทางการในปลายเดือน พ.ค.นี้ ส่วนกรณีแรงงานต่างด้าวที่เข้ามาประกอบอาชีพหาบเร่แผงลอยจำหน่ายอาหารถือเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย เรื่องนี้ทางกระทรวงแรงงานเตรียมเข้ามากวดขันต่อไป

ด้านหนึ่ง กทม.พร้อมให้การสนับสนุนด้วยการตั้งจุดทิ้งขยะ เพิ่มถังขยะแบบคัดแยกให้มากขึ้น ติดตั้งกล้องซีซีทีวี เพิ่มถังดับเพลิงตามจุดต่างๆ จัดหาสถานที่จอดรถยนต์ให้มากขึ้นอีกด้วย

“ผมหวังจะเพิ่มรายได้ทางเศรษฐกิจให้มากขึ้นอีก 1 แสนล้านบาท และจะทำให้เป็นเยาวราชโมเดล ส่วนพื้นที่อื่นๆ ที่ประเมินแล้วว่าสร้างรายได้ มีอัตลักษณ์ความเป็นมาสำคัญของสถานที่นั้นก็อาจจัดให้เป็นแหล่งสตรีทฟู้ดนอกเหนือจากถนนเยาวราชและถนนข้าวสารได้ เช่น ที่คลองโอ่งอ่าง กำลังวางแผนให้เป็นถนนคนเดิน หรือตลาดน้ำอีกหลายแห่งด้วยก็มีความเหมาะสม ส่วนพื้นที่ใดที่ กทม.จัดระเบียบสั่งห้ามตั้งแผงค้าอย่างถาวร ขอยืนยันว่าไปแล้วไปลับไม่มีวันกลับมา เพื่อไม่ให้กระทบต่อมาตรการจัดระเบียบความสะอาดของบ้านเมืองในภาพรวม” ผู้ว่าฯ กทม. กล่าว

 

สำหรับมาตรการป้องกันและควบคุมดูแลความปลอดภัยและการจราจร พ.ต.ท.อาณัติ อรรคสาร สว.จร.สน.พลับพลาไชย 2 กล่าวว่า ได้มีการประชุมพ่อค้าแม่ค้าที่ขายของบนถนนเยาวราช เพื่อทำความเข้าใจร่วมกัน โดยตกลงร่วมกันสร้างกลุ่มไลน์ขึ้นมาเพื่อแจ้งข่าวสาร และหากพบเห็นว่าร้านค้าร้านใดมีการตั้งวางเก้าอี้ลงมาบนผิวการจราจร ทางตำรวจจะแจ้งผ่านไลน์กลุ่มเพื่อให้ดำเนินการยกออกทันที รวมทั้งพ่อค้าแม่ค้าที่อยู่ในกลุ่ม สามารถรวมกันตรวจสอบได้ ซึ่งถือว่าช่วยเจ้าหน้าที่ตำรวจทำงานได้เป็นอย่างดี เพราะที่ผ่านมาการเข้าไปไล่รื้อทำให้ภาพลักษณ์การทำงานของเจ้าหน้าที่ดูไม่ดีในสานตาประชาชน

ขณะเดียวกันการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ขอความร่วมมือกับสำนักงานเขตเข้ามาจัดการให้เข้มงวดมากขึ้น ซึ่งหาก สน.พบว่ามีร้านค้าใดทำความผิดเป็นประจำ จะแจ้งต่อไปยังสำนักงานเขตให้ยกเลิกสิทธิในการขายทันที โดยทาง สน.ได้ดำเนินการมาแล้วสักระยะพบว่าสภาพการจาจรในถนนเยาวราชเป็นไปในแนวทางที่ดีขึ้นกว่า 50%

นอกจากนี้ ยังได้ติดตั้งเครื่องขยายเสียงตามเส้นทางถนนเยาวราชตลอดทั้งแนว เพื่อประชาสัมพันธ์ข่าวสารให้แก่ประชาชนโดยใช้ระบบ 3 ภาษา คือ จีน ไทย อังกฤษ สื่อสารกับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติให้เกิดความเข้าใจ ไม่ลงมาเดินบนถนนที่รถสัญจรและข้ามถนนในจุดที่จัดไว้ให้ รวมทั้งตั้งศูนย์กลางเพื่อให้ความช่วยเหลือนักท่องเที่ยวและดูแลสภาพการจราจรบริเวณแยกเฉลิมบุรี โดยขณะนี้บนถนนเยาวราชมีกล้องซีซีทีวีจำนวนกว่า 40 ตัว คอยสอดส่องความปลอดภัยอยู่ตลอดเวลา

 

ด้าน พงษกร ชูกิตติพรศักดิ์ ผู้ประกอบการร้านอาหารถนนเยาวราช กล่าวว่า ที่ผ่านมาทางสำนักงานเขตสัมพันธวงศ์ได้ประสานขอความร่วมมือให้ผู้ประกอบการร้านอาหารเข้าร่วมอบรม ฟังบรรยายเรื่องความสะอาด รวมถึงการจัดวางสิ่งของให้ถูกสุขลักษณะ ทั้งยังเน้นย้ำเรื่องการทิ้งขยะของเสียให้ในสถานที่ที่จัดเตรียมไว้ ถือเป็นมาตรการที่ดีที่ กทม.ช่วยสนับสนุน ส่งเสริมย่านแหล่งร้านอาหารขึ้นชื่อ เพื่อทำให้ประเทศไทยเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของโลก ส่วนตัวพร้อมร่วมจัดระเบียบร้านของตนเองให้มีเอกลักษณ์แบบจีนด้วยความเต็มใจ

วุฒิพงศ์ เกษมพงศ์พาณิชย์ เจ้าของร้านสวีทไทม์ ขนมหวาน กล่าวว่า รู้สึกดีใจที่ผู้ว่าฯ กทม.ให้ความสำคัญกับแหล่งค้าอาหารย่านเยาวราชแห่งนี้ โดยจัดให้มีช่องทางเดินของนักท่องเที่ยวสร้างความสะดวกสบายในการจับจ่ายซื้อสินค้า ไม่ต้องเสี่ยงถูกรถยนต์เฉี่ยวชน ส่วนรูปแบบธีมที่ กทม.ต้องการให้บริเวณหน้าร้านติดตั้งแผ่นฟิวเจอร์บอร์ด ลวดลายจีนนั้นเห็นด้วยและพร้อมปรับโฉมหน้าร้านให้เป็นไปในแนวทางเดียวกัน เพราะสามารถสร้างบรรยากาศให้น่าสนใจมากยิ่งขึ้น เชื่อว่าหลังการจัดระเบียบแล้วนักท่องเที่ยวจะเพิ่มมากขึ้นอีกด้วย  

แชร์ข่าวนี้

Share on Google+
LINE it!

ที่สุดกทม.-ภูมิภาคในรอบ 7 วัน

  • เปิดอ่าน
  • แสดงความคิดเห็น
  • แชร์