ฟุตบอล

‘ชุดขาว’ ยิ่งใหญ่กว่าบาร์ซา?

  • 19 มิถุนายน 2560 เวลา 12:42 น.
  • | เปิดอ่าน 10,017
  • | ความคิดเห็น 0
Share on Google+
LINE it!

‘ชุดขาว’ ยิ่งใหญ่กว่าบาร์ซา?

โดย...ราชันเบอร์ 23

หลายคนตั้งข้อสงสัยว่าสองสโมสรยักษ์ใหญ่แห่งสเปนอย่าง “ราชันชุดขาว” เรอัล มาดริด เจ้าของดับเบิ้ลแชมป์ฤดูกาลล่าสุด กับ “เจ้าบุญทุ่ม” บาร์เซโลนา ทีมมหาอำนาจแดนกระทิงดุ สโมสรใดยิ่งใหญ่กว่ากัน ล่าสุด สปอร์ตกีด้า ได้ยก 5 เหตุผล ที่ทำให้เรอัล มาดริด เหนือกว่าบาร์เซโลนาในยุคนี้

โรนัลโด VS เมสซี

เป็นข้อถกเถียงกันมาตลอดสำหรับสองซุป’ตาร์แห่งยุค คริสเตียโน โรนัลโด กองหน้า “ราชันชุดขาว” เรอัล มาดริด กับ ลิโอเนล เมสซี กองหน้าบาร์เซโลนาว่าใครเก่งกว่ากัน

ก่อนหน้านี้ต้องยกให้ เมสซี เจ้าของบัลลงดอร์ 5 สมัย แต่ยุคนี้ซุป’ตาร์ชาวโปรตุกีสมาแรงแซงทางโค้ง ด้วยผลงานพาทีมเรอัล มาดริด คว้าแชมป์ลาลีกา สเปน รวมถึงป้องกันแชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก สร้างประวัติศาสตร์เป็นสโมสรแรกที่คว้าดับเบิ้ลแชมป์ได้ติดต่อกัน ในขณะที่ผลงานทีมชาติ กองหน้า “ฝอยทอง” พาทีมซิวแชมป์ยูโร 2016 ทำให้คว้ารางวัลบัลลงดอร์สมัยที่ 4 มาครอง นอกจากนี้ โรนัลโด ยังสร้างสถิติต่างๆ อีกมากมายทั้งในสโมสรและทีมชาติ ยิ่งช่วงท้ายฤดูกาล กองหน้าวัย 32 ปี ยิงประตูได้ทุกนัด ชั่วโมงนี้ต้องยกให้เขาเหนือกว่า เมสซี

สถานะทางการเงิน

เรอัล มาดริด มีอำนาจทางการเงินมากกว่าบาร์เซโลนา “ราชันชุดขาว” สามารถเซ็นสัญญานักเตะค่าตัวแพงๆ มาร่วมทีมเพราะไม่มีปัญหาด้านการเงิน เช่น แกเร็ธ เบล ซื้อมาจากสเปอร์ส ราคา 86 ล้านปอนด์ (ราว 3,784 ล้านบาท) เป็นค่าตัวนักเตะที่แพงเป็นอันดับสองของโลก ขณะที่ คริสเตียโน โรนัลโด 80 ล้านปอนด์ (ราว 3,520 ล้านบาท) และ ฮาเมส โรดิเกวซ 64 ล้านปอนด์ (ราว 2,816 ล้านบาท)

ด้านบาร์เซโลนายังมีข้อจำกัด แม้จะคว้าตัว เนย์มาร์ กองหน้าทีมชาติบราซิล ด้วยค่าตัว 71.5 ล้านปอนด์ (ราว 3,146 ล้านบาท) กับ หลุยส์ ซัวเรซ 65 ล้านปอนด์ (ราว 2,860 ล้านบาท) แต่พวกเขาไม่สามารถใช้จ่ายได้มากเท่ากับ “ชุดขาว” นั่นเป็นอีกสาเหตุที่มาดริดตอบโจทย์ที่ว่าใช้เงินซื้อความสำเร็จอย่างแท้จริง

ล่าสุด มาดริดมีข่าวสนใจอยากได้ตัว คีเลียน เอ็มบัปเป กองหน้าจากโมนาโก ซึ่งจะพิสูจน์ได้อีกครั้งว่าพวกเขามีความสามารถทางการเงินมากน้อยแค่ไหน เพราะโมนาโกแปะป้ายขายกองหน้าทีมชาติฝรั่งเศสไว้ที่ 100 ล้านยูโร (ราว 3,800 ล้านบาท) ขณะนี้บาร์เซโลนายังนิ่ง ไม่มีข่าวทุ่มเงินก้อนโตซื้อสตาร์ใดๆ ทั้งสิ้น แสดงให้เห็นว่าอำนาจเงินตอนนี้อยู่ทางฝั่งเบอร์นาบิวมากกว่าฝั่งคัมป์นู

แผงมิดฟิลด์กุญแจสำคัญ

มาดริดอุดมไปด้วยแผงกองกลางชั้นยอดระดับเวิลด์คลาสทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็น โทนี โครส, ลูกา โมดริช, คาเซมิโร,มาเตโอ โควาซิช และ อิสโก ขณะที่บาร์ซามีเพียง อันเดรียส อิเนียสตา กับ แซร์จิโอ บุสเกตส์ เท่านั้นที่ฝีเท้าระดับโลก ที่เหลือไม่ว่าจะเป็น ราฟินญา,เดนิส ซัวเรซ, อังเดร โกเมซ พวกนี้ชื่อชั้นยังไม่ได้ ซ้ำรายเข้าไปอีก เมื่อปล่อย เชส ฟาเบรกาส มิดฟิลด์ตัวกลั่นให้กับเชลซี ทำให้การเชื่อมเกมแดนกลางของบาร์ซาไม่ไหลลื่น เทียบกันปอนด์ต่อปอนด์ มาดริดมีแดนกลางที่ลงตัวและหมุนเวียนได้มากกว่า ส่งผลให้ไม่มีปัญหาช่องว่างระหว่างตัวจริงกับตัวสำรอง

ถ้วยยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก

เรอัล มาดริด คว้าถ้วยรางวัลแชมเปี้ยนส์ลีก 3 ครั้งในรอบ 4 ปี เป็นผลงานที่น่าทึ่ง ซึ่งทำให้พวกเขาเป็นทีมที่ดีที่สุดในโลกยุคนี้ ก่อนหน้านี้ 12 ปี พวกเขาไม่เคยสัมผัสกับโทรฟี่ยุโรปเลยแสดงให้เห็นว่าพวกเขาพัฒนาก้าวขึ้นมาอยู่แถวหน้าของยุโรปและของโลกได้ รวมถึงฟอร์มการเล่นที่ต่างกันสุดขั้ว เพราะบาร์ซาแพ้ยับเยินต่อปารีสฯ 0-4 ในรอบ 16 ทีม และแพ้ยูเวนตุส 0-3 รอบก่อนรองฯ แม้บาร์ซาจะเคยคว้าแชมป์ยุโรป 5 สมัยในอดีต และกวาดถ้วยรางวัลในประเทศมามากมายก็ตาม แต่เทียบไม่ได้กับความยิ่งใหญ่ของมาดริด ที่คว้าแชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก 12 สมัย

ผู้จัดการทีม

ชื่อชั้นดีกรีต่างกันลิบลับสำหรับซีเนอดีน ซีดาน กุนซือเรอัล มาดริด กับ เออร์เนสโต บัลเบร์เด ที่เซอร์ไพรส์เข้ามารับงานคุมบาร์ซา หลายคนตั้งคำถามว่าอดีตกุนซือ แอท.บิลเบา มีดีอะไรที่เข้ามารับงานใหญ่ในถิ่นคัมป์นู ทว่าสำหรับ ซีดาน เขาไม่ต้องพิสูจน์อะไรมาก เพราะผลงานเป็นเครื่องการันตี คว้าแชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก 2 สมัยติด (ฤดูกาล 2015-16 และ 2016-17) รวมถึงแชมป์ลาลีกา 2016-17 ถือเป็นแชมป์ลีกหนแรกของสโมสรนับตั้งแต่ปี 2012

บางคนอาจมองว่ากุนซือชาวฝรั่งเศสโชคดี เพราะได้รับมรดกนักเตะจากยุคของ ราฟาเอล เบนิเตซ หรือ คาร์โล อันเชล็อตติ แทบไม่ต้องทำอะไร แต่ชัยชนะเหนือยูเวนตุส 4-1 ในรอบชิงชนะเลิศแชมเปี้ยนส์ลีก บอกทุกสิ่งทุกอย่าง พวกเขายิง 4 ประตูในรอบน็อกเอาต์ถึง 3 นัด ผลงานระดับมาสเตอร์พีซของ ซีดาน พิสูจน์ให้เห็นว่าเรอัล มาดริด ประสบความสำเร็จและยิ่งใหญ่เหนือกว่าบาร์เซโลนา

แชร์ข่าวนี้

Share on Google+
LINE it!

ที่สุดกีฬาในรอบ 7 วัน

  • เปิดอ่าน
  • แสดงความคิดเห็น
  • แชร์