ข่าวบ้าน-คอนโด

สำรวจ "เรียลดีมานด์" บ้าน-คอนโดระดับกลางยังแกร่ง

  • 26 เมษายน 2560 เวลา 12:09 น.
  • | เปิดอ่าน 3,397
  • | ความคิดเห็น 0
Share on Google+
LINE it!

สำรวจ "เรียลดีมานด์" บ้าน-คอนโดระดับกลางยังแกร่ง

โดย...ทีมข่าวอสังหาริมทรัพย์โพสต์ทูเดย์

แม้ตลาดที่อยู่อาศัยไตรมาสแรก คาบเกี่ยวถึงไตรมาส 2 จะมีสถานการณ์ที่ดีกว่าปีที่แล้ว แต่ต้องยอมรับว่าการฟื้นตัวของกำลังซื้อก็ยังไม่กลับมาอยู่ในภาวะปกติ โดยเฉพาะในกลุ่มระดับกลาง-ล่างที่ยังมีปัญหาภาระหนี้ติดตัว ขณะที่กำลังซื้อระดับบนแม้จะยังคงแข็งแกร่ง แต่ก็มีจำนวนไม่มากพอ และยังต้องช่วงชิงกับคู่แข่งขันที่หันมารุกตลาดระดับบนกันอย่างหนักหน่วง สุดท้ายก็ต้องกลับมาปลุกปั้นกับกำลังซื้อกลุ่มระดับกลาง-ล่างที่เป็นฐานตลาดใหญ่สุด

จากงานมหกรรมบ้านและคอนโด ครั้งที่ 36 ที่จัดเมื่อวันที่ 9-12 มี.ค.ที่ผ่านมา สามารถสะท้อนภาพกำลังซื้อที่อยู่อาศัยที่มีอยู่ในตลาดในขณะนี้ได้เป็นอย่างดี โดย 3 สมาคมซึ่งได้แก่ สมาคมอาคารชุดไทย ในฐานะเจ้าภาพ สมาคมอสังหาริมทรัพย์ไทย และสมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร ร่วมกับศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ได้ทำการสำรวจความต้องการซื้อจากผู้ลงทะเบียนร่วมงาน และยังมีการสำรวจเจาะลึกไปยังกลุ่มผู้ซื้อบ้าน โดยพบว่า ความต้องการซื้อบ้านระดับกลางยังเป็นตลาดที่มองข้ามไปไม่ได้

ผลสำรวจระบุว่า ผู้ที่ต้องการซื้อที่อยู่อาศัยจากงานมีช่วงอายุ 21-40 ปี เป็นส่วนใหญ่ และเป็นกลุ่มคนที่ทำงานบริษัทเอกชน โดยกลุ่มที่ตัดสินใจซื้อหลักๆ จะมีช่วงอายุ 31-40 ปี และส่วนใหญ่ยังโสด ขณะที่วัตถุประสงค์หลักในการซื้อ ส่วนใหญ่ซื้อเพื่อต้องการมีที่อยู่อาศัยเป็นของตัวเอง และซื้อเพื่อแยกครอบครัว 

ด้านความสนใจที่อยู่อาศัย คนส่วนใหญ่สนใจซื้อบ้านเดี่ยวและคอนโดมิเนียมมากที่สุด แต่เมื่อซื้อจริงปรากฏว่าคอนโดมิเนียมยังเป็นที่อยู่อาศัยที่ตัดสินใจซื้อมากที่สุด หรือกว่า 50% รองลงมาคือ ทาวน์เฮาส์ และบ้านเดี่ยว ในสัดส่วน 25% และ 18% ตามลำดับ

ทั้งนี้ แม้ว่าคนส่วนใหญ่จะให้ความสนใจบ้านเดี่ยว แต่เมื่อซื้อจริงซึ่งต้องคำนึงถึงรายได้และความสามารถในการซื้อ ซึ่งคอนโดมิเนียมและทาวน์เฮาส์ ถือเป็นที่อยู่อาศัยที่สอดคล้องกับรายได้มากที่สุด โดยพบว่าที่อยู่อาศัยที่ซื้อส่วนใหญ่ราคา 1-1.99 ล้านบาท และ 2-2.99 ล้านบาท รวมกันกว่า 60% แต่ถ้ารวมที่อยู่อาศัยราคา 3-3.99 ล้านบาทด้วย จะสูงถึง 87%

สำหรับทำเลที่ส่วนใหญ่ให้ความสนใจ ได้แก่ ทำเลที่ใกล้รถไฟฟ้า รองลงมาคือ ทำเลใกล้ที่ทำงาน และใกล้สถานศึกษา

หากพิจารณาถึงระดับราคาของที่อยู่อาศัยแต่ละประเภทที่ตัดสินใจซื้อจะพบว่า คอนโดมิเนียม ราคา 2-2.99 ล้านบาท มีการซื้อมากที่สุด 37% รองลงมาอยู่ที่ระดับราคา 1-1.99 ล้านบาท 33% และ 3-3.99 ล้านบาท 21% ขณะที่ทาวน์เฮาส์ราคา 1-1.99 ล้านบาท มีการซื้อมากที่สุดสูงถึง 65% รองลงมาเป็นราคา 2-2.99 ล้านบาท 28% และ 3-3.99 ล้านบาท 6% ส่วนบ้านเดี่ยวราคา 3-3.99 ล้านบาท และราคา 4-5.99 ล้านบาท มีการซื้อในสัดส่วน 33% เท่าๆ กัน รองลงมาเป็นบ้านเดี่ยวราคา 2-2.99 ล้านบาท สัดส่วน 13%

 

 

ขณะที่ คนที่ซื้อคอนโดมิเนียมเป็นกลุ่มคนอายุ 31-40 ปีมากที่สุด 49% รองลงมาเป็นกลุ่มคนอายุ 21-30 ปี ในสัดส่วน 26% และ 41-50 ปี 14% ส่วนคนที่ซื้อทาวน์เฮาส์เป็นกลุ่มคนอายุ 21-30 ปี มากที่สุด 37% รองลงมาเป็นกลุ่มคนที่มีอายุ 31-40 ปี และ 41-50 ปี ในสัดส่วนที่เท่าๆ กันที่ 28% สำหรับคนที่ซื้อบ้านเดี่ยวส่วนใหญ่มีอายุ 31-40 ปี โดยมีสัดส่วนสูงถึง 46% รองลงมาคือกลุ่มคนที่มีอายุ 20-30 ปี 26% และอายุ 41-50 ปี 20%

ทางด้านปัจจัยสนับสนุนในการตัดสินใจซื้อ ผู้ซื้อยังให้ความสำคัญกับโปรดักต์ โดยอันดับ 1 ที่ช่วยสนับสนุนการตัดสินใจซื้อคือ การจัดการพื้นที่ใช้สอยภายในลงตัว และสอดคล้องกับความต้องการ อันดับ 2 ได้แก่ ส่วนลด การแจก แถม โปรโมชั่นพิเศษ ที่น่าสนใจอันดับ 3 คือ บริษัทที่มั่นคงและน่าเชื่อถือ อันดับ 4 มีข้อเสนอเงื่อนไขการผ่อนดาวน์ และการชำระเงินที่ช่วยลดภาระการเงินลูกค้า และอันดับ 5 มีสินค้าหลายราคาให้เลือกซื้อตามงบประมาณของลูกค้า

นอกจากนี้ จากการสำรวจยังพบว่าช่องทางที่ลูกค้าจะได้รับข้อมูลรายละเอียดโครงการมาจากสื่อโซเชียลมีเดียอย่างเฟซบุ๊กที่เข้ามามีอิทธิพลมากที่สุด รองลงมาคือ ลูกค้ายังคงใช้วิธีการไปเยี่ยมชมที่ไซต์โครงการ และการได้รับข้อมูลทางอีเมล เป็นอันดับ 3 ในสัดส่วนที่ไม่ห่างจากการไปไซต์โครงการมากนัก

จะเห็นได้ว่าความต้องการซื้อที่อยู่อาศัยหลักๆ ยังคงหนีไม่พ้นกลุ่มลูกค้าระดับกลาง ซึ่งแม้วันนี้ด้วยภาวะเศรษฐกิจที่ไม่เอื้ออำนวยทำให้ลูกค้ากลุ่มนี้ไม่แข็งแรงนัก แต่ถ้าสามารถหาตัวช่วยให้ลูกค้ากลุ่มนี้สามารถซื้อที่อยู่อาศัยได้ ตลาดจะกลับมาคึกคักยิ่งกว่านี้แน่

แชร์ข่าวนี้

Share on Google+
LINE it!

ที่สุดบ้าน-คอนโดในรอบ 7 วัน

  • เปิดอ่าน
  • แสดงความคิดเห็น
  • แชร์