สังคมทั่วไป

ดีเอสไอถอนกำลังออกจากธรรมกาย คงทหารดูแลพื้นที่รอบนอก

  • 12 เมษายน 2560 เวลา 14:15 น.
  • | เปิดอ่าน 4,140
  • | ความคิดเห็น 0
Share on Google+
LINE it!

ดีเอสไอถอนกำลังออกจากธรรมกาย คงทหารดูแลพื้นที่รอบนอก

ดีเอสไอสั่งถอนกำลังออกจากวัดพระธรรมกายแล้วคงจนท.ทหารดูแลพื้นที่รอบนอก เร่งสอบสำนักปฎิบัติธรรมมุกตะวันรุกพื้นที่ป่าเกาะยาวน้อย ระบุตำรวจขอให้ดีเอสไอสนับสนุนข้อมูลบุกรุกป่าทั่วประเทศ

เมื่อวันที่  12 เม.ย. พ.ต.ท.กรวัชร์ ปานประภากร รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) กล่าวถึงประกาศหัวหน้าคณะรักษาความสงบเรื่องยกเลิกการกำหนดพื้นที่ควบคุมพื้นที่โดยรอบวัดพระธรรมกายว่า ดีเอสไอได้ขอใช้อำนาจตามมาตรา 44 เพื่อตรวจค้นจับกุมตัวพระธัมมชโยภายในวัดพระธรรมกายเมื่อพิสูจน์ทราบแล้วว่าผู้ต้องหาไม่อยู่ภายในพื้นที่ควบคุมภารกิจจึงถือว่าสิ้นสุด เมื่อมีการประกาศยกเลิกพื้นที่ควบคุมดีเอสไอจะสั่งถอนกำลังออกจากวัดพระธรรมกาย ในส่วนของทหารจะดูแลความสงบเรียบร้อยในพื้นที่รอบนอก ขณะที่มาตรการดูแลวัดพระธรรมกายจะดำเนินการโดยคณะกรรมการ 4 ฝ่าย ประกอบด้วย ฝ่ายปกครอง ตำรวจ สำนักพระพุทธศาสนาแห่งชาติ และคณะสงฆ์ สำหรับพื้นที่ที่ถูกยกเลิกจากการเป็นพื้นที่ควบคุมประกอบด้วย พื้นที่รอบวัดพระธรรมกายในอำเภอคลองหลวง หมู่ 7-9 และ หมู่ 10-12  ในต.คลองสอง และหมู่ 7-11 ในต.คลองสาม จ.ปทุมธานี

ด้านพ.ต.ท.ประวุธ วงศ์ศรีนิล รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษเปิดเผยความคืบหน้าในการตรวจสอบคดีสถานปฎิบัติธรรมมุกตะวันสาขาวัดพระธรรมกายจ.พังงา บุกรุกพื้นที่เขตป่าสงวนแห่งชาติควนจุกเกาะยาวน้อย อ.เกาะยาวจ.พังงาว่า ดีเอสไอได้ส่งผู้เชี่ยวชาญด้านแผนที่ภาพถ่ายดาวเทียมลงพื้นที่ตรวจสอบสภาพที่ดินภายในสถานปฎิบัติธรรมดังกล่าวเพื่อเปรียบเทียบการเปลี่ยนแปลงการใช้ประโยชน์ของพื้นที่ย้อนหลังไปจนถึงปีที่มีการขอออกเอกสารสิทธิที่ดินโดยใช้หมายค้นของเจ้าหน้าที่ตำรวจในการเข้าเก็บข้อมูลหลักฐานและภาพถ่ายเนื่องจากก่อนหน้านี้ศูนย์แผนที่ได้ใช้โดนอากาศยานไร้คนขับขึ้นบินสำรวจเพื่อเก็บภาพถ่ายทางอากาศแต่สภาพที่ดินมีต้นไม้บดบังทำให้โดรนไม่สามารถเก็บภาพถ่ายได้จำเป็นต้องเข้าเก็บภาพถ่ายพร้อมพิกัดที่ดิน ร่วมกับตำรวจเบื้องต้นพบว่าภายในบริเวณสถานปฎิบัติธรรมมุกตะวันมีก่อสร้างอาคารคล้ายกับวัดพระธรรมกายและการปลูกสร้างส่วนมากไม่ได้รับอนุญาตจากทางราชการ

“ขณะนี้อยู่ระหว่างการแปลภาพถ่ายทางอากาศเพื่อส่งมอบให้ตำรวจใช้เป็นหลักฐานประกอบสำนวนคดีใหม่ส่วนคดีบุกรุกเขตป่าสงวนและที่ดินสาธารณะประโยชน์ทั่วประเทศเป็นคดีในความรับผิดชอบของตำรวจแต่เนื่องจากตำรวจไม่มีภาพถ่ายทางอากาศย้อนหลังจึงต้องให้ดีเอสไอช่วยสนับสนุนข้อมูลทั้งหมด”รองอธิบดีดีเอสไอกล่าว

แชร์ข่าวนี้

Share on Google+
LINE it!

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ที่สุดสังคมในรอบ 7 วัน

  • เปิดอ่าน
  • แสดงความคิดเห็น
  • แชร์